กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ•ตอนที่ 12

นักล่าจากเบื้องบน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนอยู่กับละอองน้ำค้างแข็งยามราตรี ณ หุบผานิจันทรุปราคานี้ ไม่มีเสียงสรรพสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีก นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดุจกลองศึกและการโคจรของลมปราณที่แผดเผาจนหินผารอบด้านเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวา เซียนจื่อหยวนยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางสะท้อนแสงจันทร์สีโลหิตจนดูคล้ายอาบด้วยหยาดเลือด ทว่าแววตาคู่คมกลับปราศจากความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพชีวิตเบื้องหน้า นางกวาดสายตามองร่างสูงโปร่งของหลี่มู่เฉินที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อน บัดนี้กลับยืนหยัดเผชิญหน้ากับเงาอัปลักษณ์แห่งแดนสวรรค์ด้วยกระบี่ในมือที่สั่นระริกด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "มู่เฉิน... เจ้าไม่ควรมาที่นี่" น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าลึก and ห้วงคำนึงกลับซ่อนความห่วงหาอาทรที่แม้แต่กฎสวรรค์ก็ไม่อาจลบเลือน หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องมองไปยังรอยแยกมิติเบื้องบนที่กำลังปริออก ชายหนุ่มปาดคราบโลหิตที่มุมปากออกอย่างไร้ความยเกรงกลัว "ให้ข้าทิ้งสตรีที่ยอมมอบหัวใจและวิถีกระบี่ให้ข้าเพียงผู้เดียวไว้เบื้องหลัง แล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวเช่นนั้นหรือ? จื่อหยวน... เจ้าก็รู้ว่าหลี่มู่เฉินผู้นี้ไม่เคยรู้จักคำว่า 'ถอยหลัง' ในพจนานุกรมของวิถีกระบี่!" เปรี้ยง! ท้องนภาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายฟ้าสีทองคำขาวพาดผ่านกลกลีบเมฆที่หมุนวนเป็นรูปวงแหวนมหึมา แรงกดดันระดับเทพเซียนแผ่ซ่านลงมากดทับจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรูปร่างน่าเกลียด จากรอยแยกมิตินั้น ร่างเงาสีทองอร่ามสามร่างค่อยๆ ก้าวเดินออกมา ราวกับเหยียบย่างอยู่บนบันไดแห่งสวรรค์ ทุกก้าวที่พวกมันเดินแผ่นดินเบื้องล่างต่างสั่นสะเทือน เลือดในกายของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในรัศมีร้อยลี้ต่างเดือดพล่านจนแทบพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด "เซียนจื่อหยวน... เจ้าผู้ละเมิดกฎเหล็กแห่งแดนเบื้องบน บังอาจหลบหนีทัณฑ์สวรรค์ลงมาเสพสังวาสกับมนุษย์แดนล่าง โทษทัณฑ์ของเจ้าคือการถูกลบชื่อออกจากทำเนียบเซียน และถูกสลายจิตวิญญาณไม่ให้ผุดให้เกิด!" เสียงประกาศิตก้องกังวานดุจอสุนีบาตฟาดลงกลางใจ ประมุขแห่งแดนสวรรค์ผู้หนึ่ง นามว่า 'เทวะอัคคีทัณฑ์' ก้าวออกมาเบื้องหน้า ร่างของเขาสวมเกราะทองคำสลักลวดลายวิหคเพลิง ดวงตาสะท้อนประกายเพลิงผลาญโลก รัศมีพลังของเขาอยู่เหนือขอบเขตที่มนุษย์จะจินตนาการได้ มันคือพลังที่สามารถคว่ำมหาสมุทรและแผดเผาภูเขาให้กลายเป็นจุลในพริบตา เซียนจื่อหยวนก้าวขึ้นบังร่างของหลี่มู่เฉินไว้ครึ่งหนึ่ง กระบี่เหมันต์ในมือปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "กฎสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะและเห็นแก่ตัวเช่นนั้น มีค่าอันใดให้ข้าต้องยึดถือ? ข้าพากเพียรบำเพ็ญมานับพันปีเพื่อปกป้องโลกใบนี้ แต่วันที่ข้าต้องการหัวใจของตนเองกลับถูกพวกเจ้าตราหน้าว่าเป็นความผิด... น่าขันสิ้นดี!" "สามหาว!" เทวะอัคคีทัณฑ์คำรามลั่น เพลิงสีทองลุกโชนท่วมร่าง เงาร่างทั้งสามสะบัดมือพร้อมกัน หอกอัคคีสามเล่มพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วดุจดาวตก เป้าหมายคือการสังหารทั้งสองให้ดับดิ้นในคราเดียว "ระวัง!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่น พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่าง ร่างของเขายาวพุ่งทะยานขึ้นฟ้าดุจมังกรทะยานสวรรค์ กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นรูปหยินหยางผสานอัคคีและเหมันต์ พลังกระบี่สายหนึ่งตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูง พุ่งปะทะกับหอกอัคคีเล่มแรกอย่างจัง ตูมมมม! แรงปะทะสร้างคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีสิบรีถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง หลี่มู่เฉินกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายของเขาถูกแรงกระแทกซัดจนร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหินผาจนแตกละเอียด ทว่าเขากลับยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบไม่เคยมีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ในขณะเดียวกัน เซียนจื่อหยวนพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ นางตวัดกระบี่เหมันต์ออกไปสามสิบหกกระบวนท่า ร่างเงาสีขาวระหงร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่นางสร้างขึ้นจากปราณเซียน เคล็ดวิชา 'เหมันต์นิรันดร์กลืนนภา' ถูกปลดปล่อยออก It เป็นม่านน้ำแข็งหนาทึบที่เข้าห่อหุ้มเทวะอัคคีทัณฑ์ทั้งสามไว้ "คิดจะใช้ม่านน้ำแข็งกระจอกๆ นี้หยุดพวกเราหรือ?" เทวะอัคคีทัณฑ์อีกผู้หนึ่งหัวร่ออย่างเย้ยหยัน เขาชกหมัดออกไปเพียงครั้งเดียว เพลิงอัคคีสวรรค์ก็หลอมละลายม่านน้ำแข็งของนางจนระเหยกลายเป็นไอในพริบตา ความต่างของขอบเขตพลังทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังระดับเซียนแท้จริงนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด เซียนจื่อหยวนหน้าซีดเผือด นางสูญเสียพลังไปมากจากการฝ่าด่านเคราะห์ก่อนหน้านี้ ร่างของนางถูกแรงกดดันกระแทกจนถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากหยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ราวกับดอกเหมันต์ที่เบ่งบานกลางกองเลือด "จื่อหยวน!" หลี่มู่เฉินเห็นดังนั้น หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาจิตวิญญาณของเขาจนถึงขีดสุด อดีตที่เคยสูญเสียอาจารย์ ภาพในวันที่เขาไร้พลังและทำได้เพียงยืนมองคนที่รักจากไปซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด "ข้าจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด... ข้าไม่ยอม!" พลังปราณในจุดตันตียนของหลี่มู่เฉินระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เคล็ดวิชา 'กระบี่ทะลวงสวรรค์' ที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิตเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและขาวบริสุทธิ์สลับกัน มันคือการหลอมรวมวิถีกระบี่เข้ากับเจตจำนงแห่งการฝืนลิขิตฟ้า ร่างของเขาลอยขึ้นสู่กลางอากาศอย่างไร้แรงโน้มถ่วง เส้นผมสีดำปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณที่บ้าคลั่ง เทวะอัคคีทัณฑ์หันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาดูแคลน "มดปลวกกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ? อยากตายนักใช่ไหม ข้าจะสงเคราะห์ให้—" "หุบปาก!" หลี่มู่เฉินตวาดลั่น ประกายตาดุดันดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังเบื้องบน กระบี่ในมือชักออกจากฝักจนสุดเสียง กังวานใสราวน้ำค้างแข็งกระทบศิลา พลังลมปราณทั่วทั้งรัศมีร้อยลี้ถูกดูดกลืนเข้ามาในตัวกระบี่จนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์ ท้องฟ้าที่มืดมิดกลับสว่างวาบด้วยแสงกระบี่ที่คมกริบจนบาดลึกถึงจิตวิญญาณของผู้มอง เซียนจื่อหยวนมองแผ่นหลังอันองอาจของชายผู้เป็นที่รัก หยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาที่เคยไร้ความรู้สึกเป็นครั้งแรกในรอบพันปี นางกระซิบแผ่วเบาในสายลม "มู่เฉิน... หากวันนี้เราต้องดับสูญพร้อมกัน ข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องเสียดายอีกแล้ว..." ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินกำลังจะเหวี่ยงกระบี่ตัดสินชะตากับเทวะอัคคีทัณฑ์ รอยแยกมิติเบื้องบนกลับฉีกขาดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างที่สี่—เงาร่างที่แผ่รังสีอำมหิตยิ่งกว่าเทวะทั้งสามรวมกัน และที่สำคัญที่สุด... มันถือกระบี่เล่มเดียวกับที่อาจารย์ผู้ล่วงลับของหลี่มู่เฉินเคยใช้ก่อนจะดับสูญ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้หัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%