เสียงกורหึ่มของใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นมหาเศรษฐีที่กดต่ำลงบนลานดาดฟ้า สร้างแรงลมกระโชกจนเส้นผมของปรินทร์ปลิวสยาย ใบหน้าของชายผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของรินรดาบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวผสมความอับAอาย ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทราคาแพงสั่นเทาขณะมองตามร่างระหงของหญิงสาวที่ก้าวผ่านความมืดของค่ำคืนขึ้นสู่ยานพาหนะมูลค่าหลายร้อยล้าน ความเงียบงันในห้องจัดเลี้ยงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระเบิดราวกับผึ้งแตกรัง ไม่มีใครกล้าสบตาปรินทร์อีกต่อไป—เพราะในโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา ผู้ที่ถือวงเงินไร้ขีดจำกัดย่อมเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด
ภายในห้องโดยสารส่วนตัวที่หรูหราดุจเลานจ์เคลื่อนที่ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาผสมผสานกับความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศช่วยขับไล่ความอึดอัดจากเบื้องล่าง รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคู่คมกริบมองทัศนียภาพของเมืองหลวงที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟเบื้องล่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่าแต่มั่นคง นอกเหนือจากความเหนื่อยล้าแล้ว ในอกของเธอกลับพุ่งพล่านไปด้วยกระแสความสะใจที่เย็นเยียบ
"ดูเหมือนว่าหมากตัวแรกจะทำให้กระดานสั่นสะเทือนได้ดีกว่าที่เราคาดไว้นะคะ คุณริน"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้องโดยสาร หมอภีม ศัลยแพทย์หนุ่มมือหนึ่งผู้เป็นทั้งเงาและมือขวาคนสนิทกำลังบรรจงเช็ดแว่นสายตาด้วยผ้าไหมเนื้อดี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตา คมมีดที่ใช้ผ่าตัดหัวใจมนุษย์ในห้องผ่าตัด ถูกเปลี่ยนมาเป็นคมปัญญาที่ใช้เฉือนคมคู่แข่งทางธุรกิจในคืนนี้
"ความสั่นสะเทือนแค่นี้ยังน้อยไปค่ะ หมอภีม" รินรดาหันมาสบตาชายหนุ่ม ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ปรินทร์ทำให้ฉันต้องสูญเสียทุกอย่างไปเมื่อสามปีก่อน บิดาของฉันต้องล้มป่วยลงจนตรอมใจตายเพราะกลโกงอันสกปรกของตระกูลศิริวัฒนากุล ความเจ็บปวดที่พวกมันมอบให้ ฉันจะค่อยๆ ชดใช้คืนให้พวกมันทีละน้อย... จนกว่าพวกมันจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการเป็นคนไร้ค่า"
เครื่องบินส่วนตัวลอยตัวนิ่งสนิท ณ ความสูงหลายพันฟุต ขณะที่หน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้าของรินรดาสว่างวาบขึ้น แสดงกราฟราคาหุ้นของบริษัท "ศิริวัฒนากุล กรปอร์เรชัน" ที่กำลังเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดหลักทรัพย์รอบดึก ข่าวลือเรื่องสภาพคล่องทางการเงินที่สั่นคลอนเริ่มแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง เป็นผลพวงจากการที่เธอใช้เครือข่ายลับกว้านซื้อหุ้นในมือของรายย่อยและเทขายออกอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา
"ทุนสำรองที่เราเตรียมไว้ ห้าหมื่นล้าน ถูกปล่อยเข้าสู่ระบบผ่านบัญชีนรนามเรียบร้อยแล้วค่ะ" ภีมรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ตอนนี้ทีมวิเคราะห์การเงินของเรากำลังรอจังหวะที่ทางธนาคารเจ้าหนี้ของปรินทร์จะเรียกประชุมฉุกเฉินในเช้าวันพรุ่งนี้ หากเรากดดันราคาหุ้นให้ร่วงลงไปต่ำกว่าเส้นแนวรับสำคัญได้ มูลค่าบริษัทของพวกมันจะลดฮวบทันทีมากกว่าสเกลห้าสิบเปอร์เซ็นต์"
"ดีมากค่ะ" รินรดายกแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีแดงเข้มขึ้นจิบช้าๆ "อย่าเพิ่งให้พวกมันล้มละลายเร็วเกินไปนะคะ ความตายที่รวดเร็วเกินไปมันใจร้ายกับพวกมันเกินไปค่ะ ฉันต้องการให้ปรินทร์ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการดิ้นรน ไร้หนทาง และสูญเสียทุกสิ่งไปต่อหน้าต่อตา เหมือนกับที่ฉันเคยเผชิญ"
บรรยากาศในห้องโดยสารเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามอย่างสม่ำเสมอ รินรดากวาดสายตามองเอกสารลับบนตัก ซึ่งเป็นข้อมูลทางการเงินและรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของศัตรู ทุกชื่อ ทุกตัวเลข ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำอันแม่นยำของเธอ หญิงสาวในวันนี้ไม่ใช่คุณหนูผู้เอาแต่ใจตัวเองคนเดิมอีกต่อไป เธอกลายเป็นนักล่าผู้เยือกเย็น ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยวด้วยความงดงามและไร้ความปรานี
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลศิริวัฒนากุล ปรินทร์กำลังยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผากเมื่อเห็นตัวเลขในตลาดหุ้นดิ่งลงเหวอย่างไม่หยุดหย่อน โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงแหลมสูงติดต่อกันไม่ขาดสาย ทั้งจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ และผู้จัดการธนาคารที่ต่างโทรเข้ามาทวงถามความรับผิดชอบ
"เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ!" ปรินทร์สบถลั่นห้อง ขว้างโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูอัดเข้ากับผนังห้องจนแตกกระจาย เศษแก้วและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจายไปทั่วพื้น ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง "นังรินรดา... นังผู้หญิงสารเลว! แกทำแบบนี้กับฉันได้อย่างไร!"
เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปถึงรุ่งสว่าง อาณาจักรธุรกิจที่ตระกูลศิริวัฒนากุลสั่งสมมาหลายชั่วอายุคนจะพังทลายลงไม่เป็นท่า และตัวเขาเองก็จะกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่ไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน ทางเดียวที่จะรอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้คือการหาเงินก้อนโตมาพยุงหุ้นในตลาดเปิดทำการเช้าวันพรุ่งนี้ แต่ทว่า... ในยามวิกฤตเช่นนี้ ไม่มีสถาบันการเงินแห่งใดกล้าปล่อยกู้ให้บริษัทที่กำลังจะดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน
ในจังหวะที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินจิตใจของปรินทร์จนแทบคลุ้มคลั่ง เสียงเคาะประตูก็กรีดดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่กลับหนักแน่นจนน่าขนลุก
"ใครวะ! บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งกวน!" ปรินทร์ตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงของชายวัยกลางคนผู้เป็นเลขาธิการส่วนตัว ใบหน้าของเขามีความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดจนมือทั้งสองข้างสั่นระริก
"คุณปรินทร์ครับ... มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขกชั้นล่างครับ" เลขารายงานด้วยเสียงตะกุกตะกัก
"ฉันไม่พบใครทั้งนั้น! ไล่พวกมันกลับไปให้หมด!"
"แต่... แต่แขกท่านนี้ไม่ใช่คนธรรมดาครับคุณปรินทร์" เลاخากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของปรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา "เขาบอกว่า... นำ 'ทางออกสุดท้าย' ที่คุณกำลังตามหามาเสนอ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทเราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ"
ปรินทร์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเกมแค้นอันงดงามนี้ด้วยกันค่ะ
ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 2
หมากตัวแรกบนกระดานเงินตรา
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!