บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 4

อาจารย์ผู้กุมความเย็นชา

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“ถ้าก้าวขาออกไปอีกข้างเดียว สมองของเธอก็จะกลายเป็นกระดาษหน้าแรกของบันทึกเล่มนี้ทันทีครับ ไคล์” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นเบาๆ ตัดผ่านความเงียบสงัดของหอสมุดหลวงในยามวิกาล ประตูด้านหลังที่เพิ่งถูกกระชากเปิดออกจนบานพับส่งเสียงคร่ำครวญ เผยให้เห็นร่างของ ดร.อีเลน่า ในชุดคลุมสีดำสนิท เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยบ่งบอกว่าเธอเพิ่งผ่านการวิ่งมาอย่างไม่คิดชีวิต ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่หาได้ยากยิ่งจากอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ไคล์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าหาแสงเรืองรองสีครามบนแท่นบูชา ปลายรองเท้าของเขาห่างจากเขตอาคมต้องห้ามเพียงไม่ถึงเซนติเมตร กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกเวทมนตร์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไลแลคจากตัวของอาจารย์สาว เขาลดสายตาลงมองกระดาษแผ่นบางที่กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า มันสั่นระริกราวกับมีชีวิต และส่งเสียงกระซิบกระซาบคล้ายเสียงอ่านบทกวีโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ “อาจารย์อีเลน่า...” ไคล์ขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาสีชาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงประกายความใคร่รู้และกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่กำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง “คำสาปที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นหนังสือ... ฟังดูเป็นทฤษฎีทางชีวเวทมนตร์ที่น่าสนใจดีครับ แต่ถ้าพูดในเชิงตรรกะแล้ว มวลสารของมนุษย์น้ำหนักเฉลี่ยเจ็ดสิบกิโลกรัม ไม่มีทางถูกบีอัดลงในหน้ากระดาษพาร์ชมินต์น้ำหนักไม่เกินสองขีดได้หรอกครับ เว้นเสียแต่ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับการบิดเบือนมิติปริภูมิระดับอนุภาค” อีเลน่าหอบหายใจเบาๆ หน้าอกภายใต้ชุดคลุมขยับขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ เธอเดินดุ่มๆ เข้ามาคว้าแขนเสื้อของเด็กหนุ่มแล้วกระชากถอยหลังออกมาสามก้าวเต็มๆ แรงดึงนั้นมากพอที่จะทำให้ไคล์ต้องยอมถอยตามโดยดี “เธอคิดว่าเวทมนตร์โบราณมันทำงานด้วยกฎฟิสิกส์ในตำราเรียนงี่เง่าของเธอกรณีนี้หรือไง ไคล์!” อีเลน่าเสียงเขียว ดวงตาสีครามจ้องมองเขาเขม็ง “เพื่อนร่วมรุ่นของฉัน... คนที่นั่งอยู่ตรงนี้เมื่อสามปีก่อน ก็พูดจาด้วยเหตุผลแบบเธอนี่แหละ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นแค่ลายเส้นหมึกบนกระดาษแผ่นนั้น! นายอยากลองพิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆ ของตัวเองด้วยการเป็นกระดาษหน้าถัดไปหรือไง?” บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบลงชั่วขณะ ไคล์เหลือบมองร่องรอยความหวาดกลัวที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งดวงตาของอาจารย์สาว มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่มันคือแผลเป็นจากอดีตที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยา เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจยาว ความกวนประสาทในแววตาถูกแทนที่ด้วยความสุภาพและจริงจังขึ้นมาทันที “ผมขออภัยครับอาจารย์ ผมไม่ได้ตั้งใจจะล้อเล่นกับเรื่องเป็นตาย... เพียงแต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมักจะทำงานเร็วกว่าความกลัวเสมอ” ไคล์เอ่ยเสียงเรียบพลางขยับแขนออกจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวล “ว่าแต่... อาจารย์ตามผมมาถึงที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้ คงไม่ใช่แค่เพราะกลัวว่าผมจะกลายเป็นกระดาษหรอกกระมังครับ?” อีเลน่าหรี่ตาลง ประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยอมรับว่าเด็กทุนคนนี้ฉลาดเกินกว่ามาตรฐานของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ไปไกลลิบลิ่ว และนั่นคือเหตุผล... เหตุผลเดียวกับที่เธอต้องตัดสินใจทำเรื่องเสี่ยงในคืนนี้ อาจารย์สาวผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบนิ่งเช่นเดิม ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจังที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง “ฉลาดมาก ไคล์” อีเลน่าผายมือไปยังแท่นบูชาที่ตอนนี้แสงสีครามสงบลงแล้ว กลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นเก่าที่นอนนิ่งสนิท “ฉันไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตเธอ แต่ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอ” “ข้อเสนอจากอาจารย์ผู้เย็นชาและเก็บตัวที่สุดในภาควิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์... น่าสนใจไม่น้อยครับ เชิญกล่าวต่อได้เลยครับ” ไคล์กอดอก เอียงคอเล็กน้อยอย่างตั้งใจฟัง “ช่วยฉันทำวิจัยลับชิ้นหนึ่ง” อีเลน่ากล่าวเข้าประเด็นทันที ไม่มีอ้อมค้อม “งานวิจัยเกี่ยวกับการถอดรหัส ‘บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต’ ต้นฉบับจริงที่ถูกซ่อนไว้ในมิติปิดตายของหอสมุดแห่งนี้ และเหตุผลที่ฉันต้องเลือกเธอ... ก็เพราะมีเพียงสมองบ้าๆ ของเธอเท่านั้น ที่มองเห็นรอยต่อระหว่างเวทมนตร์กับตรรกะคณิตศาสตร์ได้ทะลุปรุโปร่งที่สุด” ไคล์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ข้อเสนอชิ้นนี้ช่างเย้ายวนใจนักสำหรับคนรักความท้าทายเช่นเขา แต่นักวิเคราะห์ที่ดี ย่อมไม่กระโจนลงสู่หลุมพรางโดยไม่รู้เงื่อนไข “ฟังดูเหมือนโปรเจกต์ที่จะทำให้พวกเราถูกไล่ออก หรือไม่ก็กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในหอสมุดไปตลอดกาลนะครับอาจารย์” ไคล์หรี่ตามอง “แล้วผมจะได้อะไรจากการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับงานวิจัยที่แม้แต่อาจารย์ก็ยังทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ล่ะครับ?” อีเลน่าเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีชาของเขา ราวกับจะค้นหาความลังเลใจ “สิ่งที่เธอจะได้... คือความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของบรรพบุรุษตระกูลเธอ และกุญแจสำคัญที่จะไขรักษากลไกเวทมนตร์ในร่างของเธอ ที่กำลังจะกัดกินอายุขัยของเธอเองทีละน้อยยังไงล่ะ ไคล์” รอยยิ้มบนใบหน้าของไคล์แข็งค้างไปชั่วขณะ แววตาที่เคยฉายแววสนุกสนานเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงระคนหวาดระแวงเป็นครั้งแรก หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นด้วยความตกใจ ข้อมูลเรื่องกลไกเวทมนตร์ที่กัดกินอายุขัยในร่างกายของเขา เป็นความลับที่เขาปกปิดไว้มิดชิดที่สุด และไม่อาจมีใครล่วงรู้ได้หากปราศจากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือระดับสูง อาจารย์สาวแย้มยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นนัก แต่มันเต็มไปด้วยความเหนือกว่าในเกมนี้ “ตกลงไหม... หรือจะยอมหันหลังเดินกลับไปใช้ชีวิตเป็นเด็กนักเรียนทุนธรรมดา แล้วรอวันร่างกายแหลกสลายไปเองตามตรรกะที่เธอคำนวณไว้ล่ะ?” ไคล์เม้มริมฝีปากแน่น สมองส่วนหน้าประมวลผลสถานการณ์อย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง ทว่า ในวินาทีที่ไคล์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ ทันใดนั้นเอง... อากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์บนผนังหอสมุดเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีแดงฉานราวกับหยดเลือด เสียงกระซิบกระซาบจากกระดาษนับร้อยนับพันเล่มบนชั้นหนังสือรอบด้านดังประสานกันขึ้นพร้อมเพรียงจนกลายเป็นเสียงกรีดแหลมสูงที่บาดแก้วหู อีเลน่าหน้าถอดสีทันที เธอคว้าแขนไคล์ไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม “แย่แล้ว... มันไม่ใช่แค่คำสาป แต่มันคือ—” *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจักรกลเวทมนตร์ปริศนาดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของไคล์ ราวกับเสียงกริ่งเตือนภัยจากมิติที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง [ระบบตรวจพบ: ภัยคุกคามระดับ SSS "ผู้พิทักษ์แห่งบันทึกมืด" ได้ตื่นจากการหลับใหล] [เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: คุณและ ดร.อีเลน่า ถูกกักขังในเขตอาคมปิดตายโดยสมบูรณ์] [คำเตือน: จงตัดสินใจภายใน 10 วินาที... ก่อนที่หน้าหนังสือเล่มสุดท้ายจะถูกเปิดออก!] ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%