กลิ่นคาวเลือดจางๆ และสารเคมีฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ช่างเป็นกลิ่นที่รินรดาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนโต๊ะเครื่องแป้งของใครบางคน
ปรินทร์ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่ที่เคยใช้มองเหยียดหยามเธอยามตระกูลจรัสภัทรล่มสลาย บัดนี้กำลังเบิกกว้างจนแทบถסתน เบ้าตาแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อภาพเงาเบื้องหลังการล้มละลายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในหัว
"คุณ... คุณทำได้อย่างไร..." เสียงของปรินทร์สั่นพร่า ลมหายใจติดขัดราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจบนยอดเขาที่ไร้ออกซิเจน เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ไม่ใช่แค่กระดาษชำระล้างหนี้ แต่มันคือตราประหารชีวิตทางธุรกิจที่ถูกเซ็นอนุมัติโดย "บริษัทในเครือ V-Global"—องค์กรการเงินยักษ์ใหญ่ที่รินรดาคุมบังเหียนอยู่เงียบๆ
รินรดายกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เธอค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามดึงถุงมือหนังสีดำออกทีละข้างอย่างช้าๆ ราวกับแม่ายเสือสาวที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อก่อนปลิดชีพ
"ความแค้นก็เหมือนดอกไม้ค่ะคุณปรินทร์... ถ้าเราหมั่นรดน้ำพรวนดินด้วยเงินตราและความเจ็บปวด มันย่อมผลิบานงดงามเสมอ" เสียงหวานใสกังวานบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของชายหนุ่มจนเขาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะถูกบีบอัดจนปรินทร์แทบทรุดลงไปกองกับพื้น เสียงเคาะประตูก็จังหวะสั้นๆ สามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพแต่ทรงอำนาจ
ประตูกลไกอัตโนมัติเลื่อนเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างสูงโปรสง่างามในชุดกราวด์สีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู หมอภีม—ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้มีนัยน์ตาเรียvnเฉยดั่งปีศาจหลังหน้ากากผ้า ก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่แทบไร้เสียง ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวได้
รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยไหววูบด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยคาดคิดว่า "แพทย์ผู้ดูแลเคสลับ" ของเธอ จะเลือกปรากฏตัวกลางดงกระสุนทางธุรกิจเช่นนี้
หมอภีมกวาดสายตาคมกริบมองปรินทร์ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ริมเตียง ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่รินรดา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนายแพทย์หนุ่มดูเยือกเย็นและอันตรายไม่แพ้กัน
"ผมบอกคุณแล้วนะคะรินรดา ว่าการตัดวงจรชีวิตของกิ้งก่าที่ยอมหางขาดเพื่อเอาตัวรอด... ควรใช้มีดหมอผ่าตัดที่คมที่สุด ไม่ใช่มีดทำครัวทื่อๆ" หมอภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่กลับแฝงไปด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที
ปรินทร์หันขวับไปมองหน้าหมอผู้มาใหม่ด้วยความหวาดระแวงสุดขีด "คุณ... คุณเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้!"
หมอภีมไม่ได้ชายตามองคนใกล้ตายอย่างปรินทร์แม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหารินรดา หยิบผ้าก๊อซสะอาดจากถาดเครื่องมือแพทย์มาเช็ดทำความสะอาดรอยเปื้อนจางๆ บนหลังมือเรียวของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอมอย่างประหลาด ท่าทีนั้นทั้งสนิทสนมและเยרือเย็นในเวลาเดียวกัน
"ฉันแค่แวะมาดูว่า... คนไข้ของฉันกำจัดเนื้อร้ายเสร็จเรียบร้อยดีหรือยัง" หมอภีมเงยหน้าขึ้นสบตากรินรดา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนรินรดารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของห้องผ่าตัดที่อบอวลอยู่รอบตัวเขา
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้น กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อภายใต้การสัมผัสอันแผ่วเบาของศัลยแพทย์ผู้ไม่เคยแสดงความรู้สึกกับสิ่งใดบนโลกใบนี้
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนราคาสูงลิ่วในกระเป๋าเสื้อของหมอภีมก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
หมอภีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย ก่อนจะกดปิดหน้าจอแล้วเก็บเข้าที่เดิมอย่างไม่รีบร้อน
"ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญขึ้นมาถึงชั้น VIP นี้แล้วนะคะรินรดา" หมอภีมกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าจำนวนมากและเสียงเอะอะโวยวายก็กำลังดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูห้องพักฟื้น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 3
มีดหมอที่ไม่เคยสั่น
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!