เศษแก้วจากถาดกาแฟที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นกระเบื้องแกรนิต สะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนของห้องพักพนักงานบริษัทเคเค กรุ๊ป จนระยิบระยับบาดตา แต่สิ่งที่บาดลึยิ่งกว่าคือรอยแดงเป็นปื้นบนแก้มข้างซ้ายของมินนี่ หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มลู่ลงปรกใบหน้าเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า มือเรียวบางสั่นเทาขณะพยายามก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกละเอียด ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางของกลุ่มพนักงานอาวุโสที่ยืนล้อมวงอยู่
"อุ๊ย ตายจริง! มือไม้อ่อนหรือจ๊ะแม่สาวพาร์ทไทม์ ถึงได้ทำกาแฟหกใส่เอกสารสำคัญของท่านรองฯ แบบนี้" เสียงแหลมสูงของ "วิภา" หัวหน้าแผนกบุคคลดังแหวกลงมา พร้อมกับใช้ปลายรองเท้าส้นสูงเหยียบซ้ำลงบนกระดาษรายงานที่เปื้อนคราบกาแฟสีดำสนิท "คิดเหรอว่าเกาะชายผ้าท่านประธานคนใหม่แล้ว จะทำตัวกร่างยังไงก็ได้ในบริษัทนี้?"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ พี่วิภาเอกสารนี่มัน..." มินนี่พยายามจะอธิบายเสียงสั่นเครือ ความน้อยเนื้อต่ำใจแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบ แรงกระชากจากมือของวิภาก็ทำให้ร่างบางเซถลาเกือบล้มคว่ำ
"เงียบปากไปซะ! นังสตอเบอร์รี่! วันๆ ดีแต่ทำตัวเป็นกาฝากคอยเกาะแกะท่านประธานคินน์ลับหลังคนอื่น คิดว่าพวกฉันไม่รู้เหรอว่าเธอแอบขึ้นไปบนเพนต์เฮาส์ชั้นบนทำไม?" วิภาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ง้างมือขึ้นหมายจะตบซ้ำลงบนใบหน้าหวานอีกครั้งเพื่อประกาศศักดาให้ทุกคนในแผนกได้เห็นว่าใครคือนายใหญ่ที่แท้จริง
*เพี๊ยะ!*
ทว่า เสียงที่ดังขึ้นกลับไม่ใช่เสียงเนื้อกระทบเนื้อของฝ่ามือวิภา แต่เป็นเสียงเปิดประตูห้องพักพนักงานที่ถูกผลกระแทกอย่างแรงจนกระแทกผนังปูนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
แรงปะทะจากบานประตูทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว วิภาชะงักค้างมือที่กำลังเง้าง้าง หันขวับไปมองด้วยความโมโหก่อนจะอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาครีมสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในห้อง ออร่าความเยือกเย็น ดุดัน และทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ
ดวงตาคมกริบของ "คินน์" กวาดมองสภาพห้องพักพนักงานที่มีมินนี่คุกเข่าอยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษแก้วและคราบกาแฟ ก่อนที่สายตานั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่รอยแดงเป็นปื้นบนแก้มข้างซ้ายของหญิงสาว
วินาทีนั้น... อุณหภูมิภายในห้องราวกับติดลบลงสิบองศาทันที
ระบบเสียงแจ้งเตือนในหัวของคินน์ดังขึ้นรัวเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต แต่วินาทีนี้เขากลับไม่สนใจเสียงแจ้งเตือนผลกำไรแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวระดับมหันตภัยกำลังแผดเผาขั้วหัวใจของอดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เคยถูกเหยียบย่ำ แต่บัดนี้เขาคือนายใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของทุกคน ณ ที่นี้
"ท่าน... ท่านประธานคินน์!" วิภารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบประแจงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "คุณมาทำอะไรที่ห้องพักพนักงานเหรอคะเนี่ย พอดีเลยค่ะ ผู้หญิงคนนี้ทำงานสะเพร่าแถมยัง..."
"หุบปาก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนน่ากลัวถูกเปล่งออกมาเพียงสองคำ แต่มันกลับทำให้วิภากลืนคำพูดที่เหลือลงคอแทบไม่ทัน คินน์ไม่ได้ชายตามองหัวหน้าแผนกบุคคลแม้แต่น้อย ขายาวก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหยุดยืนคุกเข่าลงข้างกายมินนี่ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานนับสิบชีวิตในห้องนั้น
มือหนาอุ่นจัดเอื้อมไปประคองใบหน้าเรียวเล็กของมินนี่ขึ้นมาอย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยรอยแดงบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ผิวบอบบางจะช้ำคราบน้ำตาที่เปื้อนแก้มใสทำให้หัวใจของคินน์ปวดร้าวราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ
"เจ็บมากไหม..." เสียงที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาเมื่อครู่ กลับอ่อนโยนลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่ค้าทางธุรกิจอย่างเยือกเย็น ตอนนี้กลับฉายแววเจ็บปวดและคลั่งรักจนปิดไม่มิด
มินนี่ส่ายหัวช้าๆ หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้ม "ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะคุณคินน์ แค่นี้เอง..."
"เธอไม่มีทาง 'ไม่เป็นไร' ถ้าคนทำยังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้"
คินน์ค่อยๆ พยุงมินนี่ให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมทั้งถอดเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาหลักล้านของตนเองมาคลุมไหล่บางไว้เพื่อปกป้อง ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มพนักงานที่ยืนตัวสั่นงกด้วยความหวาดกลัว รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงจนวิภาและพนักงานคนอื่นๆ ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"วิภาใช่ไหม?" คินน์เอ่ยชื่อหัวหน้าแผนกบุคคลด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่าขนพองสยองเกล้า
"ค่ะ... ท่านประธาน มีอะไรให้ดิฉันรับใช้..." วิภาฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความกลัว แม้ขาจะเริ่มสั่นพับๆ
"ในฐานะประธานบริษัทคนใหม่ ฉันมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารจัดการบุคคลากร..." คินน์ยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนแขนเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคพิพากษาที่ทำเอาทุกคนหน้าซีดเผือด "และตอนนี้ ฉันขอประกาศไล่คุณออก จากข้อหาทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน และกลั่นแกล้งพนักงานโดยใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ"
"มะ... ไล่ออกเหรอคะ! ท่านประธานจะไล่ดิฉันออกเพราะอีนี่เนี่ยนะวะ..." วิภาโพล่งออกมาด้วยความลืมตัว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ท่านประธานอย่ามาทำเป็นหูเบaะนะคะ ยัยนี่มันก็แค่เด็กเส้นที่ท่านเอาขึ้นเตียง..."
*แควก!*
ยังไม่ทันที่วิภาจะพูดจบประโยค ประตูห้องพักพนักงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของ "ท่านรองประธาน" ผู้ทรงอิทธิพลประจำบริษัทที่เดินหน้าซีดเผือดเข้ามา พร้อมกับถือแท็บเล็ตในมือสั่นระริก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" รองประธานละล่ำละลักรายงานด้วยความตื่นตระหนก "หุ้นของเคเค กรุ๊ป กำลังร่วงกวาดล้างตลาดแบบดิ่งเหว นักลงทุนรายใหญ่สามรายในโปรเจกต์ใหญ่ประกาศถอนทุนออกทันที พร้อมกับส่งจดหมายแจ้งเตือนว่า... ถ้าเราไม่จัดการคนที่รังแก 'คุณมินนี่' ให้พ้นจากบริษัทภายในห้ามนทีนี้ พวกเขาจะฟ้องล้มละลายบริษัทเราทันทีครับ!"
สิ้นคำประกาศนั้น ทุกคนในห้องต่างหันขวับไปมองมินนี่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความตกใจระคนหวาดผวาฉายชัดบนใบหน้าของวิภาและพนักงานทุกคนที่เคยร่วมกันรังแกเธอ
มินนี่เบิกตากว้างอย่างงุนงง เธอหันไปมองหน้าคินน์ที่ยังคงยืนนิ่งสงบ ราวกับว่ามหาสมุทรที่กำลังปั่นป่วนตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่นสนุกในกำมือของเขา
คินน์เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองวิภาที่ตอนนี้เข่าทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เขาจะควักการ์ดสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น พร้อมกับกดโทรศัพท์หาเลขาคนสนิทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"จัดการกว้านซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของเคเค กรุ๊ป ให้เสร็จภายในสามนาทีนี้..."
คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองวิภาที่กำลังอ้าปากค้างน้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
"และส่งหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและทำร้ายร่างกาย ไปยังทุกคนที่แตะต้องตัวผู้หญิงของผมให้ครบทุกคดี... ไม่ต้องมีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตบหน้าพวกปากดีไปด้วยกันกับ "เมล่อนโซดา" ในตอนนี้นะคะ
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 22
มินนี่ถูกรังแก
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!