"ยินดีต้อนรับการกลับมา... ลูกศิษย์ผู้ดื้อรั้นของฉัน"
เสียงนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาข้างหนึ่งที่เป็นสีขาวขุ่นไร้แววตา
ความเงียบงันภายในห้องวิจัยใต้ดินของหอคอยโบราณราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กลิ่นอายของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นไหม้เกรียมของแผ่นกระดาษเวทมนตร์ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไคล์ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าถือแท่งชนวนมานา ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนภาพของอาจารย์สาวผู้ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ดร. อีเลน่าไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย ทว่าแรงกดดันมหาศาลจากมานาในรัศมีรอบตัวเธอกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
"อาจารย์... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..." ไคล์เริ่มต้นแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ แต่ปลายนิ้วที่กำอุปกรณ์วัดค่าความหนาแน่นกลับสั่นไหวเล็กน้อย
"ไม่ต้องแก้ตัวหรอก ไคล์" ดร. อีเลน่าขัดขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ลมพัด ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตาข้างที่ปกติมองตรงมายังแผงวงจรเวทมนตร์ที่กำลังเรืองแสงสีม่วงเข้มบนโต๊ะทำงาน "เธอคิดจริงๆ หรือว่า การใช้สมการตรรกะเชิงเส้นตรงมาบีบอัดแก่นมานาธาตุความมืด จะไม่สร้างแรงสะท้อนกลับในระนาบที่สี่? ถ้าตะกอนมานาเมื่อครู่รั่วไหลออกไปอีกเพียงสามมิลลิวินาที หอคอยหลังนี้คงเหลือแค่ชื่อในประวัติศาสตร์"
ไคล์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าอาจารย์ไม่ได้พูดเกินจริง สมการที่เขาเขียนขึ้นบนกระดานชนวนไม่ได้อิงตามหลักเวทมนตร์ดั้งเดิมของสถาบัน แต่เป็นการผสมผสาน "ตรรกะเชิงคำนวณ" แบบโลกเก่าที่เขาคุ้นเคยเข้ากับโครงสร้างวงจรเวทของโลกใบนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จึงรวดเร็วและทรงพลังอย่างไร้ที่ติ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เปราะบางและไร้ซึ่งความปรานีหากคำนวณผิดพลาดแม้แต่ทศนิยมตำแหน่งเดียว
"ผมคำนวณอัตราการสลายตัวไว้หมดแล้วครับ... เวกเตอร์การไหลควรจะเสถียร" ไคล์แย้งเบาๆ พร้อมกับชี้ไปยังตัวเลขชุดหนึ่งที่เขียนด้วยชอล์กสีขาว
"คำนวณด้วยกระดาษและสมองของมนุษย์เหรอ?" อีเลน่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็น เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทดลอง กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณที่เธอใช้ปรุงยาประจำตัวลอยมาแตะจมูก "เวทมนตร์ไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่ตายตัว ไคล์ มันคือเจตจำนงที่ไหลIริน การที่เธอพยายามเอาชนะมันด้วยกฎเกณฑ์ที่แข็งกระด้าง ก็เหมือนกับการพยายามขังพายุไว้ในกรงแก้ว... สักวันหนึ่ง แก้วลูกนั้นจะบาดมือเธอเอง"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนผ่อนคลายลงทีละน้อย ความตึงเครียดถูกแทนที่ด้วยความเงียบอันคุ้นเคยของการเรียนการสอนที่มักจะจบลงด้วยการถกเถียงทางวิชาการ ไคล์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความพ่ายแพ้ในยกนี้โดยปริยาย เขาวางแท่งชนวนลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
"แล้วอาจารย์ลงมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้ครับ? หรือว่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสนามพลัง?" ไคล์เปลี่ยนเรื่อง พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ประจำตัวเพื่อลดความอึดอัด "ถ้าเป็นเรื่องนั้น ผมต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลานอนอันมีค่าของอาจารย์ แต่บอกตามตรงว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดลองครั้งนี้คุ้มค่าที่จะแลกกับการโดนบ่นแน่นอนครับ"
อีเลน่าหรี่ตามองลูกศิษย์ตัวแสบ เธอส่ายหัวช้าๆ อย่างจนปัญญา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างยากที่จะได้เห็น "เธอนี่มัน... ดื้อด้านไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ไคล์ ฉันไม่ได้มาเพราะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติธรรมดา แต่ฉันมาเพราะหอคอยฝั่งตะวันตกเพิ่งส่งสัญญาณเตือนระดับสีแดง... และแหล่งกำเนิดของความปั่นป่วนนั้น ก็มาจากห้องวิจัยใต้ดินห้องนี้นี่แหละ"
คำพูดของอีเลน่าทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของไคล์จางหายไปในทันที เขารู้จักระบบเตือนภัยของสถาบันดี ระดับสีแดงหมายถึงภัยพิบัติที่อาจทำลายล้างโครงสร้างเวทมนตร์ทั้งหมดในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร แต่ห้องวิจัยนี้ถูกป้องกันด้วยม่านพลังผนึกถึงสามชั้น เหตุใดความปั่นป่วนจึงรั่วไหลออกไปได้?
"เป็นไปไม่ได้ครับ..." ไคล์ขมวดคิ้วแน่น สมองของเขาเริ่มประมวลผลย้อนหลังถึงขั้นตอนการทดลองทั้งหมด "ผมตรวจสอบตัวกรองมานาแล้ว มันถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์แบบ หรือว่า..."
ก่อนที่ไคล์จะได้พูดจบประโยค อากาศภายในห้องวิจัยก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง แสงไฟจากคริสตัลมานาบนผนังกระพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีม่วงเรืองรองจากแผงวงจรบนโต๊ะ เสียง "หึ่ง" ที่ต่ำทุ้มดังขึ้นจากใจกลางโต๊ะทดลอง ราวกับมีบางสิ่งกำลังคำรามอยู่ใต้พื้นดิน
ดร. อีเลน่าหน้าเปลี่ยนสีทันที เธอคว้าแขนของไคล์แล้วดึงตัวเขากลับไปด้านหลังด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ "ถอยออกมา! นั่นไม่ใช่การทดลองพลาดธรรมดาแล้ว!"
รอยร้าวสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือโต๊ะทดลอง มันไม่ใช่รอยแยกของมิติเวทมนตร์ทั่วไป แต่เป็นความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งแสงสว่างและเสียงใดๆ แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งทะยานออกมาจากรอยร้าวนั้นราวกับปากของอสูรกายที่กำลังอ้ากว้างเพื่อกลืนกินทุกสิ่ง เอกสาร ตำรา และอุปกรณ์เวทมนตร์บนโต๊ะถูกดูดหายเข้าไปในความมืดมิดนั้นในพริบตา
"รูหนอน...!" ไคล์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมการที่เขาเขียนขึ้นไม่ได้แค่สร้างความปั่นป่วน แต่มันดันไปเปิดประตูเชื่อมต่อกับระนาบมิติที่ถูกลืม ซึ่งเป็นเขตต้องห้ามตามทฤษฎีควอนตัมเวทมนตร์
"เธอทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย ไคล์!" อีเลน่าตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของมิติที่กำลังฉีกขาด มือข้างหนึ่งของเธอสะบัดออกเบื้องหน้า เกิดเป็นม่านบาเรียสีทองอร่ามพยายามต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลเอาไว้ ทว่ารอยร้าวนั้นกลับขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมีขนาดเท่ากับประตูห้อง
ไคล์กัดฟันแน่น สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงสุด 1,000 รอบต่อวินาที ท่ามกลางสถานการณ์ความเป็นความตาย เขาตระหนักได้ทันทีว่าหากปล่อยให้รูหนอนนี้ขยายตัวต่อไป พลังงานทั้งหมดในหอคอยจะถูกดูดกลืน และอาจสร้างหายนะที่ลุกลามไปทั่วทั้งสถาบันเวทมนตร์
"อาจารย์ครับ! ช่วยตรึงบาเรียไว้ตรงนั้นอีกสสามสิบวินาที!" ไคล์ตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด ผิดวิสัยเด็กหนุ่มทั่วไป
"เธอจะทำอะไร ไคล์! มันอันตรายเกินไป!" อีเลน่าหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ผมจะปิดมันด้วยมือของผมเอง!"
ไคล์ไม่รอช้า เขากระโจนเข้าหาโต๊ะทดลองที่กำลังจะถูกดูดกลืน มือทั้งสองข้างคว้าแท่งชนวนมานาและแผ่นแร่โลหะผสมที่สลักวงจรตรรกะ เขาต้องย้อนกระบวนการคำนวณทั้งหมดเพื่อสร้าง "รหัสทำลายล้าง" ส่งเข้าไปในใจกลางรูหนอน เพื่อบังคับให้มันยุบตัวกลับสู่สภาพเดิม
แรงดึงดูดมหาศาลฉีกกระชากเสื้อผ้าและผิวหนังของเขาจนเกิดรอยแผลถลอก เลือดสีแดงสดไหลรินจากขมับ ทว่าไคล์กลับไม่สนใจความเจ็บปวดนั้น สายตาของเขามุ่งมั่นอยู่เพียงที่ตัวเลขและสัญลักษณ์บนแผ่นโลหะ นิ้วมือเรียวยาวกดลงบนจุดเชื่อมต่อมานาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความแม่นยำราศัลยแพทย์
"คำนวณ... ย้อนกลับ... ห้า... สี่... สาม..."
ไคล์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาขาดหายไปในเสียงคำรามกึกก้องของมิติที่บิดเบี้ยว รูหนอนเบื้องหน้าขยายใหญ่จนแทบจะกลืนร่างของเขาทั้งตัว แสงสว่างสีขาวโพลนสาดส่องออกมาจากใจกลางความมืดมิด ราวกับมีดวงตาคู่ยักษ์กำลังจ้องมองทะลุผ่านความว่างเปล่ามายังตัวเขา
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่นิ้วสุดท้ายจะกดลงบนสวิตช์ปิดตายระบบ เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นในหัวของไคล์ พร้อมกับข้อความแสงสีทองที่สว่างวาบตัดผ่านความมืด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการใช้งาน "ตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต" ในสภาวะวิกฤตระดับ SSS]
[ระบบกำลังประเมินผลการทดลอง: ความล้มเหลวที่งดงามกำลังจะเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของกฎเกณฑ์ใหม่...]
[คำเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมกำลังตอบสนองต่อคลื่นสมองของผู้ใช้... บุคคลปริศนาจากมิติปลายทางกำลังพยายามข้ามผ่านรอยแยก!]
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของไคล์และดร.อีเลน่าในตอนนี้นะครับ
บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต•ตอนที่ 20
ความล้มเหลวที่งดงาม
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกวิชาตรรกะที่บิดเบือนกฎแห่งชะตาชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!