บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 11

สัญญาณเตือนภัยที่ไม่มีใครได้ยิน

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
เศษซากของตัวเลขสมการเวทมนตร์ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับฝุ่นผงเรืองแสง สีฟ้าครามของอักษรีกำลังสั่นกระเพื่อมด้วยอัตราความถี่ที่ผิดเพี้ยนไปจากกฎทางฟิสิกส์ของสถาบันอคาเดมี่เวทมนตร์อาร์เคียสอย่างสิ้นเชิง ไคล์ขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์สะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากคบเพลิงทางเดินใต้ดิน นิ้วเรียวยาวจรดลงบนอากาศว่างเปล่าเพื่อปัดผ่านหน้าต่างโปร่งใสของระบบวิเคราะห์ตรรกะที่ถูกปลุกให้ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราการสั่นพ้องของมานาในห้องสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดินตอนนี้พุ่งทะยานเกินเพดานความปลอดภัยระดับสามไปแล้วเกือบสเท่าตัว "ถ้าความหนาแน่นของอนุภาคมานายังคงถูกบีอัดด้วยอัตราเร่งแบบนี้... โครงสร้างพื้นฐานของหอคอยฝั่งตะวันตกจะเกิดภาวะพับตัวในอีกไม่ถึงเจ็ดนาทีข้างหน้าครับ" ไคล์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาคมกริบหลังกรอบแว่นกลับสะท้อนความตึงเครียดอย่างชัดเจน เขากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าชั้นหนังสือโบราณที่บิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับกาลเวลาบริเวณนี้ถูกยืดออกและหดเข้าอย่างรวดเร็ว "เธอช่างเป็นเด็กที่ชอบพูดความจริงในเวลาที่ชวนปวดหัวเสียจริงนะ ไคล์" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ ดร. อีเลน่าก้าวเท้าออกมาจากเงาลึก ร่างเพรียวในชุดคลุมสีเทาเข้มขยับเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาตามแบบฉบับของเธอในยามปกติบัดนี้กลับปรากฏร่องรอยความกังวลอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาสีเทาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องที่เศษกระดาษตำราเวทโบราณลอยวนเวียนราวกับไร้แรงโน้มถ่วง อาจารย์สาวหยุดยืนเคียงข้างเด็กหนุ่ม มือเรียวบางยกขึ้นแตะขอบโต๊ะไม้สลักที่เริ่มมีรอยแตกร้าวลึกเป็นเส้นใยแมงมุม "สิบปี... ฉันคิดว่าสมการนั้นถูกฝังกลบไปพร้อมกับความหายนะในคืนนั้นแล้ว เสียอีก" อีเลน่าพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือความขมขื่นที่ยากจะปิดบัง "แต่ดูเหมือนว่าเราจะประเมินความดื้อรั้นของสายเลือดตระกูลเควินต่ำเกินไป" ไคล์หันไปมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของฤดูกาล แต่เป็นเพราะคลื่นพลังงานจิตที่แผ่ออกมาจากตัวของอีเลน่าเอง "ท่านอาจารย์กำลังหมายถึง... บันทึกของศาสตราจารย์เควิน พ่อของผมสินะครับ" ไคล์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น เขาไม่มีความสะท้านไหวต่ออดีตอันดำมืดของตระกูลตนเองแม้แต่น้อย สำหรับเขา อดีตก็เป็นเพียงแค่ตัวแปรหนึ่งในสมการที่ยังหาคำตอบไม่ได้เท่านั้น "ไม่ใช่แค่บันทึกธรรมดาหรอก ไคล์" อีเลน่าหันมาสบตาเขา แววตานั้นจริงจังจนน่ากลัว "แต่มันคือ 'ประตู' สิ่งที่พ่อของเธอทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีเวทมนตร์ แต่เป็นพิกัดทางคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับมิติที่สูญหาย... มิติที่กลืนกินเพื่อนร่วมรุ่นของฉันไปเมื่อสิบปีก่อน และตอนนี้ เสียงสะท้อนจากที่แห่งนั้นกำลังพยายามตอบรับตัวตนของเธอ" *ตึงงงง—!* เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงระฆังยักษ์ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องลึกใต้พื้นดิน แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้สั่นแค่กายเนื้อ แต่มันสั่นสะเทือนลึกไปถึงแก่นมานาในร่างของไคล์และอีเลน่าจนลมหายใจสะดุด พื้นหินแกรนิตใต้เท้าของพวกเขากำลังแตกออกเป็นรอยแยกสีม่วงเข้ม ละอองแสงประหลาดพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั้น กลิ่นอายของความว่างเปล่าและกาลเวลาที่หยุดนิ่งแผ่กระจายเข้าจมูกจนชวนคลื่นไส้ ระบบภายในหัวของไคล์ส่งเสียงเตือนแหลมสูงจนน่ารำคาญ หน้าต่างสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยไม่ต้องร้องขอ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติทางมิติระดับความรุนแรง SSS] [เป้าหมาย: คลื่นพลังงานไม่ทราบที่มา กำลังพยายามซิงโครไนซ์กับโครงสร้าง DNA ของผู้ถือครองสิทธิ์] [คำเตือน: หากการซิงโครไนซ์สมบูรณ์ 100% ขอบเขตความเป็นจริงในรัศมี 5 กิโลเมตรจะถูกรีเซ็ต] ไคล์กัดฟันกรอด มือซ้ายยกขึ้นดันกรอบแว่นในขณะที่มือขวายื่นออกไปข้างหน้า ฝ่ามือปรากฏกลุ่มก้อนพลังงานมานาสีฟ้าที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อน เขาใช้หลักการตรรกะเชิงโครงสร้างสร้างเป็นบาตรป้องกันชั่วคราวเพื่อต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังฉีกกระชากอากาศรอบตัว "อาจารย์ครับ ถอยไปข้างหลังก่อน!" ไคล์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามก้องของมิติที่กำลังปริแตก "ไม่ต้องมาสั่งฉันนะ ไคล์!" อีเลน่าไม่ถอยหนี เธอกลับก้าวขึ้นมาข้างหน้า ร่ายรำมือวาดอักขระโบราณสีเงินยวงกลางอากาศอย่างรวดเร็ว เวทมนตร์บทเก่าแก่ที่ทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อตรึงรอยแยกของมิติไม่ให้ขยายตัวใหญ่ไปมากกว่านี้ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าของอาจารย์สาว แสงสีเงินและสีม่วงปะทะกันจนเกิดประกายไฟเวทมนตร์ระยิบระยับราวกับกลุ่มดาวที่กำลังจะดับสลาย ทว่า ความพยายามของพวกเขากลับดูเหมือนงบประมาณที่น้อยนิดในการถมทะเลทราย รอยแยกสีม่วงเข้มไม่เพียงแต่ไม่ปิดลง แต่มันกลับขยายตัวกว้างขึ้นจนเผยให้เห็นทัศนียภาพเบื้องหลัง... ความว่างเปล่าสีดำสนิทที่มีดวงดาวนับล้านดวงกำลังหมุนวนเป็นเกลียวพายุ และในความมืดมิดอันเวิ้งว้างนั้น มีบางสิ่ง... บางอย่างกำลังเคลื่อนไหว เงาร่างมหึมาที่ไม่มีรูปร่างแน่ชัด คล้ายกลุ่มก้อนควันสีดำสนิทที่ประกอบขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำและสมการที่ถูกลบเลือน มันกำลังยื่น 'กรงเล็บ' ที่ทำจากตัวเลขและอักษรเวทบิดเบี้ยวทะลุกรอบรอยแยกออกมายังโลกแห่งความเป็นจริง! อีเลน่าเบิกตากว้าง สีหน้าของอาจารย์สาวซีดเผือกจนไร้สีเลือด เธอจำเงาร่างนั้นได้ทันที... มันคือสิ่งเดียวกับที่พรากเพื่อนสนิทของเธอไปในคืนวันวิบัติเมื่อสิบปีก่อน "มัน... มันตามรอยเลือดของเธอมา ไคล์!" อีเลน่าตะโกนเสียงหลง ท่ามกลางเสียงคำรามของมิติ ไคล์ไม่ได้ตอบคำด่าทอหรือคำเตือนนั้น สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับการคำนวณรูปแบบการเคลื่อนไหวของเงาร่างประหลาด สมองอันรวดเร็วของเขาประมวลผลตัวแปรนับล้านในเสี้ยววินาที ตรรกะทุกข้อถูกนำมาเรียงร้อยใหม่เพื่อหาจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติ "ถ้ามันต้องการเชื่อมต่อกับผม..." ไคล์พึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทายแบบที่ทำให้อีเลน่ารู้สึกใจหายวาบ "งั้นผมก็ยินดีจะคำนวณมันให้ถึงที่สุดเหมือนกันครับ" เขาสลายบาตรป้องกันของตัวเองทิ้งในพริบตา ปล่อยให้แรงดึงดูดมหาศาลจากรอยแยกมิติกระชากร่างของเขาให้พุ่งตรงไปยังกรงเล็บสีดำสนิทนั้นโดยตรง! "ไคล์! หยุดนะ—!" เสียงกรีดร้องของอีเลน่าขาดห้วงไปเมื่อร่างของเด็กหนุ่มถูกกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหลังรอยแยก รอยแยกสีม่วงเข้มหดตัวลงอย่างรวดเร็วก่อนจะดีดตัวปิดสนิทลงในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวและความเสียหายยับเยินภายในห้องสมุดต้องห้าม อีเลน่ายืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้าชั้นหนังสือที่สงบลงแล้ว หญิงสาวหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตกใจและหวาดกลัว ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะพุ่งเข้าไปพังผนังมิติด้วยความบ้าคลั่ง หน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าครามที่หลงเหลืออยู่กลางอากาศก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความอัปเดตสถานะที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น [ระบบปฏิบัติการตรรกะวิกฤต: อัปเดตสถานะผู้ถือครองสิทธิ์] [โฮสต์: ไคล์ เควิน | สถานะ: เชื่อมต่อสำเร็จ 100%] [ประกาศฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการเข้าควบคุมแกนกลางของมิติปิดตายโดยสิ่งแปลกปลอม...] [คำเตือนขั้นสูงสุด: ยินดีต้อนรับสู่ 'ห้องเรียน' บทที่ศูนย์... อาจารย์อีเลน่า] - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับไคล์นะครับ -
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%