"ตื่นขึ้นมานอนเกลือกกลิ้งอะไรตรงนี้ล่ะคะคุณอัศวิน หรือว่าเตียงนอนระดับห้าดาวในความมืดมันนุ่มสบายเสียจนไม่อยากลุกขึ้นมาเผชิญความจริงกันคะ?"
เสียงหวานเจี๊ยบที่แฝงด้วยความกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับแรงเตะเบาๆ ที่สะโพกของชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดเกราะเหล็กหนักอึ้ง คีย์สะดุ้งเฮือกดีดตัวผงะลุกขึ้นนั่งอย่างลืมตัว มือหนาคว้าดาบใหญ่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะกวาดมองไปรอบตัวด้วยความงุนงง
พวกเราไม่ได้ร่วงหล่นลงไปในความตาย... หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็ไม่ใช่ความตายที่พาไปสู่หน้าต่าง Game Over
ความเจ็บปวดจากการตกจากที่สูงถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของพื้นหินอ่อนขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาที่ห้อยระโยงระยางจากเพดานโดมสูงเสียดฟ้า กลิ่นอายของความชื้นและกลิ่นสาบมอนสเตอร์ในถ้ำใต้ดินอันมืดมิดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีที่ลอยมาจากภายนอก
นี่ไม่ใช่ก้นเหวแห่งความตาย... นี่คือประตูทางเข้าของมหานคร
"เซน... นี่เรา... หลุดมาถึง 'แอสทราเบล' แล้วงั้นเหรอ?" คีย์เอ่ยถามเสียงสั่น ปากคอสั่นเทาขณะยันกายลุกขึ้นยืน ชุดเกราะเหล็กส่งเสียงกระทบกันกุ๊กกั๊กตามแรงสั่นของเจ้าตัว พลางใช้มือหนาปัดฝุ่นทิพย์ที่เกาะตามบ่าออกลวกๆ "ฉันจำได้แม่นเลยนะว่าเราตกลงไปในหลุมดำของเจ้าบ้านั่น... แล้วทำไมเราถึงมานอนกองอยู่หน้าประตูเมืองหลวงได้ล่ะเนี่ย ขนลุกชะมัด"
ฉัน หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปัดเศษละอองเวทมนตร์สีดำที่ยังติดอยู่ตามชายผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนักบวชออกอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้ฮู้ดกวาดมองสถาปัตยกรรมรอบกายอย่างพินิจพิจารณา
"ความตายในเกมนี้บางทีก็ใจดีกว่าที่เราคิดนะคะคุณคีย์ หรือบางที... ใครบางคนอาจจะจงใจ 'ส่ง' เรามาให้พ้นทางจากความลับใต้ถ้ำนั้นก็เป็นได้" ฉันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่แววตากลับคมกริบเมื่อนึกถึงเงาร่างปริศนาที่ยืนมองพวกเราอยู่ปากหลุมก่อนที่สติจะดับวูบลง
เงาร่างนั้นไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเรา... แต่มันต้องการผลักดันให้พวกเราก้าวเข้ามาสู่เกมการเมืองที่ใหญ่กว่าในเมืองหลวงแห่งนี้
เบื้องหน้าของพวกเราคือบานประตูเหล็กกล้าผสมมิธิริลแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง สูงตระหง่านกว่าสิบเมตร สองข้างทางมีทหารยام NPC ระดับสูงสวมเกราะทองคำอร่ามยืนถือหอกตั้งตรงดุจรูปปั้นหิน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของฉันและคีย์จริงๆ ไม่ใช่ความอลังการของตัวเมือง หากแต่เป็น 'ผู้เล่น' กลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินสวนสนามผ่านประตูเมืองเข้าไป
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากดินแดนรกร้างที่ผ่านมา ที่นี่... เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเม็ดเงิน อำนาจ และพลังเวทมนตร์อันเข้มข้น
กลุ่มผู้เล่นระดับสูงที่สวมใส่อุปกรณ์ส่องแสงเรืองรองระดับตำนานเดินผ่านพวกเราไปพร้อมกับเสียงพูดคุยโอ้อวดเรื่องการลงดันเจี้ยนระดับมหากาพย์ บางคนขี่สัตว์ขี่หายากอย่างมังกรน้อยเกล็ดแก้วหรือราชสีห์เพลิงที่ส่งเสียงคำรามเบาๆ ข่มขวัญผู้เล่นรอบข้าง สายตานับร้อยคู่ที่เหลือบมองมายังพวกเรา—พรีสต์สายซัพพอร์ตชุดคลุมมอซอชวนหัวเราะเยาะ กับอัศวินร่างยักษ์หน้าตาตื่นตระหนก—เต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพช
"ดูพวกมันสิ แต่งตัวเหมือนขอทานหลงยุคมาจากสลัมเขตขอบนอก กล้าดียังไงมาเดินเกะกะขวางทางเข้ากิลด์ 'ราชันย์อัคคี' ของพวกเราวะเนี่ย"
เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากชายหนุ่มในชุดเกราะนักรบเวทสีแดงเพลิง ใบหน้าของเขาเชิดขึ้นสูงด้วยความเย่อหยิ่ง ดวงตาสีเพลิงมองพวกเราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ ด้านหลังของเขาคือสมาชิกกิลด์ระดับท็อปอีกร่วมสิบคนที่ส่งเสียงหัวเราะครื้นเครงอย่างสนุกสนาน
คีย์หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที มือใหญ่กำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นเทด้วยความโกรธ "ไอ้พวกเวรนี่... อยากหาเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้าเมืองเลยหรือไงวะ!"
ฉันเอื้อมมือไปแตะแขนของอัศวินคู่ใจเบาๆ ส่งสัญญาณห้ามปราม พร้อมกับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ต่อให้ใครมองก็รู้ว่าเป็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษ
"ใจเย็นๆ สิคะคุณคีย์ คนเราจะเห่าก็ปล่อยให้เขาเห่าไปเถอะค่ะ บางที... พวกเขานั่นแหละที่จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งมาร้องขอความช่วยเหลือจากเราในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ดังก้องพอให้คนกลุ่มนั้นได้ยินชัดเจน
นักรบเพลิงคนเดิมชะงัก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธทันทีเมื่อโดนย้อนเกล็ด "แก! อีพรีสต์ปากดี อยากลองของกับกิลด์ราชันย์อัคคีอย่างนั้นสินะ ถึงได้กล้ามาเห่าหอนต่อหน้าฉัน!"
เขาก้าวเท้าเข้าประชิดตัว เงื้อมมือขึ้นเตรียมปล่อยหมัดเคลือบเปลวเพลิงใส่หน้าฉันอย่างไม่เกรงใจกฎของเมืองหลวง—เพราะในเขตแดนอิสระแห่งนี้ การประลองนอกรอบคือกฎหมายสูงสุดของความแข็งแกร่ง!
คีย์ขยับตัวจะเข้าไปขวาง แต่ทว่า...
*เปรี้ยง!*
ยังไม่ทันที่หมัดของนักรบเพลิงจะเฉียดปลายจมูกของฉัน ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดกระเด็นลอยไปกระแทกกับกำแพงเมืองด้านข้างอย่างรุนแรง ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผู้เล่นรอบข้างต่างส่งเสียงร้องตกใจและถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง
ฉันไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย คีย์เองก็อ้าปากค้างด้วยความงันงง
ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่ค่อยๆ จางลง เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดของอุโมงค์ประตูเมือง รองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบกับพื้นหินส่งเสียงกังวานน่าเกรงขาม กลิ่นอายพลังเวทระดับมหาบัณฑิตแผ่ซ่านกดทับจนผู้เล่นรอบบริเวณหายใจไม่ออก
เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟ ดวงตาสีฟ้าครามคมกริบราวกับใบมีดหันมามองที่ฉัน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายหนุ่มผู้มาใหม่—คนที่ฉันคุ้นเคยดีจากข้อมูลลับในระบบเกม
"ยินดีต้อนรับสู่เมืองหลวงแห่งความฝัน... 'เซน' เพื่อนเก่า"
เซลายอน... กิลด์มาสเตอร์แห่ง 'พันธนาการแห่งดารา' ผู้เล่นอันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฉัน พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าโดยมีรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นเจตนาบางอย่างเอาไว้
ฉันหรี่ตามองมือนั้น เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวางมือลงไปเบื้องบนพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์
"ยินดีที่ได้พบกันค่ะ... หวังว่าการต้อนรับของคุณคงจะสนุกกว่าการส่งลูกสมุนกระจอกๆ มาต้อนรับพวกเราที่ก้นเหวนะคะ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "พรีสต์สายป่วน" มาจนถึงตอนนี้เสมอนะคะ!
พรีสต์สายป่วน กวนปาร์ตี้เทพพิชิตโลก VR•ตอนที่ 17
เมืองหลวงแห่งความฝัน
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรีสต์สายป่วน กวนปาร์ตี้เทพพิชิตโลก VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!