บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 6

ความผิดปกติในชั้นเรียนภาคปฏิบัติ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
ไอความร้อนระดับพันองศาที่แผดเผาออกมาจากวงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานไม่ได้ทำให้ไคล์ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคู่คมกริบกวาดมองกลุ่มควันสีดำที่กำลังพวยพุ่งทะลักออกมาจากศิลาจารึกกลางห้องเรียนภาคปฏิบัติ เสียงกรีดร้องของเหล่านักเรียนปีหนึ่งดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ไคล์กลับนิ่งสนิท ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังเคลื่อนที่ช้าลงเพื่อให้เขาได้คำนวณอะไรบางอย่างในหัวสมอง "ไคล์! ถอยออกมานะ! วงเวทย์กำลังจะระเบิดแล้ว!" เสียงตะโกนของหัวหน้าชั้นปีดังฝ่าความอลหม่านมา แต่เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มกลับไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขากำลังจ้องมองโครงสร้างเวทมนตร์ระดับสามที่บิดเบี้ยว ตัวอักษรโบราณที่สลักอยู่บนศิลากำลังเรืองแสงสลับกับดับ ม่านพลังงานที่ควรจะเสถียรกลับเกิดการสั่นพ้อง (Resonance) จนความหนาแน่นของมานาในอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ในมุมมองของไคล์ที่มองผ่าน "แว่นตาตรรกะ" ที่เขาพัฒนาขึ้นเอง มานาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลึกลับ แต่มันคือสมการทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อน และตอนนี้... สมการกำลังผิดพลาดอย่างมหันต์ "ไม่ใช่เพราะอักขระเขียนผิด..." ไคล์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงโตรกครากของศิลาที่กำลังแตกร้าว "แต่เป็นเพราะอัตราการไหลเวียนของมานากลุ่มที่สามสวนทางกับจุดศูนย์กลาง แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเลยทำลายวงจรตัวเอง... ให้ตายสิ ออกแบบหลักสูตรแบบนี้ ใครเป็นคนสอนเนี่ย" "ถ้ารู้สึกว่าหลักสูตรของฉันมันแย่ นักเรียนไคล์ จะลองขึ้นมาสอนแทนไหมล่ะ?" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือเสียงความโกลาหล ไคล์เหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อย เห็นร่างเพรียวในชุดคลุมสีเทาเข้มของ ดร.อีเลน่า กำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่รีเวลาร้อน ดวงตาสีเทาคู่สวยของอาจารย์สาวกวาดมองสถานการณ์ด้วยความเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายประกายความกังวลลึกๆ ที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "ถ้าอาจารย์อนุญาต ผมยินดีรับตำแหน่งนั้นหลังคาบเรียนนี้นะครับอาจารย์" ไคล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าประกายไฟจากการระเบิดขนาดย่อมจะเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร "แต่ก่อนหน้านั้น... ช่วยถอยไปห่างๆ อีกสักสองเมตรได้ไหมครับ แรงดันอากาศตรงจุดที่อาจารย์ยืนอยู่กำลังจะถึงขีดจำกัดวิกฤตแล้ว" ดร.อีเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทว่าเธอกับเชื่อฟังคำเตือนนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่เอ่ยปากเถียง หญิงสาวถอยหลังไปสองก้าวตามที่เด็กหนุ่มบอก พร้อมกับยกมือขึ้นเตรียมร่ายคาถาระดับสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ "นายจะทำอะไรไคล์? เวทมนตร์บทอื่นแก้ไม่ได้หรอก มันต้องใช้คาถาชำระล้างระดับสี่..." หัวหน้าชั้นปีพยายามตะโกนเตือนสติ "ใครบอกว่าจะใช้เวทมนตร์แก้ล่ะครับ" ไคล์พูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในวินาทีที่ศิลาจารึกกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ไคล์ไม่ได้ยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาโบกสะบัดเพื่อต่อกรด้วยพลังเวทเหมือนคนอื่นๆ เขาพุ่งตัวเข้าไปประชิดแท่นศิลาด้วยความเร็วที่ฝึกฝนมาจากการคำนวณแรงโน้มถ่วง มือขวาคว้าเอาแท่งโลหะนำความร้อนและแผ่นฉนวนเวทมนตร์ขนาดพกพาที่เขาดัดแปลงขึ้นเองออกมาจากกระเป๋าคาดเอว รวดเร็ว แม่นยำ และไร้ซึ่งความลังเล ไคล์ตอกแท่งโลหะลงไปตามจุดโหนดพลังงานสามจุดที่คำนวณไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ แรงกระแทกอันแม่นยำส่งผลให้วงจรมานาที่กำลังปั่นป่วนถูกบังคับให้เปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ราวกับการเบรกกะทันหันของรถไฟความเร็วสูง พลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในถูกระบายลงสู่พื้นดินผ่านแท่งโลหะจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นห้องสั่นสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่กลุ่มควันสีดำและประกายไฟทั้งหมดจะมอดดับลงราวกับถูกดับด้วยน้ำมนต์ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องเรียนภาคปฏิบัติทันที เหล่านักเรียนอ้าปากค้าง ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน พวกเขาต่างจ้องมองภาพเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่ยืนถือแท่งโลหะธรรมดาๆ อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของวงเวทย์ โดยปราศจากรอยขีดข่วน ไม่มีการร่ายคาถา ไม่มีบทสวดโบราณ... มีเพียงความเข้าใจในกลไกของพลังงานล้วนๆ ดร.อีเลน่ามองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ความทรงจำบางอย่างจากอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัวสมองของผู้เป็นอาจารย์ ภาพของใครบางคนผู้เคยใช้ "ตรรกะ" ท้าทายกฎเกณฑ์ของเวทมนตร์โบราณเมื่อหลายปีก่อน... "น่าสนใจ..." อาจารย์สาวพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างยากจะคาดเดา "เธอทำให้ฉันเซอร์ไพรส์อีกแล้วนะ ไคล์" ไคล์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาโค้งตัวให้อาจารย์สาวด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย "ขอบคุณสำหรับคำชมครับอาจารย์ แต่ผมคิดว่าโรงเรียนควรจะลงทุนเปลี่ยนวัสดุนำมานาของห้องนี้ใหม่ได้แล้วนะครับ งบประมาณของภาควิชาน่าจะพอไหวอยู่มั้งครับ" บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศชวนอมยิ้มของคู่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและผ่อนคลายลงนั้นเอง จู่ๆ หน้าจอสีฟ้าโปร่งใสที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากไคล์ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเด็กหนุ่ม พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวสมองโดยตรง—เสียงที่เย็นเยียบและคมกริบเสียจนทำให้ขนลุกซู่ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างเวทมนตร์ระดับ SSS] [เป้าหมาย: "ผู้สืบทอดแห่งตรรกะที่ถูกลืม" ได้ทำการปลดล็อกรหัสผ่านชั้นที่สองสำเร็จ] [คำเตือนจากระบบ: ประตูมิติปิดตายในห้องใต้ดินชั้นใต้สุดกำลังเปิดออก... และมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน] ไคล์ที่กำลังจะหันไปเก็บอุปกรณ์ ชะงักค้างไปในทันที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่พื้นห้องเรียน ซึ่งจู่ๆ ก็มีรอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้น พร้อมกับไอหมอกเย็นยะเยือกที่พัดพาเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าขึ้นมาทักทาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกแห่งตรรกะและเวทมนตร์นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%