กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 2

รัศมีเยือกแข็ง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
เสียงโลหะเสียดสีกับฝักกระบี่ดังเสียดแก้วหู ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณในขุมนรกโลกันตร์ หลี่มู่เฉินไม่สนใจโลหิตที่ซึมออกจากง่ามมือ ม่วงครามแห่งปราณกระบี่แผ่ซ่านปกคลุมร่างจนเกิดเสียงระเบิดปะทะกับอากาศรอบด้าน ท่ามกลางหมู่เมฆสีเทาทะมึนที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเหนือยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ เงาร่างของเขายืนหยัดดั่งเสาหินผาที่ไม่เคยสยบต่อฟ้าดิน กระบี่เหล็กดำในมือหาใช่ศาสตราธรรมดา หากแต่มันคือตัวแทนแห่งความเคียดแค้นและความมุ่งมั่นที่จะแหวกทะลวงกฎเกณฑ์สวรรค์ที่อยุติธรรม "เจ้า… กล้าหาญเกินไปแล้ว" สุ้มเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ดุจสายน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ เอ่ยขึ้นจากเบื้องบน เซียนจื่อหยวนยังคงประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลาจารึกอักขระโบราณ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่าง ดอกบัวน้ำแข็งเก้ากลีบเบ่งบานและร่วงหล่นรอบกาย วนเวียนเป็นค่ายกลธรรมชาติที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลکสลายในพริบตา นางมิได้แม้แต่จะชายตามองกระบี่ที่ถูกชักออกมาครึ่งเล่มนั้น ทว่ารัศมีเยือกแข็งที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนางกลับทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว ห้วงอากาศแข็งตัวเป็นผลึกแก้วสีฟ้าใสที่พร้อมจะบาดเฉือนเนื้อหนังของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนให้ขาดวิ่น หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงสะท้อนจากจิตวิญญาณ "ฮ่าๆๆ... ไร้หัวใจ? หรือแท้จริงแล้ว สตรีผู้กุมชะตากรรมแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์อย่างท่าน เพียงแค่หวาดกลัวว่าระเบียบที่ท่านสร้างขึ้น จะถูกวิถีกระบี่ของข้าสั่นคลอนเล่า!" สิ้นคำ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวเพลิงของหลี่มู่เฉินก็ตวัดขึ้นสบกับดวงเนตรสีนิลคู่นั้น ในชั่วพริบตาที่สบตากัน ห้วงเวลาคล้ายหยุดนิ่ง ความกดดันระดับมหาอำนาจที่กดทับบ่าของเขาอยู่หนักอึ้งราวกับแบกภูเขาห้าขุนเขาไว้ แต่นัยน์ตาของเซียนจื่อหยวนกลับไหววูบไปชั่วขณะ—เสี้ยววินาทีนั้น นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่สูญหายไปจากอกของนางเองมาเนิ่นนาน… ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ถูกแผดเผาด้วยความดื้อรั้นและจิตวิญญาณอันไม่ยอมจำนนต่อผู้ใด กระบี่เหล็กดำถูกชักออกจากฝักจนสุดเสียง *ชิ้ง!* ประกายไฟสีชาดระเบิดประกายเจิดจ้าตัดกับความหนาวเหน็บสีคราม วิถีกระบี่ที่หลี่มู่เฉินฝึกฝนมาตลอดชีวิตหลอมรวมเข้ากับอัคคีจิตวิญญาณ ทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับมังกรเพลิงคำรามฝ่าความหนาวเหน็บ เซียนจื่อหยวนขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย นางยื่นปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวออกไปข้างหน้าเบาๆ พลังปราณเหมันต์หมื่นปีควบแน่นเป็นคมกระบี่น้ำแข็งนับพันเล่มกลางอากาศ พุ่งเข้าประจันหน้ากับมังกรเพลิงอย่างเหี้ยมเกี้ยม ตูมมม! คลื่นกระแทกจากการปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งยอดเขา ก้อนศิลาขนาดมหึมาแตกละเอียดเป็นผุยผง หิมะโปรยปรายกลายเป็นละอองไอน้ำเดือดพล่าน ทว่าท่ามกลางพายุพลังที่บ้าคลั่งนั้น หลี่มู่เฉินกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของเขา แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับเหี้ยมเกรียมและงดงามยิ่ง เซียนจื่อหยวนลุกขึ้นยืนช้าๆ จากบัลลังก์ หัวใจที่เคยด้านชาและหยุดเต้นไปนับร้อยปี กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนนางต้องยกมือขึ้นทาบอกเสื้อ พลังปราณของเขามันคืออันใดกัน? เหตุใดจึงสามารถสั่นคลอนจิตใจที่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำแข็งพันปีของนางได้ถึงเพียงนี้? ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าววาจาใดออกไป แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ท้องฟ้าเหนือสำนักเหมันต์นิรันดร์ที่เคยปิดตายด้วยค่ายกลโบราณ กลับปรากฏรอยร้าวสีดำสนิทขนาดใหญ่ราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติที่ลึกที่สุดดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างมหึมาอันชั่วร้ายที่พุ่งทะลวงรอยแยกนั้นลงมา—มันคือ "อสูรโลหิตบรรพกาล" ที่ถูกผนึกไว้ใต้บาดาลมาเนิ่นนาน และเวลานี้ มันหลุดพ้นจากการจองจำแล้ว! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานฟ้าร่วมกับคมกระบี่และหัวใจที่ไร้หัวใจดวงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%