ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก•ตอนที่ 16

งานเลี้ยงหน้ากาก

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ผมไม่แน่ใจว่าการที่มิสเตอร์เอ็กซ์ปรากฏตัวที่นี่ จะทำให้งานเลี้ยงการกุศลของมูลนิธิคุณธันวาดูน่าเกรงขามขึ้น หรือกำลังจะกลายเป็นสุสานของความมั่นใจในตัวคุณกันแน่ครับ" รินรดาเอ่ยกระซิบข้างหูผม น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อยภายใต้หน้ากากแฟนซีสีเงิน เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นในโถงจัดเลี้ยงระดับห้าดาวแห่งนี้ ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะจิบไวน์ราคาแพงในแก้วคริสตัล "ความมั่นใจเป็นสิ่งดีครับริน แต่สำหรับคนที่เพิ่งปั่นหุ้นจนมูลค่าการตลาดหายไปกว่าสามพันล้านในไตรมาสที่แล้วอย่างธันวา ความมั่นใจของเขาก็ไม่ต่างจากบ้านที่สร้างบนทรายหรอกครับ" สายตาของผมกวาดมองไปทั่วงานเลี้ยงหน้ากากที่จัดขึ้นเพื่อระดมทุนบังหน้า แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสะท้อนภาพเหล่าอภิมหาเศรษฐีที่กำลังเต้นรำและสนทนากันอย่างหน้าชื่นตาบาน พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเงินที่พวกเขาถืออยู่ในมือตอนนี้ กำลังถูกอำนาจการเงินที่มองไม่เห็นกัดกินทีละน้อย "นั่นไงครับ" ผมพยักเพยิดไปทางชายร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดจากอิตาลีที่สวมหน้ากากรูปนกฟีนิกซ์ทองคำ เขาคือธันวา เพื่อนรักที่ผมเคยไว้ใจที่สุด และเป็นคนที่ผลักให้ครอบครัวผมต้องจบชีวิตลงบนกองเพลิงแห่งความล้มละลายในชาติก่อน ธันวากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนัก เขากำลังพ่นคำพูดหว่านล้อมเกี่ยวกับโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ระดับเมกะโปรเจกต์ที่เขาแอบยักยอกเงินกองทุนไปลงทุนโดยผิดกฎหมาย "คุณกวินครับ... ถ้าคุณจะเข้าไปเปิดตัวตอนนี้ กระแสข่าวเรื่องกองทุนนิรนามที่กวาดซื้อหุ้นบริษัทเขาก่อนหน้านี้ จะถูกโยงมาถึงตัวคุณทันทีนะ" รินรดาเตือนด้วยความกังวล "นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการครับริน" ผมวางแก้วไวน์ลงบนถาดของพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านมา "โลกการเงินที่ผมสร้างขึ้นใหม่นี้ ไม่ได้ต้องการความประนีประนอม ผมต้องการให้เขาเห็น... เห็นว่าสิ่งที่เขาสร้างมากับมือ กำลังถูกคนที่เขาเคยเหยียบย่ำแย่งชิงไปอย่างช้าๆ ต่อหน้าต่อตา" ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปในกลุ่มที่ธันวายืนอยู่ จังหวะก้าวของผมมั่นคงและหนักแน่นจนคนที่ยืนรายล้อมรอบตัวเขาต้องขยับแยกออกโดยอัตโนมัติ บรรยากาศรอบตัวผมเริ่มเย็นเยียบขึ้น บรรดาเซเลบริตี้ต่างหันมามองคนแปลกหน้าที่สวมหน้ากากดีไซน์ลึกลับแต่เรียบหรู ธันวาชะงักคำพูด สายตาของเขาจ้องมองผมผ่านรูหน้ากากด้วยความระแวง "ขอโทษนะครับ คุณคือ..." "ผมเป็นเพียงนักลงทุนที่สนใจในตัวเลขสวยๆ ของบริษัทคุณครับคุณธันวา" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผมได้ยินมาว่าหุ้นตัวนี้กำลังพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ แต่ก็น่าแปลกนะครับ... ที่ทำไมงบการเงินในฝั่งหนี้สินถึงดูไม่ค่อยสอดคล้องกับรายได้ที่โฆษณาไว้เท่าไหร่" ความเงียบเข้าปกคลุมวงสนทนาทันที สีหน้าของธันวาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ "คุณพูดเรื่องอะไรครับ? ถ้าคุณไม่ใช่นักลงทุนที่ได้รับเชิญ ผมคิดว่าคุณควรจะกลับไปก่อนที่จะถูกเชิญออกโดยฝ่ายรักษาความปลอดภัย" "เชิญออกหรือครับ?" ผมขยับเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่งจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นตัวแทนของความจอมปลอม "ผมว่างานนี้อาจจะมีคนต้องออกไปจริงๆ แต่คงไม่ใช่ผมหรอกครับ... ลองเช็คพอร์ตหุ้นของคุณในวินาทีนี้ดูสิครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมวันนี้ถึงเป็นคืนที่แพงที่สุดในชีวิตของคุณ" ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสูทขึ้นมาเช็คดูอย่างร้อนรน ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็ถอดสีจนซีดเผือดเหมือนคนเพิ่งเห็นผี มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งงาน เมื่อหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางโถงจัดเลี้ยงที่เคยฉายภาพกราฟิกโครงการอสังหาริมทรัพย์ของธันวา จู่ๆ ก็ดับวูบลง ก่อนจะแทนที่ด้วยกราฟหุ้นสีแดงฉานที่ดิ่งลงเหวอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด "มัน... มันเกิดอะไรขึ้น! ใครสั่งขายทิ้ง!?" ธันวาตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง ผมยืนกอดอก มองดูความพินาศของสิ่งที่เขารักด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยือก "มันเป็นเกมที่เรียกว่า 'การทวงคืน' ครับธันวา" เขาสบตาผม สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดกลัวอย่างที่สุด เมื่อเขาจำประกายตานั้นได้ ประกายตาของคนที่เขาเคยทำลายชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน เขาก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับโต๊ะวางเครื่องดื่มจนล้มคว่ำ "แก... แกคือใครกันแน่! ฉันไม่เคยมีศัตรูอย่างแก!" ผมก้มลงกระซิบข้างหูเขา ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับตัวเลขบนหน้าจอ "ความจำสั้นจังนะครับเพื่อนเก่า... แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะหลังจากคืนนี้ คุณจะมีเวลาทบทวนความทรงจำในคุกนานพอที่จะนึกออกแน่นอน" แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะหันหลังเดินจากไป เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำก็ดังขึ้นล้อมรอบตัวผม รินรดาขยับเข้ามาใกล้ผมอย่างระแวดระวัง ชายที่เดินนำหน้ากลุ่มชายชุดดำออกมาคือบุคคลที่ผมคาดไม่ถึงที่สุด เขาไม่ใช่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของงานนี้ แต่เป็น 'คุณกิตติ' มือขวาของกลุ่มการเงินมืดที่ธันวาแอบติดต่ออยู่ เขายกมือขึ้นปรบมือเบาๆ ให้กับผม "กล้าหาญมากครับคุณกวิน... แต่คุณลืมไปหรือเปล่าครับว่าในเกมที่ไม่มีกติกา คนที่ถือไพ่ตายไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด แต่คือคนที่ถือ 'ปืน' ไว้ในมือต่างหาก" เขาสั่งลูกน้องให้ล้อมเราไว้ทั้งหมด ในขณะที่ธันวากลับมามีรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวอีกครั้ง เพราะดูเหมือนเขาจะเพิ่งนึกออกว่าตัวเองมีที่พึ่งสุดท้ายอยู่ที่ไหน ผมมองไปรอบๆ ตัวที่ถูกล้อมด้วยกระบอกปืนนับสิบ สายตาของผมเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนหลังม่านกำมะหยี่สีแดงบนเวที... คนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน แต่เธอกำลังจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นพอๆ กับผม หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวที่จะอ่านบทต่อไปนะครับ เซียนหุ้นย้อนเวลาครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล้างแค้น: ทวงคืนบัลลังก์เจ้าพ่อการเงินโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%