หน้าจอสีครามโปร่งแสงที่กะพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้าของไคล์ ไม่ได้ส่งเสียงเตือนที่คุ้นเคย มันส่งเพียงเสียงหึ่งต่ำคล้ายคลื่นความถี่ต่ำที่กดทับแก้วหูจนปวดแปลบ ข้อความเตือนสีแดงฉานที่สลักทับลงบนระบบตรรกะพื้นฐานของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคนัมกำลังสั่นระริก
*[ระบบ... เกิดข้อผิดพลาด...]*
*[ตรวจพบรอยแยกของมิติระดับความอันตรายสูงสุด...]*
*[ผู้บุกรุกระดับ... 'ผู้สร้าง' ปรากฏตัว...]*
นิ้วเรียวของเด็กหนุ่มหยุดชะงักลงเหนือปุ่มคำสั่ง ไคล์ไม่ได้ถอยหลัง เขากลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิดหน้าจอจนปลายจมูกแทบจะแตะกับแสงเรืองรองนั้น ดวงตาคู่คมกวาดตามองชุดรหัสฐานสิบหกที่ไหลผ่านราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์เวทมนตร์ทั่วไป แต่เป็นโครงสร้างความเป็นจริงที่กำลังถูก ‘เขียนทับ’ ต่างหาก
“ระบบไม่ได้รวนหรอกครับ... แต่มันกำลังถูกบังคับให้ยอมรับกฎข้อใหม่ต่างหาก” ไคล์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบงันของห้องวิจัยใต้ดิน
เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นจางๆ ของชาสมุนไพรและกระดาษเก่า ดร. อีเลน่าก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอไม่ได้เอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาคู่คมใต้กรอบแว่นทรง The Classic กลับจดจ้องไปยังหน้าจอสีเลือดเช่นเดียวกัน ใบหน้าเรียบเฉยราwanตุ๊กตาพอร์ซเลนของอาจารย์สาวตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง
“ฉันเคยเห็นรหัสพวกนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง” เสียงทุ้มต่ำของอีเลน่าดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน “เมื่อสี่ปีก่อน... วันที่ห้องวิจัยมิติปิดตายล่มสลาย และเพื่อนร่วมรุ่นของฉันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
ไคล์เหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้วของเธอ แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามซ่อนมันไว้ใต้ชายแขนเสื้อโค้ทสีเข้มก็ตาม ในฐานะนักเรียนทุนผู้เชื่อมั่นในตรรกะ ไคล์รู้ดีว่าความกลัวไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือปฏิกิริยาทางชีวภาพเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกินกว่าขีดจำกัดความเข้าใจ
“ถ้า ‘ผู้สร้าง’ ที่ว่ากำลังหมายถึงตัวตนที่อยู่เหนือตรรกะที่เราศึกษามาตลอดสามปีนี้...” ไคล์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยประกายความท้าทายที่ยากจะดับลง “ผมเกรงว่าเราคงต้องทบทวนสมมติฐานทั้งหมดใหม่แล้วล่ะครับ อาจารย์”
“นายจะบ้าหรือไง ไคล์” อีเลน่าหันมามองเขา ดวงตาสั่นระริกด้วยความกังวลที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น “นั่นไม่ใช่สมการฟิสิกส์เวทมนตร์ที่นายจะเอาไม้บรรทัดตรรกะไปวัดได้ มันคือเจตจำนงที่สามารถลบตัวตนของนายออกจากประวัติศาสตร์ได้ทั้งดุ้นโดยที่ไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำ!”
“แต่ทุกปัญหามีตัวแปรเสมอครับ” ไคล์แย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่กวนประสาทเล็กน้อยตามแบบฉบับของเขา แต่แววตากลับจริงจังจนอีเลน่าต้องเงียบเสียงลง “ต่อให้มันจะเป็นพระเจ้าผู้สร้างกฎ หรือตัวบั๊กของจักรวาลนี้ ถ้ามันมี ‘ร่องรอย’ หลงเหลืออยู่ แสดงว่ามันต้องมีช่องโหว่... และผมไม่เคยปล่อยให้ช่องโหว่หลุดมือไปหรอกครับ”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว อากาศภายในห้องวิจัยอุณห็ภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ แสงไฟเวทมนตร์บนเพดานกะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับหลอดไฟใกล้หมดอายุ หน้าจอสีครามที่เคยแสดงผลข้อผิดพลาด บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีทองอร่ามจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละคำด้วยลายมือที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้น
*“ยินดีด้วย เด็กน้อย... เจ้าคือตัวแปรเดียวที่อ่านเกมนี้ขาด”*
เสียงกระซิบอันก้องกังวานดังขึ้นในหัวของทั้งสองคน มันไม่ใช่เสียงทางกายภาพ แต่มันคือคลื่นความคิดที่ทรงพลังจนทำให้ผนังหินของสถาบันอาร์เคนัมสั่นสะเทือน เศษฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับหิมะในฤดูหนาวที่มาเยือนก่อนกำหนด
นี่คือวันสิ้นสุดภาคเรียนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเป็นการปิดฉากฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แต่สำหรับไคล์และอีเลน่า มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางข้ามผ่านเส้นแบ่งเขตแดนแห่งความเป็นจริง
ไคล์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือขวากำปลายไม้กายสิทธิ์ในกระเป๋าเสื้อแน่น ขณะที่มือซ้ายกดปุ่มบันทึกข้อมูลสุดท้ายลงในไดรฟ์เวทมนตร์ส่วนตัว หน้าจอตรงหน้าไม่ได้มีแค่ข้อความต้อนรับอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังแสดงพิกัดลับที่ซ่อนอยู่ใจกลางมหามหาวิทยาลัย—สถานที่ที่แม้แต่คณาจารย์ระดับสูงก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้
อีเลน่ามองหน้าเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์ เธอถอนหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างยอมแพ้ “ให้ตายเถอะ... ฉันเลือกเด็กทุนผิดประเภทจริงๆ สินะ”
“ท่านเลือกคนไม่ผิดหรอกครับ” ไคล์หันมายิ้มกว้างให้เธอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นของการผจญภัยที่แท้จริง “เพราะถ้าไม่มีอาจารย์คอยคุมท้ายให้ ผมคงไม่กล้าเปิดประตูบานถัดไปหรอกครับ”
ทันใดนั้นเอง ผนังห้องวิจัยด้านหลังก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่ด้วยแรงระเบิดเวทมนตร์ แต่เป็นเพราะพื้นที่ตรงนั้นถูก ‘ลบหายไป’ เผยให้เห็นความมืดมิดอนธกาลที่ไร้ก้นบึ้ง และที่ใจกลางความมืดนั้น... ร่างเงาของใครบางคนกำลังก้าวเท้าเดินผ่านมิติเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวานไปทั่วโสตประสาท
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่ขอบรอยแยก แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นรอยยิ้มคุ้นเคยภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท—ใบหน้าที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสี่ปีก่อน... เพื่อนร่วมรุ่นของอีเลน่าก้าวออกมา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของอาจารย์สาวเย็นเฉียบ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... อีเลน่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของไคล์และอาจารย์อีเลน่ามาจนถึงตอนนี้นะครับ
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนของฤดูกาล
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!