กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของธาม ทำให้ลมหายใจของผม... ไม่สิ ลมหายใจของทุกคนในห้องนั้นแทบจะติดขัด รินรดายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดใหญ่ แผ่นหลังตั้งตรงราวกับนักรบผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ว่าเงาอันมหึมาของเจ้าของไร่อ้อยผู้ทรงอิทธิพลจะทาบทับลงมาจนมิดร่างของเธอก็ตาม
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของธามดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พยายามกดขี่ข่มเหงเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองสำรวจทุกสัดส่วนบนเรือนร่างของหญิงสาว ผู้ซึ่งแฝงตัวเข้ามาเป็นผู้จัดการบัญชีไร่ แต่กลับซ่อนเร้นจุดประสงค์อันดำมืดไว้เบื้องหลังดวงตากลมโตคู่นั้น
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ความทะนงตัวและศักดิ์ศรีทำให้เธอไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"เกมอะไรคะ... เอ่อ หมายถึง เกมที่คุณสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความสกปรกในไร่นี้ต่างหากล่ะค่ะ คุณธราดล" เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สกปรก' เพื่อทิ่มแทงปมในอดีตของเขา
ธามแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายอย่างไอ้พ้งหรือคนงานคนอื่นๆ ในไร่ต่างพากันหวาดกลัวจนหัวหด แต่สำหรับรินรดามันกลับเป็นเชื้อเพลิงที่เร่งเร้าให้ความต้องการอันป่าเถื่อนในกายของเขาพวยพุ่งขึ้นมาราวกับลาวาใต้พิภพ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยแผลเป็นจากอดีต ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนน่าอึดอัด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อกลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นไอดินและใบอ้อยเผาไฟโชยเข้าปะทะจมูก แรงดึงดูดทางกายภาพอันรุนแรงและป่าเถื่อนพุ่งเข้าชนสติสัมปชัญญะของเธอจนสั่นคลอน เธอถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนีอีกแล้ว
ธามไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวบางของเธอด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงพอประมาณ ไม่ถึงกับเจ็บแต่เด็ดขาดและไม่อשจขัดขืน รั้งร่างบางเข้ามาชิดจนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ
"ปากเก่งนักนะ..." ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงก่ำของเธอ "อยากรู้เรื่องความสกปรกในไร่นี้มากใช่ไหม งั้นฉันจะแสดงให้เธอเห็นเอง... ว่านรกบนดินที่แท้จริงมันเป็นยังไง"
รินรดาใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธเกรี้ยวปะปนกับความหวามไหวที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดทำให้เธอแทบสิ้นเรี่ยวแรง "ปล่อยฉันนะ... คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!"
"ฉันมีสิทธิ์เหนือทุกอย่างบนผืนดินนี้... และเหนือตัวเธอด้วย รินรดา"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดของเธออย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลหรือเจือด้วยความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการลงทัณฑ์และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บมานาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนที่แข็งดั่งคีมเหล็กของธามกลับกอดรัดเอวบางไว้แน่นตรึง ปรับองศาใบหน้าให้เธอบด ริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาโหมกระหน่ำเข้ามา
รสจูบที่ทั้งดุดันและล้ำลึกทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน สติปัญญาและการวางแผนทั้งหลายมลายหายสิ้นไปกับสัมผัสสวาทที่เขาป้อนให้อย่างไม่รู้จักพอ ร่างกายของเธอทรยศต่อความตั้งใจ เมื่อความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไต่ระดับจากข้อแขนขึ้นมาถึงสะโพกโค้งเว้า ทำให้ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าซ่านสั่นสะเทือนไปหมด แรงต้านทานเริ่มอ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช
ธามรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น เขาผริมฝีปากออกเล็กน้อย ปล่อยให้เธอได้ตักตวงอากาศหายใจเข้าปอด ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าคมคายลงที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่แตกต่างจากกลิ่นคาวเลือดและไร่อ้อยอย่างสิ้นเชิงริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบหนักหน่วงไปทั่วลาดไหล่และเนินอกที่กระกระสนไหวตามแรงอารมณ์ มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปราณีเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟยามค่ำคืน
"ธาม... หยุด..." เสียงครางประท้วงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสั่นเครือ สะท้อนความพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบที่เขากำลังปลุกปั่น
"สายไปแล้ว..." เสียงกระซิบแหบต่ำดังชิดใบหู พร้อมกับที่ร่างของเธอถูกอุ้มลอยขึ้นและวางราบลงบนพื้นโต๊ะทำงาน เอกสารบัญชีปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้น ธามทาบทับร่างหนาลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ในห้องทำงานที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ แรงขับทางอารมณ์และสัญชาตญาณดิบหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว บทเพลงแห่งความเสน่หาและอำนาจเริ่มบรรเลงขึ้นท่ามกลางความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกอณูความรู้สึก โดยไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นเสียงเดียวกันในความมืด
ทว่า... ในขณะที่บทรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของไอ้พ้งที่ตะโกนเข้ามาโดยไม่เกรงใจใคร
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจจากตัวอำเภอพากันบุกเข้ามาตรวจค้นในไร่แล้วครับ!"
ธามชะงักกักค้าง แววตาดุดันฉายประกายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาก้มลงมองรินรดาที่นอนหอบหายใจสะท้านอยู่ใต้ร่าง แววตาของหญิงสาวไหวระริกด้วยความตกใจระคนความโล่งใจประหลาด
ธามโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก "เกมนี้ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ... รินรดา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนและเร่าร้อนนี้นะครับ
ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน•ตอนที่ 4
รอยนิ้วมือบนความเย็นชา
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!