กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านรอยแยกของความหรูหรา ภายในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมแกรนด์รอยัล คืนนี้คือค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองบนซากศพทางสังคมของตระกูลวรากุล ตระกูลที่เคยค้ำฟ้าแต่บัดนี้เหลือเพียงนามประดับไว้ให้คนรุ่นหลังเหยียบย่ำ
"น่าสมเพชเสียจริงนะคะ ว่าไหมคะคุณหมอภีม... คนเรานี่พอหมดเงิน อำนาจที่มีก็เป็นแค่ภาพลวงตา"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เจือไปด้วยความหยามเหยียดดังมาจากมุมมืดของระเบียงกระจกใส รินรดาในชุดราตรีสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาล ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่ความงามอันเยือกเย็นนั้น หากแต่เป็นใบหน้าใหม่—ใบหน้าที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงโดยศัลยแพทย์ผู้ถือครองสิทธิ์ขาดเหนือความตาย โครงหน้าเรียวได้รูป ปลายจมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตาสองชั้นที่คมกริบราวน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งถูกแปลงโฉมจนไม่มีใครในห้องจัดเลี้ยงเบื้องล่างจำได้ว่านี่คืออดีตคุณหนูตกอับที่พวกมันเคยรุมทึ้งเมื่อหกเดือนก่อน
หมอภีมยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่เคียงข้าง นิ้วเรียวยาวหมุนแก้วไวน์ทรงสูงช้าๆ สายตาทอดมองลงไปยังฟลอร์เต้นรำเบื้องล่าง ที่ซึ่งอดีตคู่หมั้นของเธอ—ปรินทร์—กำลังควงแขนอยู่กับคุณหนูตระกูลใหม่ผู้มั่งคั่งด้วยรอยยิ้มระรื่น
"ความตายยังมีความเมตตากว่าความโลภของมนุษย์เลยนะคะ ริน" ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ ราวกับกำลังวินิจฉัยโรคผู้ป่วยระยะสุดท้าย "คุณให้เวลาพวกมันมีความสุขบนกองเงินที่ปล้นมาจากพ่อของคุณนานเกินไปด้วยซ้ำค่ะ"
"ความสุขที่จอมปลอม... สมควรได้รับจุดจบที่สาสมไม่ใช่หรือคะ" รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกแช่แข็งไว้ด้วยความเย็นชา เธอก้มมองบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดในมือ—อภิสิทธิ์ที่ถูกส่งมอบผ่านระบบการเงินลับที่แม้แต่รัฐบาลยังต้องสั่นสะเทือน บัตรใบนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือซื้อขาย แต่มันคือมีดผ่าตัดที่จะกรีดเอาเกียรติยศจอมปลอมของพวกมันออกมาทีละชิ้น
เบื้องล่าง เสียงดนตรีบรรเลงหยุดลง พิธีกรบนเวทีประกาศเสียงดังผ่านไมโครโฟนเพื่อเริ่มการประมูลเครื่องเพชรโบราณชิ้นเอกของงาน—สร้อยคอเพชร "Tears of Aphrodite" ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมบัติประจำตระกูลวรากุล ก่อนจะถูกยึดไปขายทอดตลาดอย่างไร้ศักดิ์ศรี
"และรายการต่อไป การประมูลเริ่มต้นที่ยี่สิบล้านบาทครับ!"
ปรินทร์ก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยความลำพองใจ เขาถือไมโครโฟนแล้วกล่าวปราศรัยด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ราวกับว่าสมบัติชิ้นนั้นเป็นของตนมาแต่บรรพบุรุษ "เครื่องเพชรชิ้นนี้มีความหมายกับผมมากครับ มันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย... แม้ว่าบางคนจะไร้ปัญญาแม้แต่จะก้าวเข้ามาในงานนี้ก็ตามที"
เสียงหัวเราะชอบใจดังระเบิดขึ้นจากกลุ่มแขกเหรื่อผู้ดีจอมปลอม สายตาทุกคู่มองไปยังที่ว่างไร้ตัวตน ราวกับจะเยาะเย้ยวิญญาณของตระกูลวรากุลที่ล่มสลาย
รินรดาลดแก้วแชมเปญลงช้าๆ เธอดึงหน้ากากขนนกสีดำมาสวมทับใบหน้าครึ่งบน เหลือเพียงริมฝีปากอิ่มสีแดงชาดและดวงตาคู่นคมที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกชีวิตที่ขวางหน้า
"ไปกันเถอะค่ะคุณหมอ... ได้เวลาทวงของของเราคืนแล้วค่ะ"
เธอก้าวเดินออกไปจากมุมมืด ฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนอย่างมั่นคงและสง่างาม ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยอำนาจที่กดดันให้บรรยากาศรอบข้างเงียบงันลงโดยอัตโนมัติ หมอภีมเดินตามหลังในฐานะเงาผู้พิทักษ์ รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าคมคายของแพทย์หนุ่มผู้มองโลกผ่านความตาย
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวปริศนาในชุดราตรีสีดำสนิท ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมา รินรดาก้าวเข้าสู่ใจกลางห้องประมูล สายตานับร้อยคู่หันมามองเป็นตาเดียว ความงามอันเยือกเย็นและรัศมีแห่งความมั่งคั่งที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้แม้แต่เศรษฐีแถวหน้ายังต้องผับสายตากลับด้วยความหวาดหวั่น
ปรินทร์บนเวทีขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกคุ้นเคยกับเงาร่างนี้อย่างประหลาด แต่โครงหน้าที่เปลี่ยนไปและแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยวทำให้เขาไม่กล้าคิดไปไกล
"ส五十ล้านบาทค่ะ"
เสียงใสแต่กังวานราวน้ำแข็งแตกดังแทรกความเงียบขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน รินรดายกมือขึ้นช้าๆ สายตาจ้องตรงไปที่ปรินทร์บนเวทีด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก
ปรินทร์หน้าถอดสี เขาตะโกนสวนกลับทันที "เธอเป็นใคร! กล้าดียังไงมาป่วนงานประมูลการกุศลนี้ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้สันหลังของปรินทร์เย็นวาบ เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดเวทีทีละขั้นอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหยุดยืนเผชิญหน้ากับชายผู้เคยเหยียบย่ำเธอด้วยระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว
เธอยื่นบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดให้พนักงานประมูลรับไป พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งฮอลล์
"ฉันจำไม่ได้นะคะว่าสุนัขที่เคยเก็บตกจากข้างถนน... มีสิทธิ์มาเห่าหอนบนสมบัติของตระกูลฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ตกอยู่ในความเงียบงันระดับปวุกปุย ปรินทร์หน้าซีดเผือกด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อน้ำเสียงนั้นสะท้อนก้องในความทรงจำอันดำมืด ขณะที่เครื่องรูดบัตรสีดำในมือพนักงานส่งเสียง "ปี๊บ" ยาวนานยืนยันวงเงินมหาศาลผ่านฉลุยอย่างไม่มีสะดุด—และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว รินรดาก็เอื้อมมือไปคว้าสร้อยคอเพชรมาครองไว้ พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินมาจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานดาดฟ้าเหนือศีรษะพวกเขาทันที
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและหอมหวานนี้ด้วยกันค่ะ — ต้นไม้ริมระเบียง)
ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 1
มื้อค่ำที่ไร้เงาความทรงจำ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!