บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 9

การไล่ล่าโดยไม่ใช้เวทมนตร์

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กรรไกรแห่งเงาของตระกูลวาลแคนไม่ได้ส่งเสียงเตือนก่อนลงมือ มันกรีดผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่ากระสุนเวทมนตร์ทั่วไปถึงสามเท่า ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังพุ่งตรงมายังจุดอับสายตา ไคล์กลับไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดพื้น The Logic... โครงสร้างความหนาแน่นของมานาในอากาศรอบตัวถูกคำนวณผ่านสมองของเขาอย่างรวดเร็วราวกับประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม “ไคล์... ถอยไป!” เสียงตะโกนของอีเลน่าขาดห้วงไปพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาล แต่อาจารย์สาวไม่ได้ผลักเขาออกจากวิถีกระสุน เธอกลับเลือกใช้ร่างกายของตัวเองพุ่งเข้ามาขวางหน้า พร้อมกับกางเขตอาคมโบราณที่สลักด้วยอักษรรูนสีครามเข้ม เกราะเวทมนตร์ปะทะเข้ากับใบมีดเงาสีดำสนิทจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วตรอกมืดอับชื้นหลังหอสมุดกลาง *เคร้ง!* แรงสะท้อนทำให้พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกรูปใยแมงมุม อีเลน่ากัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยและเย็นชาบัดนี้ฉายแววความเจ็บปวดจากการฝืนใช้มานาเกินขีดจำกัด ดวงตาคู่สวยเหลียวกลับมามองเด็กหนุ่มด้วยความโกรธปนระคนห่วงใย “เธอสติหลุดไปแล้วหรือไงไคล์! รู้ตัวไหมว่าถ้าเมื่อกี้หลบช้าไปแค่เสี้ยววินาที หัวใจของเธอคงกลายเป็นชิ้นเนื้อไปแล้ว!” “ผมคำนวณมุมตกกระทบและความเร็วต้นของมันไว้หมดแล้วครับ อาจารย์” ไคล์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แววตาภายใต้กรอบแว่นใสไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย มือขวาของเขายกขึ้นจัดกรอบแว่นอย่างใจเย็น “ถ้าผมก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณตามที่อาจารย์บอกเมื่อครู่ วิถีของมีดเงาจะเบี่ยงเบนตามแรงเหวี่ยงของกระแสลมวนระดับสาม และจะเจาะทะลุเกราะอาคมด้านหลังของอาจารย์แทน... การยืนหยัดอยู่กับที่แล้วปล่อยให้เกราะสะท้อนแรงปะทะในมุมสิบหองศา คือวิธีลดความเสียหายให้น้อยที่สุดครับ” อีเลน่าถึงกับชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เธอกัดริมฝีปากล่าง “นี่ไม่ใช่เวลามานั่งคำนวณฟิสิกส์เวทมนตร์บ้าๆ อะไรแบบนี้นะไคล์! พวกเรากำลังถูกจับตาดู... และคนที่ส่งเงานี่มา ไม่ใช่นักเรียนธรรมดาแน่” บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านมาจากผนังอิฐสีดำ คณาจารย์ฝ่ายอนุรักษ์นิยมแห่งสภาอาวุโส—กลุ่มคนที่ยึดมั่นในสายเลือดบริสุทธิ์และกฎเกณฑ์โบราณที่ไม่อาจแตะต้อง—กำลังคืบคลานเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน เงาร่างสีดำทมิฬนับสิบปรากฏขึ้นบนหลังคา ทอดสายตาลงมายังคนทั้งสองด้วยแววตาดุจดั่งนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมลงในหลุมพราง “ดร.อีเลน่า แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์” เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังมาจากความมืด ด้านหน้าสุดคือศาสตราจารย์มอลტ໌ (Molt) ชายชราผู้มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหน้าผากลงมาถึงริมฝีปาก มือเหี่ยวย่นถือไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัลที่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอ “ท่านกำลังปกป้องเด็กนอกรีตที่บังอาจใช้หลักการตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาบิดเบือนกฎแห่งมานาศักดิ์สิทธิ์ รู้ตัวหรือไม่ว่าการกระทำของท่านเข้าข่าย ‘กบฏต่อสถาบัน’ แล้ว” “กบฏงั้นหรือครับศาสตราจารย์?” ไคล์ก้าวขึ้นมาขนาบข้างอาจารย์สาว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้อีเลน่ารู้สึกทั้งหมั่นไส้และอุ่นใจในเวลาเดียวกัน “พวกเราแค่พิสูจน์ให้เห็นว่าเวทมนตร์ที่พวกท่านบูชากันนักหนา ก็มีช่องโหว่ทางคณิตศาสตร์ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยสมการง่ายๆ สามบรรทัด... หรือว่าพวกท่านกลัว? กลัวว่าความจริงจะทำให้บัลลังก์ความรู้จอมปลอมของพวกท่านพังทลายลงมากันแน่ครับ” “สามหาว!” มอลท์คำรามลั่น แรงกดดันระดับมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของอาจารย์อาวุโสจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว แรงโน้มถ่วงบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนอีเลน่าต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บเดิม “ไคล์... ถอยไปซะ ฉันรับมือเอง...” อีเลน่าพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่มานาในร่างกายกลับตีรวนจนสำออกมาเป็นลิ่มเลือด “อาจารย์ครับ บอกแล้วไงครับว่าการต่อสู้โดยไม่ใช้เวทมนตร์... มันมีศิลปะในแบบของมัน” ไคล์เอ่ยเสียงนุ่ม มือซ้ายควักกระเป๋าเสื้อคลุมหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมา มันคือแผ่นโลหะผสมน้ำหนักเบาที่สลักวงจรกลไกซับซ้อน ซึ่งเขาแอบประกอบขึ้นเองในห้องพักเมื่อคืนนี้ “ในเมื่อพวกเขารungเกียจตรรกะของเรานัก... งั้นเรามาลองสอนวิชาฟิสิกส์พื้นฐานให้พวกไดโนเสาร์หัวโบราณพวกนี้ตาสว่างกันหน่อยดีกว่าครับ” ไคล์ดีดนิ้วเสียงดังสนั่น *คลิก!* ทันใดนั้น วงแหวนเวทมนตร์ที่คณาจารย์ฝ่ายอนุรักษ์นิยมร่ายเตรียมไว้เพื่อจองจำพวกเขากลับเกิดประกายไฟชอร์ตขึ้นอย่างรุนแรง ระบบการไหลเวียนของมานาทั่วทั้งลานกว้างถูกตัดขาดลงในพริบตาด้วยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไคล์แอบติดตั้งไว้ตามจุดอับสายตาก่อนหน้านี้ เสียงร้องด้วยความตกใจดังระդับจากเหล่าผู้คุมกฎที่จู่ๆ ก็สูญเสียการควบคุมพลังเวทไปดื้อๆ มอลท์หน้าถอดสี รีบสะบัดไม้เท้าเพื่อเรียกพลังสำรอง แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ไคล์พุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวชายชราด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการเคลื่อนย้ายพริบตาโดยใช้แรงผลักดันจากปฏิกิริยาเคมีธรรมดา หมัดขวาของเด็กหนุ่มอัดเข้าที่จุดศูนย์ถ่วงของวงจรมานาใต้รากฟันของมอลท์อย่างแม่นยำ “ตรรกะชนะทุกสิ่งครับ ศาสตราจารย์” ไคล์กระซิบข้างหูชายชรา ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของพวกเขา เสียงปรบมือช้าๆ และเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากมิติที่ถูกฉีกกระชากออกด้วยมือเปล่า ใบหน้าภายใต้ฮู้ดก้มต่ำ แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากนั้นทำให้อีเลน่าถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “น่าประทับใจมาก... เด็กน้อย” บุคคลนั้นเอ่ยด้วยเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด “แต่เธอลืมคิดไปข้อหนึ่ง... ว่าสมการของเธอนั้น ถูกเขียนขึ้นบนกระดานที่ ‘ฉัน’ เป็นผู้ครอบครองตั้งแต่แรกต่างหาก” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับไคล์และดร.อีเลน่าเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%