ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน•ตอนที่ 2

กลิ่นอายคาวเลือดและอำนาจ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นอุ่นๆ ของไร่อ้อยยามบ่ายยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานทึบแสง แต่สิ่งที่รินรดากำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ วินาทีนี้ กลับไม่ใช่กลิ่นอายของธรรมชาติ หากแต่มันคือกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากรอยแผลเป็นบนสันจมูกของชายฉกรรจ์อีกคนที่ยืนขนาบข้างธาม ธราดล อยู่ในห้องนั้น "แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร... แม่นักบัญชีมือสะอาด" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของเสือดาวหนุ่มดังขึ้น ทว่ามันเต็มไปด้วยความกดดันอันเยือกเย็น ธามไม่ได้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ทว่าเขากลับยืนพิงกรอบหน้าต่างเหล็กดัด แสงแดดสีทองแดงยามบ่ายสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายและไรเคราครึ้ม เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนที่บ่งบอกถึงพละกำลังอันดิบเถื่อน รินรดากลืนก้อนความหวาดกลัวลงคออย่างยากเย็น เธอยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบของเธอมองตรงไปยังเจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพล แม้ขาเรียวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปจะสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงกดดันมหาศาลที่เขาจงใจแผ่ซ่านออกมา แต่ศักดิ์ศรีและความจริงที่เธอต้องไขปริศนาเกี่ยวกับการตายของพี่สาวค้ำคออยู่ ทำให้เธอถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว "ฉันเป็นผู้จัดการบัญชีที่ถูกจ้างมาตรวจสอบตัวเลขของไร่นี้... และฉันคิดว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาใช้วิธีป่าเถื่อนข่มขู่พนักงานของคุณเองแบบนี้" เธอกล่าวตอบเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย้ยหยัน ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่บรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงพัดปะทะเข้าจมูกของเธอทันทีที่เขายืนประชิด "พนักงาน?" ธามทวนคำ น้ำเสียงลากยาวราวกับขบขัน "ในไร่รอยทมิฬแห่งนี้ ไม่มีคำว่าพนักงานธรรมดาสำหรับคนที่จู่ๆ ก็โผล่มาพร้อมประวัติปลอมๆ และเอกสารทางบัญชีที่สะอาดเกลี้ยงเกลาจนน่าสงสัยหรอกนะ... รินรดา" เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารไม้เนื้อแข็งอย่างจัง การถูกกักขังไว้ระหว่างอ้อมแขนแกร่งและชั้นวางของทำให้พื้นที่หายใจของเธอแคบลงถนัดตา ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างสมส่วนของเธอตั้งแต่ปลายคางลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจด้วยสายตาร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง มันไม่ใช่สายตาของผู้บริหารที่กำลังสอบสวนลูกน้อง แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงเล็บ "คุณ... กำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด" เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "อยากรู้ไหมล่ะว่าคนในไร่นี้เขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์กันยังไง..." ธามกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนขนลุกซู่ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างจำยอม นิ้วหยาบกร้านลูบไล้กรอบหน้าของเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอระหง ชีพจรที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวหนังนวลเนียนฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังตื่นตระหนกแค่ไหน "ปล่อยฉันนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่แรงบิดที่ปลายคางทำให้เธอทำได้เพียงส่งสายตาโกรธขึงกลับไป "ตาแข็งดีนี่..." ธามยס้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้ใจสั่นสะท้านอย่างประหลาด "ฉันเกลียดคนโกหก... และฉันเกลียดสายตาที่พยายามปิดบังความลับที่สุด ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ต่อ เพื่อขุดคุ้ยอะไรก็ตามที่เธออยากรู้... เธอต้องผ่านการทดสอบของฉันก่อน" สิ้นคำพูดนั้น ธามก็กระชากร่างบางเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ความปรานี แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง สัมผัสจากแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟแผดเผาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกราวกับผิวหนังถูกหลอมละลาย รินรดาตื่นตระหนกสุดขีด มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้สุดแรง แต่สำหรับธามแล้ว แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวของเสือร้าย ริมฝีปากหยักลึกก้มลงมาฉกฉวยความหอมหวานจากริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว สัมผัสนั้นทั้งดิบเถื่อน เร่าร้อน และเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเม้มปากแน่นและสะบัดหน้าหนีเพื่อขัดขืน แต่ธามกลับใช้มืออีกข้างรวบท้ายทอยของเธอไว้แน่น ล็อกศรีษะเธอให้รับรสจูบอันดุดันที่ทั้งคุกคามและเรียกร้อง รสสัมผัสที่เจือด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันของผู้ชายคนนี้ทำให้สมองของเธอกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา ความต้านทานในตอนแรกค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงลงอย่างน่าใจหาย แรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของธามทำหน้าที่ราวกับยาพิษที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือด รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย หัวใจที่เคยเต้นด้วยความหวาดกลัว กลับแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะรัวเร่งด้วยความปรารถนาอันแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนยวบของร่างบางในอ้อมแขน ธามจึงผ่อนคลายรสจูบลงเล็กน้อย ปล่อยให้เรียวปากของเธอได้หอบโกอากาศเข้าปอด ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ใบหน้าคมคายซุกซบลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนผ่าวที่เปรอะเปื้อนผิวเนื้ออ่อนทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เผลอแอ่นอกเข้าหาร่างหนาโดยสัญชาตญาณ "คุณธาม..." เธอครางแผ่วเบา น้ำเสียงเจือความสั่นพร่าที่ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวหลงเหลืออยู่ "จำไว้... รินรดา" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์และอำนาจเหนือกว่าที่กดทับสติสัมปชัญญะของเธอจนแตกกระเจิง "ไม่ว่าเธอจะเข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร หรือใครส่งเธอมา... แต่จำใส่ใจเอาไว้ว่า บนผืนดินแห่งนี้ เธอเป็นของฉัน... ตั้งแต่หัวใจจนถึงร่างกายของเธอ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เรียบเรียงคำพูดเพื่อโต้แย้งกับคำประกาศิตอันเผด็จการนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งรัวๆ ก่อนที่ประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต "นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่แปลงอ้อยโซนสาม" ลูกน้องคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงหอบเหนียว "ไอ้พ้งมันพาคนบุกเข้าไปตัดอ้อย และตอนนี้มันกำลังเผชิญหน้ากับคนของเรา... สถานการณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่แล้วครับ!" ธามชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลกาฬละออกจากใบหน้าแดงก่ำของรินรดาช้าๆ แววตาที่เคยฉายประกายปรารถนาร้อนแรงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขาปล่อยมือจากเอวคอดกิ่วของหญิงสาวอย่างไม่ไยดี ราวกับว่าเหตุการณ์ตรงหน้ามีความสำคัญกว่าอารมณ์เสน่หาที่เพิ่งปะทุขึ้นเมื่อครู่ลิบลับ รินรดายืนหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายยังคงสั่นเทาจากแรงอารมณ์ที่ค้างคา เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของธามที่หันหลังเดินกลับไปหยิบปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหยุดเดินที่หน้าประตูเหล็กดัด เขาหันกลับมามองเธอบadอีกครั้งด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก "อยู่รอฉันที่นี่..." ธามเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "อย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด... เพราะถ้าฉันกลับมา แล้วไม่เจอเธออยู่ในห้องนี้ เตรียมตัวรับบทลงโทษที่หนักกว่านี้ได้เลย" พูดจบ ธามก็ก้าวเท้าเดินพ้นประตูออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นบุหรี่ของเขาที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้อง ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยกมือขึ้นกอบกุมหน้าอกที่เต้นระรัว สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะทำงานของธาม—กระดาษแผ่นนั้นมีลายมือคุ้นตาของพี่สาวเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว เขียนกำกับไว้ด้วยตัวอักษรหวัดๆ พร้อมสัญลักษณ์ปริศนาบางอย่าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนและเร่าร้อนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%