ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน•ตอนที่ 8

เมื่ออาภรณ์ขาดวิ่น

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากซากของไอ้พ้งยังไม่ทันจางหายจากปลายจมูก ความอึมครึมในห้องทำงานส่วนตัวของธามก็ถูกกระชากขาดด้วยแรงเหวี่ยงของบานประตูไม้สักหนาหนัก รินรดาก้าวเข้ามาด้วยดวงตาวาวโรจน์ สติที่เคยประคับประคองความสุขุมไว้ตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงในพริบตา เมื่อหลักฐานที่ถูกพบในศพไอ้พ้งชี้ชัดว่า มีหนอนบ่อนไส้ที่คอยส่งข่าวลับของไร่ให้มัน และลายมือในเอกสารนั้น... คือลายมือที่คุ้นตาเธอยิ่งกว่าใคร "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ธาม ธราดล!" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความโกรธระคนหวาดระแวง เอกสารในมือถูกปาลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งจนกระจัดกระจาย ธามเงยหน้าขึ้นจากกองกระแสเงินสดของไร่ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้าง ปล่อยให้ความเงียบเข้ากดดันบรรยากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นมัดกล้ามและรอยแผลเป็นแห่งผ่านศึก ก้าวเข้าไปหารินรดาช้าๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "เกมอะไร... ที่ทำให้คุณเดือดร้อนขนาดนี้ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอ ดังขึ้นใกล้ชิดจนเธอต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "หลักฐานนั่น... มันบอกว่าคุณตั้งใจเก็บไอ้พ้งหลังจากมันหมดประโยชน์ คุณรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกใช่ไหม! พี่สาวฉันต้องตายเพราะความเน่าเฟะในไร่ของคุณ!" รินรดาตวาดลั่นด้วยความคับแค้นใจ มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่ทว่า ธามกลับไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น มือหนาราวกับคีมเหล็กเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แล้วกระชากเข้ามาประชิดตัว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันอย่างไร้ระยะห่าง กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายดินปืนและไร่อ้อยโชยเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของเธอจนสมองอื้ออึง "คิดว่าฉันโง่พอที่จะเก็บขยะเปื้อนเลือดไว้ข้างตัวหรือไง" ธามโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ "แต่ที่น่าสนใจกว่า... คือทำไมเอกสารลับบ้าๆ นั่น ถึงไปโผล่อยู่ในมือของสายสืบจำเป็นอย่างคุณได้ล่ะ... คุณรินรดา" ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด แรงตึงเครียดระหว่างความแค้นและอำนาจพุ่งทะยานถึงขีดสุด รินรดาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นรน แรงบีบเคล้นและอุณหภูมิร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขากลับยิ่งหลอมละลายทิฐิในตัวเธอลงทีละน้อย ความโกรธขึงในแววตาของหญิงสาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟอีกรูปแบบหนึ่ง—ประกายไฟแห่งแรงดึงดูดดิบเถื่อนที่ทั้งน่ากลัวและเร่าร้อนจนน่าสะพรึงกลัว "ปล่อยฉัน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่สะโพกถูกต้อนจนแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด "ปากเก่งนักนะ... แต่ตัวสั่นเทานี่มันเพราะเกลียดฉัน หรือเพราะอย่างอื่นกันแน่" ธามหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้ นิ้วเรียวสากระคายลากไล้เส้นผมสลวยก่อนจะกดรั้งให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสายตาอันตระการตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่จังหวะการบดขยี้ที่ลึกล้ำและทรงพลังกลับทำให้ลมหายใจของเธอกระเจิดกระเจิง รสชาติความหวานล้ำภายในโพรงปากถูกรุกรานอย่างไร้ทางสู้ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความดื้อรั้นทั้งหมดให้ยอมจำนน สัมผัสที่หนักหน่วงและเร่าร้อนทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ธามผ่อนแรงที่ริมฝีปากลงเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด แต่ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ทาบทับแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง เสื้อผ้าเนื้อบางของรินรดาถูกความร้อนจากกายสาวสะท้อนอุณหภูมิอันร้อนระอุ มือหนาเลื่อนลงต่ำผ่านเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นสะโพกมนอย่างถือสิทธิ์จนเนื้อผ้าส่งเสียงเสียดสีกันน่าหวเสียว "คุณมัน... คนป่าเถื่อน..." เธอกระซิบหอบสะท้าน ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันดุเดือด "ใช่... ฉันมันคนเถื่อน และบนผืนดินนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นของฉันแล้วฉันจะไม่ได้มันมา รวมถึงตัวคุณด้วย..." คำประกาศิตนั้นมาพร้อมกับแรงฉีกกระชากอาภรณ์เนื้อบางเบาให้ขาดวิ่นคามือ เสียงเนื้อผ้าปริขาดดังท่ามกลางความเงียบงัน รินรดากรีดร้องเบาๆ ด้วยความตระหนกเมื่อความเย็นของอากาศภายในห้องปะทะเข้ากับผิวเนื้อเนียนละเอียด แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งสติ ธามก็ช้อนตัวเธอลอยขึ้นเหนือพื้น ก่อนจะวางร่างระหงลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่ถูกกวาดเอกสารร่วงกราวลงพื้นในคราเดียว สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบสรีระงดงามที่ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง ธามก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มไล่จากลาดไหล่ลงมาถึงเนินอกอิ่ม รินรดาสะท้านเฮือก มือเรียวจิกทึ้งลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว ความโกรธแค้นในตอนแรกถูกแผดเผาจนมอดไหม้ เหลือเพียงไฟสเสน่หาที่โหมกระหน่ำจนควบคุมไม่ได้ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมผสานกับเสียงครางแผ่วเบาอย่างยอมจำนนดังระงมไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ ธามครอบครองเรือนร่างของเธอด้วยความดุดันและลุ่มหลง ราวกับต้องการผนึกตรึงวิญญาณของเธอไว้ใต้เงาอำนาจของเขาชั่วนิรันดร์ ทุกสัมผัส รสจูบ และการสอดประสานเต็มไปด้วยความเร่าร้อน รุนแรง แต่กลับลึกซึ้งจนคนใต้ร่างแทบขาดใจ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางความเงียบงันและคราบเหงื่อไคลที่ซึมตามผิวʿกาย รินรดานอนหอบหายใจรดรินอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยมีร่างหนาของธามทาบทับกอดกระชับไม่ยอมปล่อยมือ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะเข้าครอบคลุม ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกสนิท กลับส่งเสียงแอ๊ดเบาๆ พร้อมกับเงาร่างปริศนาของใครบางคนก้าวเข้ามาเหยียบย่างบนพื้นไม้ พร้อมกับเสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง "นายครับ... คนที่เราตามหาตัวจริงเสียงจริง... มันเพิ่งส่งพัสดุมาถึงหน้าประตูลานไร่ครับ..." ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและดาร์กโรมานซ์เรื่องนี้อย่างเหนียวแน่นนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่รอยทมิฬ ปรารถนาเดือดบนผืนดินเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%