“ถ้ามึงคิดว่าการใช้บริษัทเชลล์ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินจะช่วยให้เส้นทางการเงินของมึงสะอาดขึ้นได้... มึงประเมินความสามารถของกูต่ำไปหน่อยนะ ธันวา”
กวินวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพฯ เขาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย แต่สายตากลับจับจ้องไปยังตัวเลขบนหน้าจอ Bloomberg Terminal ที่แสดงกราฟการทุบราคาหุ้นบริษัทในเครือของธันวาที่กำลังดิ่งพสุธา
รินรดาเดินเข้ามาในห้องช้าๆ เธอวางแท็บเล็ตลงข้างแฟ้มเอกสาร แววตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด “ดีลเลอร์ที่มึงจ้างมาเพื่อฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซีโอนเงินเข้าบัญชีม้าเมื่อสามชั่วโมงก่อน ตอนนี้เงินก้อนนั้นถูกอายัดโดยหน่วยงานตรวจสอบการฟอกเงินระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้วครับกวิน”
ธันวาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นตามสไตล์นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ แต่ดวงตาที่วูบไหวกลับทรยศความรู้สึกนั้นอย่างสิ้นเชิง “มึงทำแบบนี้ทำไม กวิน? เราเคยเป็นเพื่อนกันนะเว้ย การที่มึงพยายามทำลายชื่อเสียงกู... มึงคิดว่ามึงจะได้อะไรขึ้นมา?”
กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยพลังกดดันที่มองไม่เห็น “เพื่อน? คำนี้ดูมีราคาเกินไปสำหรับคนที่เคยแทงข้างหลังครอบครัวผมจนตายทั้งเป็นนะธันวา”
เขาเลื่อนแฟ้มไปข้างหน้าให้ธันวาเห็นรายละเอียดภายใน เอกสารชุดนี้ไม่ใช่แค่หลักฐานการฟอกเงินธรรมดา แต่มันคือผังเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่าง ‘สมชาย’ นอมินีมือขวาของธันวา กับบริษัทนอมินีสิบกว่าแห่งที่ใช้เป็นฉากหน้าในการถ่ายโอนสินทรัพย์ของบริษัทที่ธันวาฮุบไปจากครอบครัวของเขา
“สมชายสารภาพหมดแล้วครับ” กวินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน “เขาบอกว่าเขาทนเห็นมึงใช้เขาเป็นเครื่องมือรับโทษแทนไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจากที่มึงสั่งให้เขาไปข่มขู่พยานในคดีเก่าเมื่อสองปีก่อน... มึงพลาดไปนิดเดียว ตรงที่มึงคิดว่าทุกคนจะซื่อสัตย์กับมึงด้วยเงินก้อนโต แต่มึงลืมไปว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นความภักดีของคนที่กำลังกลัวติดคุก”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ รินรดาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบช้าๆ พลางมองธันวาด้วยสายตาสมเพช “ธุรกิจของมึงจบลงแล้วธันวา หุ้นที่มึงถืออยู่ตอนนี้แทบไม่มีค่าอะไรเลย เพราะนักลงทุนสถาบันต่างพากันเทขายทิ้งตั้งแต่ข่าวการตรวจสอบการฟอกเงินหลุดออกไปเมื่อเช้านี้”
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างสั่นเทา เขาพยายามกดโทรออกหาใครบางคน แต่หน้าจอโทรศัพท์กลับขึ้นข้อความว่า ‘No Service’ เขามองกวินด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย “มึงคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงแค่นี้หรือไง? กวิน! มึงยังมีเรื่องที่มึงไม่รู้อีกเยอะ!”
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินไปหาธันวาอย่างช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย “เรื่องที่ผมไม่รู้เหรอ? อย่างเช่น... เรื่องหุ้นส่วนลับของมึงที่สวิตเซอร์แลนด์หรือเปล่า? หรือเรื่องที่มึงกำลังเตรียมขายหุ้นใหญ่ก้อนสุดท้ายให้กับกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ?”
ธันวาชะงักไป ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เขาหันกลับมามองกวินด้วยความตกตะลึง “มึง... มึงรู้ได้ยังไง?”
“ผมรู้ทุกอย่างตั้งแต่ก่อนที่มึงจะลงมือทำซะอีก” กวินยืดตัวตรงแล้วหยิบสูทขึ้นมาสวม “อ้อ แล้วก็อีกอย่างนะ การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟอกเงิน แต่มันจะลามไปถึงการเชื่อมโยงกับการหายตัวไปของอดีตผู้บริหารเมื่อห้าปีก่อนด้วย หวังว่ามึงจะเตรียมตัวรับมือกับคุกยาวนานตลอดชีวิตได้ดีพอๆ กับที่มึงเคยเตรียมตัวฮุบบริษัทคนอื่นนะ”
ธันวานั่งทรุดลงกับเก้าอี้หนังราคาแพง พยายามจะพูดโต้ตอบ แต่เสียงของเขาเหมือนคนไม่มีแรง เขาเพิ่งตระหนักได้ว่ากวินไม่ได้แค่ต้องการทำลายบริษัทของเขา แต่ต้องการทำลาย ‘ชีวิต’ ของเขาให้แตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี
ขณะที่ธันวากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำสาปแช่ง ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างแรง โดยร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ธันวาจำได้ดีว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของเขาเอง แต่ชายคนนั้นไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยเขา เขากลับเดินตรงไปหากวินแล้วค้อมหัวให้อย่างนอบน้อม
“คุณกวินครับ... ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนครับ ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้บุกยึดเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทธันวาได้แล้วครับ”
กวินพยักหน้ารับคำ แล้วหันกลับมามองธันวาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ธันวาเคยเห็นมา “ดูเหมือนว่านอมินีคนสุดท้ายของมึง จะเปลี่ยนใจมาทำงานให้ผมแทนแล้วนะธันวา... ลาก่อนนะเพื่อนเก่า”
ทันใดนั้น เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งตึก ธันวาสะดุ้งสุดตัวและวิ่งไปที่หน้าต่างกระจกบานยักษ์ ภาพที่เขาเห็นข้างล่างคือกลุ่มเจ้าหน้าที่ติดอาวุธนับร้อยกำลังล้อมอาคารสำนักงานของเขาไว้ทุกด้าน และไม่ใช่แค่ตำรวจ แต่ยังมีรถสีดำไร้ป้ายทะเบียนที่เขาจำได้ดีว่าเป็นหน่วยงานสืบสวนพิเศษที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางจอดเด่นสง่าอยู่หน้าประตูทางเข้า
ทว่า ในวินาทีที่ธันวากำลังจะเสียสติ โทรศัพท์ของเขาก็มีสายเรียกเข้าหน้าจอโชว์เบอร์ส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุชื่อ เมื่อเขากดรับและแนบหู เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่ได้ยินมานานหลายปีก็ดังลอดออกมา
“อย่าเพิ่งยอมแพ้นะธันวา... เพราะสิ่งที่กวินทำกับมึงวันนี้ มันยังเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขากำลังจะทำกับ ‘คนรัก’ ของเขาในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า”
กวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากธันวา ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นธันวาเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะเหนือกว่า... หรือนี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริงที่เขายังมองไม่เห็น?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเส้นทางแห่งอำนาจและการล้างแค้นไปพร้อมกับผมนะครับ
ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก•ตอนที่ 28
ความพินาศของนอมินี
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!