ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 4

รอยร้าวบนกระจกเงา

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงก้านประตูทองเหลืองถูกกระชากเปิดอย่างถือวิสาสะดังลั่น ประหนึ่งว่าสถานที่แห่งนี้เป็นห้องนั่งเล่นสาธารณะในสถานีรถไฟ ไม่ใช่ห้องพักฟื้น V.I.P. ระดับพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่หลังระบบรักษาความปลอดภัยราคาแปดหลัก "รินรดา! เธอยังมีหน้ามานอนสบายใจเฉิบอยู่ตรงนี้อีกเหรอ!" สุ้มเสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความกระวนกระวายและริษยาจนสั่นเครือพุ่งตรงเข้ามาปะทะบรรยากาศเงียบสงบในห้องทันที คุณหญิงมยุรา ก้าวอาดๆ เข้ามาด้วยท่าทีที่พยายามรักษาฟอร์มความเป็นผู้ดีเก่า ทว่ายามนี้กลับดูเหมือนนกกระสาตกน้ำที่ขนพองฟูด้วยความตื่นตระหนก ด้านหลังของเธอยังมี พอลล่า เซเลบสาวไฮโซผู้เคยเหยียดย่ำรินรดาด้วยการเทเครื่องดื่มลงบนพรมราคาแพงเมื่อสามเดือนก่อน กำลังกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความริษยาแกมหวาดระแวง รินรดายังคงนั่งพิงหมอนใบโตด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อน เธอยังไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนความรำคาญใจ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นมีดกรีดแทングบประมาณความอดทนของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทีละน้อย "ว피.. วัยรุ่นสมัยนี้ใจกล้าดีแท้นะคะคุณแม่ แอบมาซุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนหรูหราขนาดนี้ได้... ไม่รู้ไปเอาเงินสกปรกมาจากไหนถึงกล้าจ่ายค่าห้องคืนละเป็นแสน" พอลล่าแค่นPหัวเราะในลำคอ พยายามใช้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเตedอิดิชั่นปิดบังมือที่กำลังจิกเข้าหากันจนเล็บจิกเนื้อ หมอภีม ซึ่งยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้แสงแดดสลัว ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน รอยยิ้มของศัลยแพทย์ผู้ผ่านมือกับความตายมานักต่อนัก ช่างเยียบเย็นและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ จนพอลล่าเผลอถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "เงินสกปรกเหรอคะ?" หมอภีมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับกำลังวินิจฉัยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย "น่าสนใจดีนะคะ... คำว่า 'สกปรก' ในพจนานุกรมของคนประเภทที่ชอบชุบมือเปิบสมบัติคนอื่น คงหมายถึงเงินที่ไม่ได้มาจากการปล้นคราบน้ำตาชาวบ้านสินะคะ" "นี่คุณ! เป็นหมอประสาอะไรถึงมาพูดจาต่ำทรามกับคนไข้และญาติ!" คุณหญิงมยุราหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าหมอภีมด้วยความโกรธเกรี้ยว "ฉันจะฟ้องผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้ไล่คุณออกฐานไร้จรรยาบรรณ!" "เชิญตามสบายค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแอในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและลึกล้ำราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง รินรดายกมือขึ้นทัดปอยผม ลากสายตามองคุณหญิงมยุราและพอลล่าหัวจรดเท้าด้วยความเวทนา—สายตาแบบเดียวกับที่มนุษย์ใช้มองเศษฝุ่นใต้รองเท้า "ตลกดีนะคะ... คนที่เคยหัวเราะเยาะฉันในวันที่บริษัทของพ่อล้มละลาย วันที่พวกคุณร่วมมือกันยึดบ้านและเครื่องประดับทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ก้อนโต... วันนี้กลับมายืนหายใจหอบแฮกอยู่ต่อหน้าฉันด้วยความตื่นตระหนก เพียงเพราะข่าวลือเรื่อง 'ผู้ถือหุ้นลึกลับ' ที่กำลังจะกว้านซื้อหุ้นบริษัทของพวกคุณจนเกลี้ยงพอร์ต" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางแสกหน้าของคุณหญิงมยุรา สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที "เธอกำลังพูดเรื่องอะไร... ฉันไม่รู้เรื่อง!" คุณหญิงมยุราเสียงสั่นระรัว "ไม่รู้จริงๆ เหรอคะ?" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "วันที่พ่อของฉันหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงาน เพราะถูกพวกคุณหักหลังและเซ็นสัญญาโอนหุ้นมูลค่าพันล้านไปในราคาเศษกระดาษ... แววตาของป้าในวันนั้น สนุกมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?" ภาพความทรงจำสีเลือดไหลย้อนกลับมาในหัวของรินรดา กลิ่นอับชื้นของห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารอายัด เสียงร้องไห้ขาดใจของมารดา และรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของคุณหญิงมยุราที่พูดว่า *"คนจนก็คือคนจนวันยังค่ำ อย่าฝันว่าจะปีนขึ้นมาเทียบชั้นกับตระกูลเราเลยรินรดา"* แผลเป็นที่กรีดลึกในใจไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา... มันเพียงแค่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความแค้นจนเติบโตเป็นปีศาจที่รอวันกลับมาทวงคืน "เธอ... เธอคิดจะทำอะไร!" พอลล่าเริ่มหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้ชุดคนไข้สีขาวทิ้งตัวลงเดินตรงมาหาพวกเธอทีละก้าว... ทีละก้าว... จังหวะรองเท้าสลิปเปอร์กระทบพื้นห้องฟังดูคล้ายเสียงเคาะโลงศพ "ฉันไม่ได้จะทำอะไรหรอกค่ะ..." รินรดาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพอลล่า ระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ "ฉันแค่จะทำให้พวกคุณรู้ซึ้งว่า... การไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน มันรู้สึกหนาวเหน็บแค่ไหน" รินรดายื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง กดเปิดหน้าจอระบบการเงินระดับ Ultra-VIP ที่เชื่อมต่อกับกองทุนลับทั่วโลก หน้าจอสะท้อนแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นบนใบหน้าอันงดงามที่ไร้ซึ่งความปรานี "เชิญตรวจสอบบัญชีของบริษัทคุณได้เลยนะคะ... ตอนนี้หุ้น 51% สุดท้ายในมือคุณ ถูกโอนเข้ากรรมสิทธิ์ของ 'บริษัท อิมพีเรียล โฮลดิ้งส์' เรียบร้อยแล้วค่ะ" ตึ้ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของคุณหญิงมยุราดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย หน้าจอเครื่องนั้นสั่นระรัวด้วยข้อความจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ที่รัวเข้ามาไม่ยั้ง *บัญชีบริษัทถูกอายัด... หุ้นทั้งหมดถูกเทขาย... สถานะทางการเงิน: ล้มละลาย* คุณหญิงมยุราตาเหลือกค้าง เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรม ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความสติหลุด พอลล่าพยายามจะเข้าไปประคองแม่ แต่ตัวเองกลับเซถลาล้มตามลงไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี หมอภีมย่อตัวลงเล็กน้อย มองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง รินรดาก้มมองสองแม่ลูกที่กำลังดิ้นรนราวกับหนอนในกองขยะ แววตาของเธอยังคงนิ่งสนิท ไร้ความสงสาร ไร้ความเห็นใจ มีเพียงความสะใจอันเยือกเย็นที่ได้รับการชำระล้าง ทว่า... ท่ามกลางชัยชนะอันงดงามนี้ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ก็ทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของรินรดาต้องชะงักลง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกล้ามาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ "ขอโทษนะครับ... คุณรินรดา... ทางเรามีหมายศาลข้อหา 'ฟอกเงินข้ามชาติ' และคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ... รบกวนตามผมไปให้ปากคำด้วยครับ" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความมืดมนนี้เสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%