บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 14

เงาที่คืบคลานในหอพัก

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
คราบน้ำมันสีรุ้งที่หยดลงบนพื้นหินอ่อน ไม่ได้สะท้อนภาพโคมไฟระย้าคริสตัลเบื้องบน แต่มันกำลังบิดเบี้ยว ขยายตัว และส่งเสียง "ฟู่" แผ่วเบา ราวกับสิ่งมีชีวิตจำพวกแอนบีบาที่กำลังย่อยสลายผิวหิน ไคล์หยุดปลายนิ้วที่กำลังจดบันทึกสมการเวทมนตร์บทที่สี่ลงในสมุดปกหนังสีเขียวเข้ม เขายังไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที แต่ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบห้องพักส่วนตัวของนักเรียนทุน สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ของเขาบอกชัดเจนว่า อุณหภูมิในห้องลดลงสามองศาเซลเซียสในเวลาไม่ถึงสิบวินาที และที่แย่กว่านั้นคือ กลิ่นฉุนของกำมะถันเจือจางที่ลอยมาจากใต้บานประตู มีใครบางคนกำลังพยายามถอดรหัสเวทมนตร์ป้องกันระดับสามที่เขาเป็นคนลงมือร่ายไว้ด้วยตัวเอง ดวงตาของเด็กหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนอย่างไร้ซุ่มเสียง ฝ่าเท้าสวมรองเท้าผ้าใบแตะพื้นหินอย่างแผ่วเบาราวกับเงา ไคล์ดึงปากกาขนนกเวทมนตร์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม มันไม่ใช่แค่อุปกรณ์เขียนหนังสือ แต่มันคือ "เข็มทิศตรรกะ" ที่เขาดัดแปลงขึ้นเองเพื่อตรวจจับความผิดปกติของสนามพลังงาน *คลิก* เสียงกลไกแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านนอกบานประตูไม้สักหนา บ่งบอกว่าผู้บุกรุกไม่ได้ใช้กำลังพังเข้ามา แต่กำลังใช้ "กุญแจมาสเตอร์" หรือไม่ก็คาถา "คลายผนึก" ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างรูนระดับสูงพอสมควร ไคล์ขยับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น—รอยยิ้มแบบที่ทำให้คนที่รู้จักเขาดีรู้ว่ากำลังมีใครบางคนโชคร้าย "รุกคืบได้เร็วกว่าที่คำนวณไว้สามวัน..." ไคล์พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความท้าทายในแววตา "ดูซิว่าผลงานวิจัยเกี่ยวกับการบิดเบือนอนุภาคเวทมนตร์ของฉัน จะต้อนรับแขกไม่เชิญคนนี้ได้น่าประทับใจแค่ไหน" เขาสะบัดข้อมือเบาๆ สายใยมานาสีฟ้าใสพุ่งออกจากปลายนิ้ว เคลื่อนตัวไปตามแนวพื้นห้องราวกับเส้นใยแมงมุม มันคือระบบเตือนภัยและกับดักขั้นเด็ดขาดที่เขาเตรียมไว้รับมือกับพวกชอบถือวิสาสะโดยเฉพาะ ที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง สมุดบันทึกเล่มหนาที่รวบรวมทฤษฎีการลบล้างมานาด้วยหลักการทางฟิสิกส์ถูกวางล่อไว้เด่นชัด หน้าปกของมันเรืองแสงจางๆ ด้วยอักษรโบราณที่ไคล์จงใจเขียนดักทางไว้ หากใครเปิดอ่านโดยไม่มีความเข้าใจในโครงสร้างตรรกะที่ถูกต้อง สมองของคนผู้นั้นจะถูกกระตุ้นด้วยภาพหลอนทางคณิตศาสตร์จนสติหลุดไปสามวัน *แอ๊ด...* บานประตูไม้สักค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างเชื่องช้า ความมืดมิดจากทางเดินนอกหอพักไหลทะลักเข้ามาภายในห้อง ราวกับคราบหมึกดำที่หยดลงในแก้วน้ำใส ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมคลุมศีรษะมิดชิดก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง ฝ่ายนั้นเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและเงียบกริบ ชัดเจนว่าเป็นมืออาชีพ หรือไม่ก็... เป็นคนที่คุ้นเคยกับผังอาคารของหอพักแห่งนี้เป็นอย่างดี ผู้บุกรุกหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานทันที ราวกับปลาที่ว่ายเข้ามาติดเบ็ด ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำกวาดมองสมุดบันทึกเล่มนั้นด้วยความกระหายใคร่รู้ มือเรียวยาวสวมถุงมือหนังสีดำยื่นออกไปหมายจะคว้ามันขึ้นมา "ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะไม่แตะหน้านั้นนะครับ" เสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทำเอาเงาลึกลับสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังจะคว้าสมุดชะงักกึกทันที ผู้บุกรุกหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดมือขวาเรียกมีดสั้นเคลือบพิษสีม่วงเรืองแสงออกมาพุ่งตรงมายังทิศทางของเสียงด้วยความเร็วสูง! *ฉับ!* มีดสั้นปักเข้ากับผนังไม้ด้านหลังไคล์อย่างแม่นยำ แต่ร่างของเด็กหนุ่มกลับสลายกลายเป็นละอองมานาสีฟ้าจางๆ ภาพสะท้อนของเขาเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างจากความหนาแน่นของแสงและการหักเหของอากาศ "ปฏิกิริยาไวใช้ได้นี่ครับ แต่น่าเสียดาย..." เสียงของไคล์ดังขึ้นจากด้านหลังของผู้บุกรุกพอดิบพอดี ปลายปากกาขนนกเวทมนตร์เย็นเฉียบจ่ออยู่ที่ต้นคอของอีกฝ่ายภายใต้ฮู้ด แรงกดเบาๆ จากปลายปากกาส่งกระแสมานาอัมพาตแล่นพล่านไปทั่วหัวไหล่ จนมีดสั้นอีกเล่มที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดัง *เคร้ง* "ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะครับ แล้วบอกผมมาว่าใครเป็นคนจ้างคุณมาขโมยงานวิจัยของภาควิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์... หรือว่า ดร.อีเลน่า ส่งคุณมาทดสอบผมกันแน่?" ไคล์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาสีเทาจ้องมองแผ่นหลังที่กำลังเกร็งเครียดของอีกฝ่ายอย่างค้นหา ผู้บุกรุกหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและคุ้นหูอย่างประหลาด "แกคิดว่าตัวเองฉลาดนักเหรอ ไคล์... แกคิดว่าสิ่งที่แกกำลังค้นคว้าอยู่น่ะ มันเป็นแค่เรื่องสนุกในโรงเรียนเวทมนตร์งั้นสินะ" เสียงนั้นเอ่ยออกมา พร้อมกับที่ร่างของผู้บุกรุกเริ่มสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแรงอัดบางอย่างที่กำลังระเบิดออกมาจากภายใน *เปรี๊ยะ!* สนามพลังสีดำสนิทแผ่พุ่งออกมาจากตัวผู้บุกรุกอย่างฉับพลัน แรงระเบิดของมานากระแทกไคล์ถอยหลังไปหลายก้าว จนเขาต้องยกแขนขึ้นตั้งรับแรงปะทะ ม่านพลังป้องกันที่เขาติดตั้งไว้รอบห้องแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และกระดาษปลิวว่อนไปทั่วอากาศ เมื่อควันจางลง ไคล์รีบกวาดสายตามองไปที่ผู้บุกรุก ร่างในชุดคลุมสีดำกำลังสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีเทา แต่ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปจนหมด ฮู้ดที่คลุมศีรษะอยู่ก็หลุดร่วงลงเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่คุ้นตาภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ดวงตาของไคล์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ความนิ่งสงบในแววตาสีเทาคู่นั้นสั่นไหว นั่นไม่ใช่โจรรับจ้างทั่วไป... และไม่ใช่คนที่ ดร.อีเลน่า รู้จักแน่ๆ แต่เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ทรงเกียรติประจำหอสมุดหลวง ผู้ซึ่งควรจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการทดลองเวทมนตร์โบราณไปเมื่อสามปีก่อน! ก่อนที่ไคล์จะได้ประมวลผลข้อมูลชุดใหม่นี้ เสียงกระซิบแผ่วเบากลนกลืนไปกับสายลมราตรีก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหูของเขา เป็นเสียงระบบแจ้งเตือนที่ไม่ได้มาจากนาฬิกาเวทมนตร์ของโรงเรียน แต่มันดังขึ้นลึกเข้าไปในจิตสำนึกของเขาเอง [ ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลระดับ SSS: โครงสร้างประวัติศาสตร์ถูกแก้ไข ] [ ภารกิจลับเปิดใช้งานทันที: ค้นหาความจริงเบื้องหลัง "การหายตัวไปของบรรพจารย์" ก่อนที่รอยร้าวแห่งกาลเวลาจะลบตัวตนของคุณออกจากสารบบ ] [ คำเตือน: เป้าหมายที่คุณเพิ่งเผชิญหน้าเมื่อครู่ คือผู้ดูแลหอสมุดที่เสียชีวิตไปแล้ว... และเขากำลังจับตาดูคุณจาก "อีกด้านหนึ่ง" ของกระจก ] เงาสะท้อนของไคล์บนกระจกหน้าต่างไม่ได้ขยับตามท่าทางปัจจุบันของเขา แต่มันกำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าขนลุก พร้อมกับเอื้อมมือออกมาจากกระจกเพื่อคว้าคอเสื้อของเขา! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตรรกะอันบิดเบี้ยวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%