ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 10

เปราะบางดั่งผลึกแก้ว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายของฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ล้างแผลยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นวีไอพีชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แสงไฟนีออนสีวลีจากภายนอกทอดผ่านม่านมู่ลี่สีทึบ เป็นเส้นสายเรืองรองที่ตัดกับความมืดสลัวภายในห้องได้อย่างน่าประหลาด รินรดาทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ปลายเรียวเล็บที่ถูกแต่งแต้มด้วยยาทาเล็บสีแดงก่ำราวกับหยดเลือดกำลังจิกเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่น เพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาที่พยายามคุกคามร่างกายจากภายใน สำหรับคนอื่น เธอคืออดีตคุณหนูตกอับที่ไร้แม้กระทั่งแผ่นดินจะซุกหัวนอน เป็นเหยื่ออันโอชะของตระกูลใหญ่ที่รุมทึ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายไปต่อหน้าต่อตา แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ภายใต้ชุดสูทราคาแพงที่ตัดเย็บอย่างประณีตและรอยยิ้มเยือกเย็นนั้น ร่างกายของเธอถูกกัดกินด้วยความเหนื่อยล้าสะสม และบาดแผลจากอดีตที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริง “คุณกำลังทำร้ายตัวเองอีกแล้วนะคะ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมห้อง หมอภีมก้าวเท้าออกมาจากห้องตรวจส่วนตัว แสงไฟสลัวตกกระทบลงบนกรอบแว่นสายตาโลหะสีเงิน สะท้อนประกายความคมกริบของดวงตาคู่คมที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงเปลือกตอันบอบช้ำของเธอ ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจและมือที่มั่นคงราวจับวางกำลังยืนกอดอก มองหญิงสาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเด รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงก้มหน้ามองพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทะบรรยากาศระหว่างกัน “ฉันไม่ได้อ่อนแอ” เธอกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยจนเจ้าตัวต้องแอบกลืนน้ำลายเพื่อปรับให้มันกลับมามั่นคง “และความเจ็บปวดพวกนี้ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พวกมันทำกับตระกูลของฉัน” หมอภีมถอนหายใจเบาๆ เป็นเสียงที่แฝงไว้ด้วยความระอาปนความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะนิยาม เขาเดินเข้ามาใกล้ ชand ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟา เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการผ่าตัดช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน เอื้อมออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่หลังมือของเธอที่กำลังจิกฝ่ามือตัวเองอยู่ “อำนาจ เงินตรา และการแก้แค้น... มันหอมหวานจนคุณยอมแลกแม้กระทั่งลมหายใจของตัวเองเลยหรือคะ รินรดา” หมอภีมเอ่ยถาม เสียงของเขาไม่ได้เยาะเย้ย แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่บาดลึก “คุณถือมีดที่คมที่สุดเพื่อเชือดเฉือนศัตรู แต่ลืมไปว่าด้ามจับของมันกำลังบาดมือคุณจนเลือดอาบ” สัมผัสอุ่นจากมือของศัลยแพทย์หนุ่มราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง การปฏิเสธความจริงที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น กำแพงน้ำแข็งที่รินรดาใช้ปกป้องตัวเองจากโลกอันโหดร้ายเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเงียบงัน ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเยือกเย็นและคำนวณผลประโยชน์อยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างระหงที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างามค่อยๆ Acknowledged ความเหนื่อยล้า เธอยอมปล่อยให้ศีรษะมนโน้มลงซบกับลาดไหล่กว้างของหมอภีมอย่างไม่มีแรงจะฝืน นี่คือครั้งแรก... ครั้งแรกในรอบหลายปีที่รินรดาเผลอแสดงความอ่อนแอต่อหน้ามนุษย์ผู้ชายคนนี้ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขา ความเงียบสงบที่โอบล้อมรอบตัว และความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทำให้เขื่อนกั้นน้ำตาที่เธออดกลั้นมานานนับแรมปีพังทลายลงอย่างไร้ท่าที ร่างกายของเธอยรสั่นเทาเล็กน้อยในอ้อมแขนที่โอบกอดอย่างมั่นคง เสียงสะื้นไหวดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของผลึกแก้วที่กำลังร้าวราน หมอภีมไม่ได้พูดคำปลอบโยนน้ำเน่าใดๆ ออกมา เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางนั้นไว้ช้าๆ ลูบเบาๆ ที่เส้นผมสีดำสนิทราวกับต้องการถ่ายทอดความมั่นคงทั้งหมดที่เขามีให้แก่หญิงสาวผู้แบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่า “ร้องออกมาเถอะค่ะ” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหูของเธอ “ในห้องนี้ ไม่มีคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้ไร้พ่าย ไม่มีนักลงทุนผู้เย็นชา... มีแค่รินรดา ที่เหนื่อยมามากพอแล้ว” คำพูดเพียงไม่กี่คำกลับมีพลังทำลายล้างสูงยิ่งกว่าเงินนับพันล้าน รินรดากำเสื้อสูทบริเวณหัวไหล่ของเขาแน่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าซึมผ่านเนื้อผ้าจนเปียกชื้น เธอยอมปล่อยให้ความเปราะบางเข้าครอบงำตัวเองเป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียวในชีวิต ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบอันเปราะบางกำลังประสานรอยร้าวในใจของทั้งสองคน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างไม่มีมารยาท สามครั้งติดๆ กันราวกับตั้งใจจะทำลายบรรยากาศอันล้ำค่านี้ให้แหลกสลาย ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ตามมาด้วยเสียงผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออกอย่างไร้การอนุญาต ร่างท้วมของทนายความประจำตระกูลคู่ปรับก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปิดไม่มิด ด้านหลังของเขาคือชายวัยกลางคนผู้มีอำนาจล้นพ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมกันฮุบสมบัติของเธอไป “อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะครับที่ขัดจังหวะช่วงเวลาสวีทของคุณหนูตกอับกับหมอไส้เดือนแถวนี้” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอย่างน่ารังเกียจ “พอดีพวกเรามีเอกสารด่วนจากศาลมาให้เซ็นหน่อยครับ เกี่ยวกับการอายัดบัญชีลับครั้งสุดท้ายของคุณ... ว่าแต่ คุณรินรดา ยังไหวอยู่ใช่ไหมครับ หรือต้องให้ผมเรียกพยาบาลมาฉีดยาระงับประสาทให้ก่อนดี?” รินรดาผละออกจากอ้อมแขนของหมอภีมทันที ดวงตาที่ยังคงมีคราบน้ำตาคลอหน่วยหันกลับไปมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยความเร็วแสง ความอ่อนแอเมื่อครู่ถูกเก็บกักลงไปในก้นบึ้งของจิตใจอย่างแนบเนียน แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ หมอภีมค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง เขาขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย ก่อนจะควAam สตาร์ทเตอร์การ์ดสีดำสนิทประดับเพชรแท้ลวดลายประหลาดออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ โยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าทนายความด้วยท่าทีสบายๆ “ก่อนจะพูดเรื่องอายัดบัญชี...” หมอภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นยะเยือกจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลาย “ช่วยตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัตรใบนี้ของเธอให้ดีเสียก่อน... ว่าพอกว้านซื้อหุ้นบริษัทของพวกคุณทั้งเครือ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดภายในสามวินาทีนี้หรือเปล่า” สิ้นคำพูดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือของทนายความก็ส่งเสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาลดังระรัวขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทเศรษฐีตกอับกับศัลยแพทย์ผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%