“ถ้าตรรกะคือเข็มทิศที่เที่ยงตรงที่สุด แล้วเหตุใดอาจารย์ถึงยังหลงทางอยู่ในเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ไม่มีวันบรรจบกันล่ะครับ?”
คำถามของผมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในหอคอยดาราศาสตร์ หิมะเวทมนตร์สีครามไม่ได้ตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงปกติ แต่มันหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นลอยค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับเวลาในพื้นที่แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ด้วยความโศกเศร้าบางอย่างที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง
ดร. อีเลน่าที่กำลังยืนพิงระเบียงหินอ่อนชะงักไป เธอไม่ได้หันมามองผมทันที ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอแตะเบาๆ ลงบนเกล็ดหิมะที่ลอยผ่าน แสงสีเงินจางๆ สะท้อนกับดวงตาที่มักจะดูเฉยชาของเธอ แต่ในวินาทีนี้ ผมกลับเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น
“นักเรียนทุนอย่างเธอนี่ช่างสังเกตเกินไปนะครับ ไคล์” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ผิดกับท่าทีเย็นชาที่แสดงออกในห้องเรียน “ความจริงไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ที่เธอจะแก้ได้ด้วยการแทนค่าตัวแปรหรอกนะ บางครั้ง… ความจริงก็คือบาดแผลที่ยิ่งพยายามปิดทับ มันก็ยิ่งเน่าเฟะอยู่ภายใน”
ผมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เว้นระยะห่างให้เกียรติในฐานะลูกศิษย์ แต่ก็มากพอที่จะสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ มันไม่ใช่ไอเย็นจากเวทมนตร์ แต่มันคือไอเย็นจากความว่างเปล่า
“บาดแผลที่ว่า… เกี่ยวข้องกับกลุ่มเพื่อนที่หายไปในมิติปิดตายเมื่อสิบปีก่อนใช่ไหมครับ?” ผมหยั่งเชิงด้วยข้อมูลที่ผมเพิ่งวิเคราะห์ได้จากการรวบรวมเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน “อาจารย์ไม่ได้แค่พยายามหาทางกู้คืนข้อมูล แต่กำลังพยายามหา ‘คำตอบ’ ว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะทิ้งอาจารย์ไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง”
อีเลน่าหันกลับมาฉับพลัน ดวงตาของเธอไหวระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด “เธอรู้อะไรมาไคล์?”
“ผมรู้ว่าตรรกะของโลกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่มันมีไว้เพื่อหาทางรอดจากความบิดเบี้ยว” ผมยื่นมือออกไปกลางอากาศ พลังงานเวทมนตร์ในพื้นที่ถูกผมวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้วยวิชาตรรกะที่ผมคิดค้นขึ้น เกศหิมะครามที่เคยลอยละล่องพลันหลอมรวมกันเป็นภาพจำลองมิติที่ซ้อนทับ “พวกเขาไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุ แต่อาจารย์เป็นคนส่งพวกเขากลับไป… ใช่ไหมครับ?”
บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นทันตา อีเลน่าทรุดตัวลงพิงกำแพงหิน ความเย่อหยิ่งของอาจารย์ผู้ทรงภูมิหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวที่แบกรับความลับนับสิบปีไว้บนบ่า “ถ้าฉันไม่ส่งพวกเขาไป… ทุกคนก็จะตายตรงนั้น ความล้มเหลวของแผนผังพลังงานมิติในตอนนั้นมันเกินกว่าที่ใครจะแก้ไขได้ ฉันทำในสิ่งที่ตรรกะบอกว่ามันคือความสูญเสียที่น้อยที่สุด แต่หัวใจของฉัน… มันกลับไม่เคยให้อภัยการตัดสินใจนั้นเลย”
เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ ความเปราะบางที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมไม่ได้ต้องการจะตอกย้ำ แต่ผมต้องการความจริงเพื่อจะก้าวข้ามผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้
“งั้นเรามาสร้างตรรกะใหม่กันเถอะครับ” ผมก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ยื่นมือส่งให้เธออย่างสุภาพ “ถ้าความสูญเสียนั้นเป็นความจริงที่แก้ไขไม่ได้ งั้นเราก็แค่ต้องทำให้ความสูญเสียนั้นมีความหมาย... ถ้ามิติปิดตายนั้นคือคุกที่กักขังพวกเขาไว้ ผมจะเป็นคนพังประตูคุกนั้นเอง โดยมีอาจารย์เป็นผู้ช่วยวางแผน”
อีเลน่าเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเธอที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีความหวังจางๆ แต่วินาทีที่เธอกำลังจะเอื้อมมือมาจับมือผม เสียงเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของผมอย่างกึกก้องจนน่าตกใจ
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงของตัวแปรที่ไม่ระบุตัวตน: กำลังประเมินระดับภารกิจ...]
[ภารกิจระดับ SSS: รอยร้าวแห่งกาลเวลาถูกเปิดออก!]
[คำเตือน: สิ่งที่อาจารย์อีเลน่าเฝ้าปกปิด ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือ ‘ตัวตนของบอสลับ’ ที่กำลังจะก้าวข้ามมิติออกมาจากเงาของเธอ!]
ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทที่เท้าของอีเลน่าก็ขยายตัวออกอย่างผิดปกติ มันไม่ได้เป็นแค่เงา แต่มันเริ่มก่อร่างเป็นรูปร่างของมนุษย์ที่มีเค้าโครงคล้ายกับเธออย่างไม่ผิดเพี้ยน ดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งลืมขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหอคอย
“ไคล์... ถอยไป!” อีเลน่าตะโกนสุดเสียง แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความเปราะบางและตรรกะที่บิดเบี้ยวของตอนนี้ หวังว่าเราจะก้าวข้ามเหตุการณ์นี้ไปพร้อมกันในตอนหน้าครับ / ไมโลกับภูตน้อย
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 8
บทสนทนาท่ามกลางหิมะเวทมนตร์
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!