เสียงกระดาษ A4 เปล่งเสียงกรอบแกรบยามถูกมือสั่นเทาของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ขยำจนยับยู่ยี่ในอากาศ ความเงียบงันภายในห้องสอบสวนสีทึบชวนอึดอัดจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ นอกจากเสียงหัวใจของตระกูลวรภัทรที่กำลังเต้นเร็วจนระเบิด
"หมายศาล... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!"
คุณหญิงวิภาชะงักค้างอยู่กับที่ ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองตัวอักษรสีดำสนิทบนหัวกระดาษตราครุฑที่ระบุข้อหาฉกรรจ์อย่างไม่เชื่อสายตา มือที่เคยสวมแหวนเพชรกระრาททับกันอย่างเย่อหยิ่งบัดนี้สั่นเทาจนเกือบทำเอกสารหลุดมือ หญิงชราหันขวับไปมองหน้าบุตรชายและสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงระคนตื่นตระหนก
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็น ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องและท่าทีที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ เสียง 'ก๊อก... ก๊อก...' นั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ
"ฟอกเงินข้ามชาติ... อายัดทรัพย์สินทั้งหมด... รวมถึงหุ้นในเครือวรภัทรกรุ๊ปแปดสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยสินะคะ" รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าแฝงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างงดงาม "น่าเสียดายจังค่ะ ที่หมายศาลฉบับนั้นไม่ได้มาเคาะประตูบ้านพวกคุณเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้น... ฉันคงไม่ต้องเสียเวลามานั่งมองหน้าพวกคุณนานขนาดนี้หรอกนะคะ"
"แก! นังเด็กอกตัญญู! แกทำอะไรลงไป!" อนันต์ พ่อเลี้ยงผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธออย่างไร้ความปรานี พุ่งพรวดเข้าหาโต๊ะสอบสวนด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองบุตรสาวนอกไส้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "แกเป็นคนแจ้งความจับพวกเราใช่ไหม! แกเอาหลักฐานมาจากไหน นังสารเลว!"
รินรดาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ความรู้สึก ขณะที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสากลสีดำสนิทสี่คนก้าวเข้ามาขวางหน้าอนันต์ไว้ทันท่วงที แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวบอดี้การ์ดเหล่านั้นจนอนันต์ต้องผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ระวังปากด้วยนะคะ คุณอนันต์" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมห้อง หมอภีม ศัลยแพทย์หนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงผนังอยู่เงียบๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้แสงไฟ สีหน้าของเขาเย็นชาไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพความสิ้นหวังของครอบครัววรภัทรอย่างสมเพช "คำพูดพล่อยๆ ที่ไม่มีหลักฐาน อาจทำให้คดีอาญาของคุณหนักหน่วงขึ้นอีกหลายเท่าตัว... ในฐานะหมอ ฉันเตือนด้วยความหวังดีว่า สมองส่วนหน้าของคุณเริ่มเสื่อมถอยจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วหรือเปล่าคะ?"
คำว่า 'คะ' ที่หลุดออกมาจากปากนายแพทย์หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทำเอาทุกคนในห้องชะงักงัน อนันต์อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก เขาจำหมอภีมได้ดี... นายแพทย์อัจฉริยะผู้กุมสัมพันธไมตรีกับมหาเศรษฐีระดับโลกและเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ เหตุใดคนระดับนี้ถึงมาสยบอยู่เบื้องหลังเด็กผู้หญิงที่พวกเขากลั่นแกล้งจนเกือบตาย
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูท ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณหญิงวิภาผู้กำลังนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความสิ้นเรี่ยวแรง
"คุณย่าคะ... จำวันที่ฉันคุกเข่าขอร้องให้พวกคุณช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่ได้ไหมคะ?" รินรดาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของหญิงชรา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช "วันนั้น... คุณย่าบอกว่าเงินซื้อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ได้ และไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา"
คุณหญิงวิภาตัวสั่นเทา ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก "แก... แกมันปีศาจ..."
"ค่ะ ฉันอาจจะเป็นปีศาจ..." รินรดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานช่างงดงามแต่กลับเย็นยะเยือกจนน่ากลัว "แต่ปีศาจตนนี้กำลังจะซื้อตระกูลวรภัทรทั้งตระกูล... ด้วยเงินสดค่ะ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของคุณหญิงวิภาและอนันต์ก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี หน้าจอโทรศัพท์แสดงข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ที่รัวเป็นชุด—บัญชีถูกระงับ วงเงินบัตรเครดิตทั้งหมดถูกปฏิเสธ หุ้นในมือกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าภายในชั่วพริบตา ความมั่งคั่งที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนพังทลายลงต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสามนาที
นี่ไม่ใช่แค่การล้างแค้นธรรมดา... แต่มันคือการทำลายล้างรากเหง้าทางสังคมของตระกูลวรภัทรให้หายไปจากแผนที่เศรษฐกิจอย่างถาวร
หมอภีมเดินเข้ามาเคียงข้างรินรดา พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตเครื่องหรูให้เธอกดอนุมัติคำสั่งซื้อขั้นสุดท้าย รินรดากวาดสายตามองตัวเลขมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่กำลังโยกย้ายเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของเธอด้วยความเรียบเฉย
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ ภีม?" รินรดาเอ่ยถามคู่คิดคนสนิท
"เรียบร้อยสมบูรณ์แบบครับ... เอ๊ย... ค่ะ" หมอภีมแกล้งทำเป็นอมยิ้มแก้เขินกับสรรพนามที่เผลอหลุดปาก ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ "ทรัพย์สินทั้งหมดของวรภัทรกรุ๊ปถูกโอนถ่ายเข้าสู่กองทุนส่วนบุคคลของคุณรินรดาเรียบร้อยแล้วครับ... เอ่อ... ค่ะ"
รินรดาปรายตามองอดีตครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างแท้จริง พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นห้องสอบสวน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี อนันต์พยายามจะคลานเข้ามาจับชายเสื้อเธอ แต่ถูกบอดี้การ์ดใช้ปลายรองเท้าหนังเหยียบตรึงไว้กับพื้น
"พวกคุณยังมีเวลาเก็บกระเป๋าออกจากคฤหาสน์หลังนั้นอีกสามชั่วโมงนะคะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะก้มมองคนที่นอนหมอบอยู่แทบเท้า "เพราะหลังจากนั้น... เจ้าของคนใหม่จะเข้าไปรีโนเวทพื้นที่เพื่อเลี้ยงสุนัขค่ะ"
เธอกลับหลังหันอย่างไร้เยื่อใย แขนเรียวเกี่ยวเข้ากับข้อศอกของหมอภีมอย่างสนิทสนม ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันออกจากห้องสอบสวน ท่ามกลางเสียงโหยหวนและเสียงสะอื้นไห้ที่ไล่หลังมาอย่างน่าสมเพช
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กบานใหญ่เพื่อขึ้นรถลิมูซีนส่วนตัวที่จอดรออยู่ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของหมอภีมก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
แพทย์หนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา เป็นเบอร์แปลกจากต่างประเทศที่ไม่มีการบันทึกชื่อไว้ แต่รหัสพื้นที่... คือสวิตเซอร์แลนด์
"รับสิคะ" รินรดากระซิบเบาๆ ขณะยืนรออยู่หน้าประตูกระจกใส
หมอภีมกดรับสายและแนบโทรศัพท์กับใบหู สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจตลอดเวลากลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดหลายปีที่ร่วมงานกัน
"ครับ... ว่ายังไงนะ?" หมอภีมทวนคำเสียงต่ำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงระคนประหลาดใจ "คุณรินรดา... ทางธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์เพิ่งแจ้งเรื่องด่วนเข้ามา... บัญชีลับวงเงินสำรองฉุกเฉินมูลค่าห้าแสนล้านบาทของคุณ... กำลังถูกบุคคลปริศนาทำการแฮกและโยกย้ายออกทีละส่วน... ตอนนี้!"
รินรดาสะดุดกึกลงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าสวยหวานแข็งค้างในเสี้ยววินาที
ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 5
เงินคืออาวุธที่เงียบเชียบที่สุด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!