รสชาติของความล้มเหลวในทางตรรกศาสตร์... แท้จริงแล้วไม่ได้มีรสชาติขมปร่าอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ หากแต่มันคือความเย็นเฉียบราวกับเศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในกระแสประสาท
ไคล์ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีแดงฉานที่ยังคงกะพริบถี่รัวอยู่ตรงหน้าเปรียบเสมือนนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ รอยแยกมิติสีม่วงเข้มขนาดเท่าฝ่ามือที่กำลังฉีกขาดออกกลางอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับเสียงหวีดหิวของสิ่งมีชีวิตจากนอกห้วงสุญญากาศ แรงดันอากาศในห้องทดลองส่วนตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนแก้วหูอื้ออึง
*"คำเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมกำลังตอบสนองต่อคลื่นสมองของผู้ใช้... บุคคลปริศนาจากมิติปลายทางกำลังพยายามข้ามผ่านรอยแยก!"*
ตัวอักษรสีแดงเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อความแจ้งเตือนอีกต่อไป แต่มันคือความเป็นจริงอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา สติสัมปชัญญะของไคล์เริ่มพร่ามัว คลื่นสมองของเขาถูกดึงดูดเข้าสู่แรงโน้มถ่วงประหลาดที่ส่งตรงมาจากอีกฟากฝั่งของรอยแยกมิติ ราวกับมีมืออันมองไม่เห็นกำลังพยายามควานหาตัวตนของเขาจากห้วงมิติอื่น
"ยึดสติไว้ ไคล์!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางความมืด ดร.อีเลน่าไม่ได้ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น แววตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความเย็นชาและห่างเหินมาตลอด บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยพลังงานความร้อนระอุ รัศมีสีเงินยวดแผ่พุ่งออกมาจากร่างเพรียวบางของเธอจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
อาจารย์สาวก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเขาในพริบตาเดียว มือเรียวบางคว้าเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของเด็กหนุ่ม แรงบีบนั้นหนักหน่วงและมั่นคงเพียงพอที่จะดึงจิตวิญญาณของเขาให้หลุดพ้นจากการดึงดูดของมิติเบื้องหน้า
"อาจารย์..." ไคล์พยายามเปล่งเสียงออกไป แต่ลำคอกลับแห้งผากราวกับถูกโรยด้วยทราย
"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเล่นกับกฎเกณฑ์ที่เธอยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้" อีเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความดุดันและแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ไคล์ต้องกลืนน้ำลายลงคอ "ตรรกะที่เธอคิดว่ามันบิดเบือนได้น่ะ... แท้จริงแล้วมันเป็นแค่เศษเสี้ยวของกฎที่ถูกเขียนไว้โดยผู้ที่แข็งแกร่งกว่าต่างหาก"
ทันทีที่พูดจบ อีเลน่าก็สะบัดมือซ้ายออกไปเบื้องหน้า ม่านพลังงานสีฟ้าครามรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อนปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกังวานคล้ายระฆังโบราณ ม่านพลังนี้ทำหน้าที่เสมือนโล่กำบังขั้นสูงที่เข้าขัดขวางแรงดึงดูดของรอยแยกมิติสีม่วงเข้มเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะกันของพลังงานทั้งสองสายแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง หนังสือตำราเวทมนตร์นับร้อยเล่ม และอุปกรณ์ทดลองลอยเคว้งคว้างขึ้นกลางอากาศก่อนจะถูกแรงเหวี่ยงกระแทกจนแตกละเอียดเป็นผุยผง ไคล์ถูกแรงกระแทกซัดจนเซถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง แต่อีเลน่ากลับยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับเสาหินที่ไม่มีวันสั่นคลอน
ดวงตาสีเทาเข้มของอาจารย์สาวกวาดมองรอยแยกมิติที่กำลังขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไคล์ไม่เคยเห็นมาก่อนในคราบของอาจารย์ผู้เคร่งขรึมคนเดิม
"คิดจะใช้ช่องว่างนี้เพื่อแทรกซึมเข้ามางั้นเหรอ... น่าสมเพชสิ้นดี" อีเลน่าพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเธอนั้นเยือกเย็นเสียจนไคล์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
ร่างของอีเลน่าเริ่มเปล่งแสงสว่างวาบ เสื้อคลุมสีดำสนิทของเธอสะบัดพริ้วตามกระแสลมปราณที่ระเบิดออกมาจากร่าง ไคล์สังเกตเห็นอักขระเวทมนตร์โบราณนับพันตัวที่สลักอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณลำคอและข้อมือของเธอ มันกำลังสว่างวาบขึ้นทีละตัวๆ ราวกับรหัสลับที่ถูกปลดล็อกทีละชั้น
นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไปที่ใช้กันในโรงเรียน... นี่คือศาสตร์โบราณที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคสงครามมิติ
"ไคล์ ฟังฉันให้ดี" อีเลน่าเอ่ยโดยไม่หันกลับมามอง ดวงตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่รอยแยกมิติที่กำลังพยายามฉีกกระชากม่านพลังของเธอ "สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นี้ มันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการเปิดประตูที่พวกมันรอคอยมานานนับร้อยปี... ศัตรูที่อยู่เบื้องหลังความสูญหายของเพื่อนร่วมรุ่นของฉัน"
หัวใจของไคล์กระตุกวูบ ภาพความทรงจำเกี่ยวกับบันทึกเก่าๆ ที่เขาเคยแอบอ่านในห้องทำงานของเธอลอยเข้ามาในหัว ปมในใจที่อาจารย์สาวเก็บงำมาตลอดหลายปี แท้จริงแล้วมันเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ณ วินาทีนี้อย่างนั้นหรือ?
"ระบบ... ทำไมถึงไม่มีการเตือนเรื่องนี้ล่วงหน้า?" ไคล์กัดฟันถามระบบในหัวด้วยความคับแค้นใจ
*[แจ้งเตือนระบบ: ข้อมูลระดับความปลอดภัย SSS ถูกเข้ารหัสไว้โดยผู้สร้างระบบ... ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวในระดับปัจจุบัน]*
"โธ่เว้ย!" ไคล์สบถออกมาเบื้องล่าง เขาเป็นคนฉลาด เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในตรรกะและการคำนวณมาโดยตลอด แต่ในตอนนี้ เขากลับกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่ถูกชักใยโดยพลังที่เหนือกว่า
ทว่า ในขณะที่ไคล์กำลังรู้สึกไร้หนทาง อีเลน่าก็เคลื่อนไหว
อาจารย์สาวก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือเรียวทั้งสองข้างประสานกันเป็นรูปอักขระแปลกประหลาด ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องทดลองก็ราวกับถูกแช่แข็ง อุณหดูลดลงจนเกิดผลึกน้ำแข็งเกาะตามผนังและพื้นห้อง พลังงานเวทมนตร์มหาศาลถูกบีอัดให้อยู่ในรูปแบบของหอกแสงสีเงินบริสุทธิ์นับร้อยเล่มที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะของเธอ
"ในเมื่อพวกแกอยากรู้นักว่าประตูบานนี้เปิดออกไปที่ไหน..." อีเลน่าเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังใจกลางรอยแยกมิติ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าสวยคม "ฉันก็จะส่งของขวัญชิ้นพิเศษกลับไปให้พวกแกเอง"
"จงรับไป... หอกพิพากษาแห่งห้วงเวลา!"
สิ้นเสียงคำประกาศของอาจารย์สาว หอกแสงสีเงินนับร้อยเล่มก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกันด้วยความเร็วเหนือเสียง พวกมันพุ่งตรงเข้าหารอยแยกมิติสีม่วงเข้มอย่างแม่นยำ ราวกับมีดผ่าตัดที่คมกริบที่กำลังตัดผ่านเนื้อเยื่อที่เน่าเฟะ
*ตูมมมมม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาคารเรียนเวทมนตร์ แรงอัดมหาศาลทำให้กระจกหน้าต่างทุกบานแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ คลื่นพลังงานสีเงินและสีม่วงปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อมใจกลางห้องทดลอง ไคล์ต้องยกแขนขึ้นบังใบหน้าจากเศษซากปรักหักพังที่ปลิวว่อนไปทั่ว
ผ่านไปชั่วอึดใจที่ยาวนานราวกับชั่วนัปาล... ทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง
รอยแยกมิติสีม่วงเข้มที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ บัดนี้ถูกปิดตายสนิทด้วยแผ่นผนึกเวทมนตร์สีเงินยวดที่ส่องประกายระยิบระยับ ไคล์หอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นควัน
ดร.อีเลน่ายืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ร่างเพรียวบางนั้นจะเซถอยหลังเล็กน้อย ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด หยดเลือดสีแดงสดหยดลงจากมุมปากเรียวสวยลงสู่พื้นผิวคอนกรีต
"อาจารย์!" ไคล์ร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้มลง
สัมผัสจากร่างของอาจารย์สาวเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง พลังงานมหาศาลที่เธอปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้ได้สูบเอาเรี่ยวแรงและ生命力 (พลังชีวิต) ของเธอไปจนเกือบหมดสิ้น ทว่า แววตาสีเทาเข้มคู่นั้นยังคงมีความเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง
อีเลน่าหันมามองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังประคองเธออยู่ มุมปากของเธอแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ไคล์เคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน
"เด็กโง่..." อีเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอที่จะสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของไคล์ "เธอคิดจริงๆ หรือว่า... ลำพังตรรกะของเธอ จะสามารถแบกรับภาระของโลกใบนี้ไว้ได้ทั้งหมด?"
ไคล์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดและความอบอุ่นไหลทะลักเข้ามาปะปนกันอยู่ในอกจนจุกแน่น เขาไม่สามารถหาคำพูดใดมาแก้ตัวได้เลยแม้แต่คำเดียว
ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังเข้าปกคลุมบรรยากาศ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาคิดว่าสงบลงไปแล้ว ก็ดังขึ้นอีกครั้งในห้วงความคิด—แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่สีแดงเตือนภัยอีกต่อไป หากแต่เป็นหน้าต่างสีทองอร่ามที่ส่องสว่างเจิดจ้า
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการประสานคลื่นพลังงานระดับตำนานระหว่างผู้ใช้และ ดร.อีเลน่า]*
*[ภารกิจลับ: "พันธสัญญาแห่งผู้บิดเบือนกฎ" ถูกปลดล็อกสำเร็จ]*
*[รางวัลพิเศษ: ปลดล็อกความทรงจำที่ถูกผนึกของ ดร.อีเลน่า และสถานะความสัมพันธ์เลื่อนสู่ระดับ "สหายร่วมชะตากรรม"]*
*[คำเตือนจากระบบ: สิ่งที่พวกท่านเพิ่งทำลายไป เป็นเพียงแค่หน่วยลาดตระเวนหน้าด่าน... และในตอนนี้ พวกมันได้ระบุพิกัดที่ตั้งของพวกท่านเรียบร้อยแล้ว]*
ไคล์ชะงักง้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายปรากฏขึ้น
ก่อนที่เขาจะได้ทันวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินนอกห้องทดลอง เสียงเกราะเหล็กกระทบกันและเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยจิตสังหารกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกที...
พวกมันไม่ได้ถูกกำจัด... แต่พวกมันกำลังยกทัพมาเยือนต่างหาก!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับไคล์และอาจารย์อีเลน่าในตอนนี้นะครับ
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 21
การโต้ตอบของอีเลน่า
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!