กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่ถูกเผาไหม้จนเจือจางในอากาศ คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับเซเรสเข้าสู่สนามประลองเวทมนตร์ประจำภาคเรียน เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องของเพื่อนร่วมชั้นดังอื้ออึงราวกับคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดกลืนร่างเพรียวบางนี้ลงไปได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อเทียบกับประโยคสั้นๆ ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอ...
*“ขอโทษนะเซเรส... ดูเหมือนว่าความทรงจำของฉัน... เริ่มกลับมาแล้วล่ะค่ะ”*
เซเรสสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความสับสนที่เกาะกุมจิตใจ ดวงตาสีกรมท่าภายใต้กรอบแว่นทรง Themis กวาดมองคู่ต่อสู้ตรงหน้า—คาร์ลอส บุตรชายคนที่สามของตระกูลขุนนางสายเวทย์รุกราน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการควบคุมเพลิงทมิฬและทัศนคติที่เหยียดหยามสามัญชนอย่างเปิดเผย รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่าเขามองเซเรสเป็นเพียงตัวตลกที่หลงเข้ามาในเวทีของผู้แข็งแกร่ง
“เตรียมตัวรับความอัปยศได้เลย เจ้าพวกนักวิชาการสายกระดาษ” คาร์ลอสแค่นfเสียงหัวemเยาะ พร้อมกับสะบัดมือเรียกเปลวไฟสีดำสนิทให้ลุกโชนขึ้นมาห่อหุ้มแขนทั้งสองข้าง อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน
เซเรสไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอไม่แม้แต่จะยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาตั้งรับตามตำราพิชัยสงครามเวทย์บทที่สาม สมองอันปราดเปรื่องของเธอทำงานด้วยความเร็วสูง คำนวณความหนาแน่นของมานาในชั้นบรรยากาศ มุมองศาการเคลื่อนไหว และอัตราการเผาผลาญพลังงานของคาร์ลอส ทว่า... ในทางทฤษฎีแล้ว พลังเวทย์ธาตุไฟของคาร์ลอสอยู่ในระดับที่เหนือกว่าเธอถึงสามขั้น การเอาชนะด้วยการคำนวณและเวทย์ป้องกันพื้นฐานจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง—เว้นแต่ว่า เธอจะไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง
*กึก...*
เสียงฝีเท้าเบาหวิวดังก้องขึ้นในห้วงความคิด เป็นจังหวะเดียวกับที่โซลปรากฏตัวขึ้นเงียบๆ ที่มุมอับสายตาของอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม ร่างของเด็กหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำยืนกอดอกพิงเสาหิน ดวงตาสีเงินยววงทอดมองมาที่เธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง แม้ปากของเขาจะไม่ขยับ แต่คลื่นพลังงานบริสุทธิ์สายหนึ่งก็ไหลทะลักผ่าน ‘พันธสัญญาทางจิต’ ที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสองเข้าด้วยกัน
*‘ฉันอยู่ตรงนี้ค่ะ เซเรส...’* เสียงของโซลดังแว่วเข้ามาในความนึกคิด นุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนเส้นเลือดทั่วร่างของเซเรสเต้นตุบด้วยความตื่นตัว *‘คำนวณวงเวทย์ของเขาทางซ้ายสิคะ ช่องโหว่ตรงนั้น... ใหญ่พอที่เราจะแทรกแซงได้’*
เซเรสซ่อนรอยยิ้มมุมปากไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เธอแกล้งก้าวเท้าถอยหลังราวกับคนตื่นกลัว เปิดโอกาสให้คาร์ลอสได้ใจและระเบิดพลังโจมตีระลอกใหญ่ใส่
“ตายซะ!” คาร์ลอสคำรามลั่น ขว้างบอลเพลิงทมิฬขนาดมหึมาพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเซเรสด้วยความเร็วสูง แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นสนามหินแกรนิตแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้ชมดังระเบ็งเซ็งแซ่ หลายคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อยากเห็นภาพเพื่อนร่วมชั้นถูกเผาจนไหม้เกรียม
ทว่า ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง เซเรสกลับหลับตาลงตามคำแนะนำของโซล
*ตอนนี้แหละ!*
วูบ!
ม่านพลังสีครามโปร่งใสปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเซเรสอย่างฉับพลัน แต่มันไม่ใช่เวทย์ป้องกันธรรมดา มันคือ ‘สมการสะท้อนมานา’ ที่ถูกดัดแปลงขึ้นสดๆ ร้อนๆ ด้วยความช่วยเหลือของโซล พลังเวทย์ทำลายล้างที่โซลแอบส่งผ่านมาให้ถูกถักทอเข้ากับตรรกะเวทมนตร์ของเซเรสอย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งร่องรอยการร่ายคาถา ไร้ซึ่งวงเวทย์ปรากฏบนพื้น จนไม่มีใครในที่นั้นล่วงรู้เลยว่า นี่คือฝีมือของสองชีวิตที่ประสานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ตูーム—!
แรงปะทะระเบิดก้องสนั่นหวั่นไหว ควันไฟและฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทัศนียภาพรอบสนามถูกกลืนหายไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบ ผู้ชมต่างลุกขึ้นยืนชะביอคอมองด้วยความระทึกขวัญ
เมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน
บอลเพลิงทมิฬของคาร์ลอสไม่ได้เผาผลาญร่างของเซเรส แต่มันกลับถูกหักเหทิศทางด้วยองศาที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ พุ่งย้อนกลับไปกระแทกเข้าที่ร่างของคาร์ลอสเองอย่างจังจนเขากระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับกำแพงสนามประลอง หมดสติไปในทันทีท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วทั้งลานกว้าง
“ผู้ชนะ... เซเรส!” กรรมการคุมสอบประกาศด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ลืมเลือนระเบียบปฏิบัติไปชั่วขณะ
เซเรสผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยืนนิ่งอยู่กลางสนามที่เงียบสงบ เธอลอบปรายตามองไปยังอัฒจันทร์ฝั่งที่โซลเคยยืนอยู่ ทว่าพื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นอายมานาจางๆ ที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง พร้อมกับข้อความแปลกประหลาดที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธอเอง—ไม่ใช่เสียงของโซล แต่เป็นเสียงสังเคราะห์เย็นชาของระบบที่เธอไม่เคยเรียกใช้งานมาก่อน
*[ ตรวจพบการตื่น 100% ของเป้าหมาย: หน่วยรบพิเศษลำดับที่ 0 ]*
*[ ระดับภัยคุกคาม: SSS — กำลังเริ่มต้นกระบวนการล้างบางความทรงจำรอบใหม่... ]*
เซเรสเบิกตากว้าง ความหนาเย็นแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า... สิ่งที่โซลกำลังจำได้ ไม่ใช่เรื่องราวอดีตธรรมดา แต่มันคือมหันตภัยที่กำลังจะทำลายล้างโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ทั้งเป็น
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเรสและโซลนะคะ!
นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 9
พลังที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!