“พี่... พี่เหรอ?”
น้ำเสียงของเซนสั่นพร่าไม่ต่างจากกิ่งไม้ที่ถูกลมพายุโหมกระหน่ำ คำถามนั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ใครอื่นนอกจากเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่ในเงามืดเบื้องหน้า—ลูเซียน กิลด์มาสเตอร์ผู้เย่อหยิ่งที่ในยามนี้กลับดูแปลกไป ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกราวกับคมมีด
“จำได้แล้วหรือไง เจ้าเด็กแสบ?” ลูเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนคีย์ที่ยืนปักหลักอยู่ข้างๆ เซนถึงกับชะงักฝีเท้า มือหนาที่กุมโล่ขนาดมหึมาสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ
“คีย์ ถอยออกมา!” เซนตะโกนสั่ง เสียงของเขาเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความเด็ดขาดในชั่วพริบตา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สัญชาตญาณความหวาดกลัวของอัศวินหนุ่มเข้าครอบงำ ทั้งคู่ได้กลายเป็นศพในดันเจี้ยนนี้แน่ “อย่ามองตาเขานะ! หมอนั่นกำลังใช้ทักษะกดดันทางจิต!”
ทว่ายังไม่ทันที่คีย์จะได้ขยับตัว บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไปราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงลมหายใจของเซนแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เขายกไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นชี้ไปยังความว่างเปล่าด้านซ้ายของลูเซียน ที่ซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรเลย แต่นัยน์ตาของพรีสต์จอมป่วนกลับวาวโรจน์ด้วยพลังเวทที่ไหลวน
“บัฟที่สอง... ‘เนตรแห่งสัจจะชำระล้าง’!”
แสงสีทองหม่นอาบไล้ไปทั่วบริเวณ อักขระเวทมนตร์รูปวงแหวนซ้อนทับกันกลางอากาศเหมือนม่านบังตาที่ถูกกระชากออก เผยให้เห็นรอยบิดเบี้ยวของมิติข้างหลังลูเซียน มือสังหารเงาสามคนในชุดคลุมสีนิลกำลังง้างมีดสั้นอาบยาพิษในองศาที่พร้อมจะปาดคอเซนได้ในเสี้ยววินาที
“คิดจะลอบกัดกันงั้นเหรอคะ?” เซนแสยะยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายดีดนิ้วดัง ‘เปาะ’ ทันทีที่เสียงนั้นก้องกังวาน สายฟ้าสีครามก็ผ่าลงมาจากเพดานถ้ำ พุ่งเข้าใส่ตำแหน่งของมือสังหารทั้งสามจนพวกมันต้องกระโดดหลบด้วยความทุรนทุราย
“คีย์! บัฟเกราะหนามทมิฬ! ตอนนี้เลย!”
คีย์ไม่รอช้า เขาฟาดโล่ลงกับพื้นจนแผ่นดินแยก เกิดเป็นคลื่นพลังสีม่วงเข้มปกคลุมร่างของตนและเซนไว้ เกราะหนามงอกเงยขึ้นจากแผ่นเหล็กสะท้อนแสงไฟสลัว มือสังหารคนหนึ่งพยายามฝ่าเข้ามาแทงซ้ำ แต่มันกลับถูกหนามเหล็กคมกริบเกี่ยวเข้าที่แขนเสื้อจนเสียจังหวะ
“แก... แกเป็นใครกันแน่ เซน?” ลูเซียนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้โจมตี แต่ก้าวถอยหลังไปในเงามืดอย่างช้าๆ ราวกับกำลังประเมินบางอย่างในตัวพรีสต์ตรงหน้า “ทำไมบัฟชั้นต่ำของแก ถึงสามารถมองทะลุ ‘ม่านลวงตา’ ของกิลด์ข้าได้?”
“ชั้นต่ำเหรอคะ?” เซนแค่นหัวเราะพลางควงไม้เท้าในมืออย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก “บัฟของฉันไม่มีคำว่าชั้นต่ำหรอกค่ะ มีแต่บัฟที่ส่งให้คนอย่างแกไปลงนรกได้เร็วกว่ากำหนดเท่านั้นแหละ”
เซนไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว เขาเริ่มร่ายเวทบทถัดไปอย่างรวดเร็ว ปากท่องบทสวดที่ฟังดูไม่เป็นภาษา แต่ละคำที่หลุดออกมาทำให้อากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่แค่การสนับสนุนธรรมดา แต่มันคือการ ‘ดีบัฟ’ ขีดความสามารถของศัตรูในระยะ 10 เมตรให้เหลือศูนย์
มือสังหารที่เหลืออยู่พยายามจะควบรวมพลังเวทเพื่อหายตัวอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น ร่างกายของพวกมันกลับหนักอึ้งราวกับถูกภูเขาทับ “อะไรกัน! ทำไมขยับไม่ได้!” หนึ่งในมือสังหารร้องลั่น
“เพราะบัฟของฉันไม่ใช่แค่ช่วยเพื่อนค่ะ” เซนก้าวเข้าไปหาลูเซียนอย่างไม่เกรงกลัว “แต่มันคือการดึงเอา ‘ความจริง’ ในตัวพวกแกออกมาไงคะ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความแค้น หรือแม้แต่ความลับที่แกซ่อนไว้ในฐานะกิลด์มาสเตอร์... ข้อมูลพวกนี้ ฉันเห็นมันตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว!”
ลูเซียนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับความลับที่เขาสะสมมาตลอดถูกฉีกกระชากออกมาต่อหน้าคนนับหมื่นในระบบสตรีมมิ่งที่แอบจับตาดูอยู่ ลูเซียนกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้น
“แก... แกต้องการอะไรกันแน่ เซน!”
“ฉันแค่ต้องการคำตอบค่ะ...” เซนหยุดยืนอยู่ห่างจากลูเซียนเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขากระชั้นถี่ แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตพี่ชายคนนั้น “ทำไมในวันที่ฉันล้มเหลว... พี่ถึงต้องเป็นคนที่เหยียบซ้ำฉันเป็นคนแรก?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่การต่อสู้ชั่วขณะ มือสังหารเหล่านั้นหยุดนิ่งราวกับรูปปั้น ลูเซียนค่อยๆ ก้มหน้าลงต่ำ ก่อนจะเริ่มหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆ ดังขึ้น จนกลายเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่ง
“นั่นเพราะแกมันอ่อนแอไงล่ะ เซน... คนอ่อนแอก็ต้องโดนกำจัดทิ้ง เพื่อให้โลกที่สมบูรณ์แบบนี้เดินหน้าต่อไปได้!” ลูเซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานผิดธรรมชาติ ดาบยาวในมือเริ่มเปล่งแสงสีเลือดที่แผ่ไอสังหารออกมาเข้มข้นจนเซนต้องยกไม้เท้าขึ้นป้องกัน
“ระวังตัวด้วยนะคีย์! หมอนั่นไม่ได้ใช้พลังคนเดียวแล้ว!” เซนตะโกนเตือนพร้อมกับกางอาณาเขตเวทมนตร์ขึ้นปกป้องคีย์
ทว่า ในขณะที่การปะทะกำลังจะถึงจุดเดือด เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวของเซนกลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวล เพราะข้อมูลที่ระบบส่งมาแจ้งเตือนนั้นไม่ใช่ความเคลื่อนไหวของลูเซียน แต่มันคือ ‘รหัสไอดี’ ของบุคคลที่สามที่เพิ่งล็อกอินเข้ามาในพื้นที่ดันเจี้ยนนี้... ซึ่งเป็นรหัสที่เซนจำได้ดีที่สุด ตั้งแต่วันที่เขาเริ่มเล่นเกมนี้
“เดี๋ยวสิ... ทำไมไอดีนี้ถึงยังอยู่ในระบบ?” เซนพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ทั้งๆ ที่พี่... พี่ควรจะเลิกเล่นไปตั้งนานแล้วนี่นา!”
ลูเซียนแสยะยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นสีหน้าของเซนที่เปลี่ยนไปราวกับคนเห็นผี “ดูเหมือนเพื่อนเก่าของแก จะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ เซน”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดทางด้านหลังลูเซียน แสงไฟจากคบเพลิงที่ริบหรี่สะท้อนเงาร่างของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ก้าวออกมา... ร่างนั้นสวมชุดเกราะพรีสต์สีขาวสะอาดตา ตัดกับบรรยากาศมืดหม่นของดันเจี้ยนอย่างสิ้นเชิง
และเมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้น สบตากับเซนที่กำลังยืนค้างด้วยความตกใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้มาใหม่
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... น้องชายตัวดี”
หวังว่าตอนที่ 40 นี้จะถูกใจและทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนหยุดอ่านไม่ได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเป็นกำลังใจให้ "พรีสต์สายลุย" เสมอมาค่ะ!
พรีสต์สายป่วน กวนปาร์ตี้เทพพิชิตโลก VR•ตอนที่ 40
รับมือมือสังหาร
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรีสต์สายป่วน กวนปาร์ตี้เทพพิชิตโลก VR นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!