"ถ้าคิดว่าการฉีกสัญญาฝึกงานกลางคันแล้วไล่เด็กพาร์ทไทม์ออกด้วยข้อหา 'ขโมยของ' จะทำให้บริษัทเน่าๆ ของพวกคุณรอดพ้นจากคดีทุจริตยักยอกงบสามสิบล้านได้... ก็ลองเซ็นชื่ออนุมัติเอกสารฉบับนี้ดูสิคะ"
น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัท 'ไบรท์มีเดีย กรุ๊ป' ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดัง *เคร้ง* สร้างความสะดุ้งสะเทือนให้แก่คณะกรรมการบริหารที่นั่งหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
มินนี่กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง มือเรียวเล็กที่เพิ่งถูก รปภ. กระชากลากถูเมื่อสิบนาที
ก่อนยังคงสั่นเทา เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนบังร่างเธอไว้จากสายตารังเกียจเดียดฉันท์ของคนนับสิบ... เขาคือคินน์ ผู้ชายที่เธอเคยแบ่งขนมปังห่อละส็บบาทกินด้วยกันในห้องเช่ารูหนูเมื่อสามเดือนก่อน ผู้ชายที่ตอนนี้ สวมนาฬิกา Patek Philippe เรือนเดียวก็ซื้อตึกทั้งตึกนี้ได้ทั้งยวง!
"คะ... คุณคินน์! คุณพูดเรื่องอะไรกันครับ บริษัทเราเป็นบริษัทมหาชนนะ จะมากล่าวหาลอยๆ ว่ายักยอกงบได้ยังไง!"
ประธานกรรมการบริหารวัยกลางคนผู้ไว้หนวดเคราเนี๊ยบเอ่ยเสียงสั่นเครือ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้จะพยายามตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความกลัว แต่กระดาษรายงานการตรวจสอบบัญชีที่กองอยู่ตรงหน้ากลับสั่นระริกตามแรงมือ
คินน์ไม่แม้แต่จะชายตาแล เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูท ชำเลืองมองร่างเล็กของมินนี่ที่ขอบตาแดงก่ำแต่ยังพยายามยืนหยัดเคียงข้างเขาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหันกลับมาจ้องไอ้สารเลวที่กล้าตบโต๊ะไล่มินนี่เมื่อครู่จนมันต้องรีบหดหัว
"กล่าวหาลอยๆ งั้นเหรอคะ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นแต่กลับทรงอำนาจจนทุกคนในห้องแทบไม่กล้าหายใจแรง "บัญชีลับที่เกาะมาเก๊า, ชื่อภรรยาเก็บของคุณที่ถือหุ้นลมสามสิบเปอร์เซ็นต์, และหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลูกชายคุณเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา... แบบนี้เขาเรียกว่าหลักฐานมัดตัวแน่นจนดิ้นไม่หลุดต่างหากล่ะครับท่านประธาน"
"นะ... นี่นาย! นายเป็นใครกันแน่ ถึงมีข้อมูลพวกนี้ได้!"
กรรมการฝ่ายกฎหมายหน้าถอดสี ลุกขึ้นชี้หน้าด้วยความตื่นตระหนก
คินน์ค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับออกมาวางทาบลงบนโต๊ะ... บัตรเครดิตอภิสิทธิ์สูงสุดที่ออกให้โดยธนาคารกลางระดับโลก ใบเดียวกับที่ใช้ซื้อกิจการข้ามชาติได้ในพริบตา
"ฉันเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป 'ไบรท์มีเดีย กรุ๊ป' แห่งนี้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้ชื่อจดทะเบียนทำธุรกิจอีกต่อไปแล้วค่ะ" คินน์หันไปพยักหน้าให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์ด้านหลัง
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของประธานกรรมการแผดเสียงดังลั่นขึ้นพร้อมกันทุกเครื่อง เลขานุการหน้าห้องวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาด้วยอาการสติหลุด
"ทะ... ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ! ธนาคารหลักระงับวงเงินกู้ทั้งหมดทันที! ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย SP ระงับการซื้อขายหุ้นกะทันหัน! และ... และมีคำสั่งจากศาลแพ่งอนุมัติอายัดทรัพย์สินของบริษัททั้งหมดแล้วค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงานนั้น ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ บรรดาผู้บริหารที่เคยนั่งเชิดหน้าชูตาต่างเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น บางคนถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความสิ้นหวัง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเด็กฝึกงานพาร์ทไทม์ที่พวกเขาจงใจกลั่นแกล้งและไล่ออกเพื่อปัดความผิดเรื่องงบดุล จะมีเบื้องหลังเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ!
มินนี่อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองแผ่นหลังของคินน์สลับกับท่าทีหวาดกลัวราวกับเห็นผีของพวกผู้บริหาร หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาโอบกอดความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดที่เธอเพิ่งได้รับไปจนมลายหายสิ้น
คินน์ไม่สนใจเสียงโหยหวนรอบกาย เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง เอื้อมมือหนามาอบกุมมือเรียวที่ยังคงเย็นเฉียบของมินนี่ไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่ดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่จ้องมองเธอราวกับเธอคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล
"เจ็บมากไหมคะคนดี..." เสียงทุ้มนุ่มเอמהกระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นละมุนละไมราวกับเวทมนตร์ที่ลบเลือนความหวาดกลัวในใจมินนี่จนหมดสิ้น
"คินน์... นี่คุณ..." มินนี่เม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ "ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ ฉัน... ฉันแค่นักศึกษาฝึกงานธรรมดาเองนะ"
"ธรรมดาที่ไหนกันคะ" คินน์ยิ้มมุมปาก นิ้วเรียี่ยเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มใสให้อย่างเบามือ "สำหรับฉันแล้ว... คนที่กล้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องความถูกต้อง และคนเดียวที่อยู่ข้างฉันในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย... มีค่ามากกว่าบริษัทขยะพวกนี้ล้านเท่าค่ะ"
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงคร่ำครวญของผู้บริหารที่กำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งสองคนยืนสบตากันราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
ทว่า ในจังหวะที่มินนี่กำลังจะเอ่ยปากตอบรับความรู้สึกที่เอ่อล้นในอก เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคินน์ก็ดังขึ้นตัดบรรยากาศ
*ติ๊ง!*
คินน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปัดหน้าจออ่านเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับพลันเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดดุดันขึ้นมาทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมินนี่สัมผัสได้
ภาพบนหน้าจอคือภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของมินนี่... และร่างของใครบางคนกำลังยืนเคาะประตูห้องเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังเลนส์กล้องอย่างท้าทาย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตบหน้าพวกปากดีไปด้วยกันกับ "เมล่อนโซดา" ในตอนนี้นะคะ
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 23
ใครรังแกเธอ... คนนั้นต้องตาย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!