โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคมกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนแผ่นน้ำแข็งใสราวกระจกเบื้องล่างจนเกิดเสียงดังกังวานเยือกเย็น ราวกับเสียงถอนหายใจของฟ้าดิน
"เจ้าประมาทเกินไปแล้ว... มู่เฉิน"
สุ้มเสียงราบเรียบดุจสายน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดูเอื้อnเอ่ยขึ้น ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณที่หมุนวนรุนแรงจนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพญาเซียนสะบัดพลิ้ว เซียนจื่อหยวนยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายกระบี่หิมะโปรยปรายของนางจ่ออยู่ที่ตำแหน่งหัวใจของหลี่มู่เฉิน โดยมีเพียงหยดเลือดและไอหมอกบางเบากั้นกลาง
ชายหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องลึกลงไปในดวงเนตรคู่สวยที่มักจะว่างเปล่าไร้คลื่นอารมณ์ของนาง ในยามปกติ เซียนจื่อหยวนคือผู้ควบคุมสมดุลแห่งโลกเซียน นางผู้ไร้หัวใจผู้ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง แต่ในยามนี้... กลับมีเงาสะท้อนของเขาปรากฏเด่นชัดอยู่ภายในนัยน์ตานั้น ชัดเจนราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาน้ำแข็งพันปี
"หากข้าไม่ยอมเข้าใกล้ท่านเช่นนี้ แล้วข้าจะมองเห็นความห่วงใยที่ท่านซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาเล่า จื่อหยวน" หลี่มู่เฉินเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะส่งความเจ็บปวดแปลบปลาศจากการถูกไอเซียนแทรกซึม แต่เขากลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว ปลายคมกระบี่ของนางจึงแนบชิดติดผิวเนื้อจนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งวิญญาณ
จื่อหยวนชะงักงัน หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งบึงน้ำโบราณกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ไม่ได้มาจากอาวุธในมือ แต่มาจากความจริงใจที่ดุดันและดื้อรั้นของบุรุษผู้นี้ นางไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดเข้าใกล้รัศมีปราณของตนในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่จุด1สูงสุดของสำนักเหมันต์นิรันดร์ ทุกผู้คนล้วนก้มหัวหวาดกลัว มีเพียงเขา... หลี่มู่เฉิน ที่กล้าใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพัน เพื่อทลายกำแพงน้ำแข็งในอกนาง
"เจ้ามันคนบ้า..." นางกระซิบแผ่วเบา ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวเนื่องจากอุณหภูมิรอบกายลดฮวบทันทีที่อารมณ์ของนางแปรปรวน "ความตายไม่ได้อยู่ไกลจากเจ้าเลยในยุทธภพนี้ เหตุใดจึงยังเอาชีวิตมาเสี่ยงกับข้า"
"เพราะชีวิตข้า... ในเมื่อมอบให้กับวิถีกระบี่แล้ว ก็ย่อมมอบให้กับสตรีที่ถือครองกระบี่เล่มเดียวกันได้เช่นกัน"
สิ้นคำพูดนั้น หลี่มู่เฉินไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว มือหนาเอื้อมออกไปควคอมจับด้ามกระบี่หิมะโปรยปรายของนางอย่างมั่นคง ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการฝึกฝนวิชากระบี่มาอย่างยาวนานแนบเข้ากับเรียวมือขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบของนางโดยตรง สัมผัสอุ่นร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่ปลายนิ้วของเซียนจื่อหยวน ราวกับอัคคีที่กำลังละลายน้ำแข็ง
ร่างของนางสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพลังปราณ แต่มันคือการปะทะกันของดวงวิญญาณ ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาไหลรินเข้าสู่จุดตันTIAN (จุดตันเถียน) ของนาง ปลุกเร้าพลังปราณโบราณที่หลับใหลมาเนิ่นนานให้ตื่นขึ้น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน—ความรู้สึกที่หัวใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก—กำลังกัดเซาะความเย็นชาที่นางสะสมมานับร้อยปี
"ปล่อย..." นางเอמהเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามดึงกระบี่กลับ แต่หลี่มู่เฉินกลับออกแรงกดกระบี่นั้นเข้าหาตัวเขามากขึ้น ปลายกระบี่แตะโดนผิวเนื้อจนมีเลือดซึมออกมาอีกหยด ทว่าสายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
"ข้าจะไม่ปล่อย จนกว่าท่านจะยอมรับความจริงในใจของตนเอง" หลี่มู่เฉินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดอกเหมันต์จางๆ ที่ลอยมาจากเรือนร่างของนาง "ท่านคอยปกป้องโลกใบนี้ คอยแบกรับภาระที่หนักอึ้ง แต่ใครเล่าจะปกป้องหัวใจของเซียนจื่อหยวน... หากไม่ใช่ข้า"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้วงจิตสำนึกของนางพญาเซียน น้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาของเซียนจื่อหยวน กระทบลงบนหลังมือของหลี่มู่เฉิน มันคือน้ำตาหยดแรกในรอบหลายร้อยปี น้ำตาที่เกิดจากความตระหนักรู้ว่า หัวใจที่ตายด้านของนางได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว... ฟื้นขึ้นมาเพราะบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ เสียงลมพายุหิมะด้านนอกถ้ำลับแลราวกับถูกตัดขาด ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของคนทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ มิติอากาศเบื้องหลังพวกเขากลับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง!
*เปรี้ยง—!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ผนังน้ำแข็งแกร่งนับพันปีแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากภายนอก ไอสังหารสีดำสนิทพวยพุ่งทะลักเข้ามาในคูหา ราวกับมังกรทมิฬที่กระหายเลือด
เซียนจื่อหยวนแววตาเปลี่ยนเป็นคมกลาดในชั่วพริบตา สัญชาตญาณแห่งยอดฝีมือกลับมาครองร่าง นางผลักหลี่มู่เฉินออกไปด้านข้างด้วยพลังปราณนุ่มนวล พร้อมกับตวัดกระบี่หิมะโปรยปรายขึ้นรับการโจมตีปริศนาที่พุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพ
"ใครกัน!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่นในลำคอ แววตาดุดันลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ กระบี่เหล็กนิลในมือถูกชักออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีดังกังวานบาดแก้วหู ไอพลังปราณกระบี่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเพดานถ้ำ สะท้อนประกายแสงสีเงินยวดยวงตัดกับความมืดมิดของไอสังหารทมิฬ
ท่ามกลางกลุ่มควันและเศษน้ำแข็งที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะโปรย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายอักขระมารโบราณก้าวเท้าเดินออกมาจากรอยแยกมิติ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากซีดเซียว ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองคนทั้งสองด้วยแววตาสمเพชเวทนา
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับก Prang (ปรากฏ) อาวุธรูปร่างประหลาดในมือที่แผ่ไอพิษร้ายกาจ "ไม่นึกเลยว่าเซียนจื่อหยวนผู้สูงส่ง จะยอมสยบให้แก่เศษสวะแห่งยุทธภพ... เช่นนั้น วันนี้ ข้าผู้นี้จะขอส่งพวกเจ้าทั้งคู่ไปร่วมบำเพ็ญเพียรในปรโลกพร้อมกัน!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมทางทุกท่านที่ร่วมทะยานสวรรค์มาด้วยกันในบทนี้นะคะ
---
**ชิงเสวี่ยเหมันต์**
กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 11
จิตสัมผัสใจ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!