"สมการที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ครอบครองกระดาน... ย่อมมีความหมายเพียงอย่างเดียวครับ... ว่าเรากำลังเล่นอยู่บนกระดานที่ถูกกำหนดเงื่อนไขไว้ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเดินหมากเสียอีก"
เสียงทุ้มต่ำของไคล์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงเรืองรองสีครามจากเครื่องมือวัดพลังงานเวทมนตร์สะท้อนลงบนกรอบแว่นทรง Themis ที่สะท้อนประกายความคมกริบ เขายังคงยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าบุคคลปริศนาที่เพิ่งกล่าวประโยคท้าทายเมื่อครู่จะก้าวพ้นเงาสลัวของเสาหินอัคนีออกมาทีละก้าว
ดร. อีเลน่า หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทขยับเข้ามาบังหน้าไคล์โดยสัญชาตญาณ แววตาคู่คมกริบของอาจารย์สาวจ้องมองไปยังผู้มาเยือนด้วยความระแวดระวังขั้นสุดยอด
"คุณชายกิลберт..." อีเลน่าเอ่ยชื่อนั้นลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอเจือปนทั้งความประหลาดใจและความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด "ไม่คิดเลยว่าอาจารย์ระดับสูงอย่างคุณ จะลดตัวลงมาเล่นตลกอะไรแบบนี้ในเขตหวงห้ามยามวิกาล"
ชายหนุ่มเรือนผมสีเงินสลวย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักประดับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งเป็นเอกลักษณ์ ค่อยๆ ปรบมือช้าๆ เสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดิน กิลแบร์ต หัวหน้าภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์ผู้ทรงอิทธิพล กวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมเวทมนตร์ที่ลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศด้วยความสนใจระคนทึ่ง
"อาจารย์อีเลน่าต่างหากครับ ที่พาเด็กฝึกงานปีหนึ่งมาทำเรื่องอุกอาจในห้องควบคุมพลังงานระดับอาณาจักรแบบนี้... น่าสนใจจริงๆ" กิลแบร์ตปรายตามองไคล์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง "เด็กคนนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงในการถอดรหัสโครงสร้างผลึกมานาที่สถาบันวิจัยใช้เวลาพัฒนามาสามปีเต็ม... ช่างเป็นตรรกะที่น่ารังเกียจเสียจริง เพราะมันแม่นยำจนน่ากลัว"
ไคล์ขยับกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของอาจารย์สาว น้ำเสียงของเขาเรียบสน่ยไร้ความเกรงกลัว "คำชมนั้นผมขอรับไว้ด้วยความยินดีครับอาจารย์กิลแบร์ต แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรง... สมการของเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘วัด’ พลังงานเวทมนตร์อย่างที่พวกท่านพยายามบอกเหล่านักเรียนหรอกครับ"
คิ้วคมของกิลแบร์ตกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที แต่ก็ถูกกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ "เธอรู้อะไรมา เด็กน้อย..."
"ผมรู้ว่าเครื่องมือชิ้นนี้กำลัง ‘ดูดกลืน’ และ ‘จัดระเบียบ’ คลื่นสมองของนักเรียนที่เข้ามาทดสอบ เพื่อส่งข้อมูลย้อนกลับไปยังศูนย์กลางควบคุมบางแห่งที่อยู่นอกเขตโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้" ไคล์กวาดนิ้วกลางอากาศ เรียกหน้าต่างข้อมูลสมการที่เขาเพิ่งแก้เสร็จขึ้นมาแสดงผลอีกครั้ง แสงสีฟ้าสว่างวาบเผยให้เห็นโครงสร้างตัวเลขที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ "นี่ไม่ใช่เครื่องมือวัดระดับพลังเวทครับ... แต่มันคือ ‘เครื่องมือกรองทาส’ ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่ความเยือกเย็นทันที ดร. อีเลน่าหันขวับมามองลูกศิษย์ของตนด้วยความตกตะลึง ข้อมูลนี้รุนแรงเกินกว่าที่นักเรียนปีหนึ่งจะล่วงรู้ได้ และมันก็น่ากลัวเกินกว่าจะเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานลอยๆ
"เธอกล้ามากนะ..." กิลแบร์ตหุบยิ้มสนิท แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดัน ไอเวทมนตร์สีดำทมิฬเริ่มแผ่ออกมาจากรอบกายของอาจารย์หนุ่มจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ความรู้อันน้อยนิดทำให้คนเราตายเร็วเสมอ... และบางที ฉันอาจจะต้องช่วยสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้เธอก่อนที่แสงอาทิตย์จะส่องถึงยอดหอคอย"
แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่เข้าใส่ไคล์และอีเลน่าจนลมหายใจติดขัด พลังของเวทมนตร์ระดับปรมาจารย์ไม่ใช่สิ่งที่เด็กปีหนึ่งจะต้านทานได้ด้วยมือเปล่า อีเลน่ากางเขตอาคมสีเงินขึ้นปกป้องทันที ใบหน้าของอาจารย์สาวเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมออกมาจากการต้านทานแรงกดดันนั้น
"ไคล์... ถอยไป!" อีเลน่าตะโกนสั่ง เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
แต่ไคล์กลับไม่ขยับเขยื้อน เขาสูดหายใจเข้าลึก ภายในสมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด อัตราการเต้นของหัวใจ ความหนาแน่นของมานาในอากาศ มุมองศาของการหักเหแสงผ่านเขตอาคม ทุกอย่างถูกคำนวณออกมาเป็นตัวเลขและสมการทางฟิสิกส์ที่เขาถนัด
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของไคล์ พร้อมกับหน้าต่างสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา โดยมีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็น
[ระบบวิเคราะห์ตรรกะจักรวาลทำงานเสร็จสิ้น]
[ตรวจพบเจตంటุคุกคามระดับ SSS จากบุคคลภายนอกระบบ]
[ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: 'สูตรสมการที่หายไป' - ขั้นที่ 2: การสะท้อนกลับทางตรรกะ]
[ท่านต้องการใช้สิทธิ์ 'หักล้างกฎ' ของกิลแบร์ต หรือไม่?]
ไคล์แย้มยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้อาจารย์กิลแบร์ตถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
"อาจารย์ครับ..." ไคล์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่ก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ "ท่านบอกว่าผมกำลังเล่นอยู่บนกระดานของท่าน... แต่ท่านลืมคิดไปข้อหนึ่งเช่นกันครับ ว่าในโลกของตรรกะ... หากตัวหมากสามารถพิสูจน์ได้ว่า ‘กระดาน’ แผ่นนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง..."
ไคล์ดีดนิ้วเบาๆ กลางอากาศ
"...กระดานแผ่นนั้น ก็จะต้องสลายกลายเป็นอากาศธาตุตามกฎของความจริงครับ"
สิ้นเสียงของไคล์ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดระเบิดแสงสีขาวเจิดจ้ากลบรัศมีสีดำทมิฬของกิลแบร์ตจนหมดสิ้น เครื่องมือวัดพลังงานกลางห้องส่งเสียงกรีดร้องด้วยความร้อนสูง ก่อนที่รอยร้าวขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นบนตัวเครื่อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องปฏิบัติการใต้ดิน พร้อมกับตราสัญลักษณ์รูปตาข่ายเวทมนตร์สีแดงฉานที่ส่องประกายทะลุกำแพงหินเข้ามา
ประاعدเหล็กหนาหนักถูกกระแทกจนพังกระเด็นเข้ามารวมกับกลุ่มควันจางๆ ร่างของชายในชุดเกราะสีเงินสนิทประดับตราสัญลักษณ์สูงสุดแห่งสภาเวทมนตร์ก้าวเข้ามา พร้อมกับดาบเล่มใหญ่ที่เรืองแสงสีโลหิต และบุคคลที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด ทำให้ดร. อีเลน่าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"...ท่านผู้อำนวยการ!" อีเลน่าอุทานออกมาเสียงหลง
แต่ทว่า ผู้อำนวยการสูงสุดแห่งสถาบันกลับไม่ได้มองมาที่เธอหรือกิลแบร์ต สายตาคมกราบกรานดั่งพญานกอินทรีคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่ไคล์ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเด็กหนุ่มเย็นเฉียบ
"ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียที เจ้าของสมการผู้เป็นต้นเหตุของการล่มสลายเมื่อสิบปีก่อน... ลูกชายของศาสตราจารย์เควิน"
====================================
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับตรรกะสุดป่วนและเคมีที่ชวนให้อมยิ้มนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 10
สูตรสมการที่หายไป
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!