"ถ้าเอกสารฉบับนี้ไม่มีลายเซ็นรับรองจากฉัน พะแนงกุ้งจานนี้กับเศษกระดาษพวกนี้ก็มีค่าเท่ากับขยะเปียกในถังนั่นแหละค่ะคุณปกรณ์!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นสะเทือนไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัทคริสตัลมีเดีย แรงปะทะของฝ่ามือเรียวบางที่ฟาดลงบนพื้นไม้มะฮอกกานีราคาแพงทำให้แก้วกาแฟเซรามิกสั่นระริก ของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย ปกรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้มีพุงพลุ้ยและใบหน้ามันเยิ้มจากการกินอิ่มนอนหลับบนหยาดเหงื่อของพนักงาน สะดุ้งโหยงจนเกือบตกเก้าอี้
เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความดูแคลน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนาหยักลึก
"อุ๊ยตาย! นี่มันเด็กฝึกงานที่เพิ่งพ้นโปรไม่ใช่เหรอจ๊ะน้องมินนี่? ปากคอเราะร้ายไม่เบานี่หนา คิดว่าเกาะแขนไอน้องคินน์แล้วจะใหญ่ค้ำฟ้ามาไล่ตะردฉันออกจากห้องนี้ได้งั้นเหรอ? ฝันกลางวันไปหน่อยหรือเปล่า... บริษัทนี้ฉันถือหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์นะยะ พวกเธอสองคนมันก็แค่เศษสวะที่ฉันจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!"
คำพูดเหยียดหยามพ่นออกมาจากปากของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลในบอร์ดบริหาร เสียงหัวeเยาะเย้ยถากถางดังระงมไปทั่วจากบรรดาผู้บริหารระดับสูงที่นั่งล้อมรอบ พวกเขาต่างสวมสูทราคาแพงแต่จิตใจสกปรกเน่าเฟะ พร้อมใจกันมองดูความพินาศของสองหนุ่มสาวด้วยสายตาสมเพชเวทนา
มินนี่เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด มือเล็กๆ ที่กำชายเสื้อกันหนาวตัวเก่าของคินน์สั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันมหาศาลจากคนนับสิบที่จ้องมองมาเปรียบเสมือนก้อนหินยักษ์ที่กดทับลงบนอก แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและไฟแค้นที่ลุกโชน
เธอยังจำวันที่คินน์ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องกระเด็นออกจากบริษัทนี้ในสภาพที่เนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำและคราบน้ำตา วันนั้นปกรณ์เป็นคนผลักเขาลงไปกองกับพื้น ยึดผลงานนวัตกรรมชิ้นเอกไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย และหัวเราะเยาะเย้ยในความยากจนข้นแค้น
แต่วันนี้... วันนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"เศษสวะงั้นเหรอคะ?"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบดังขึ้นจากด้านหลัง มินนี่รู้สึกถึงอุณหภูมิอุ่นๆ จากฝ่ามือใหญ่ที่วางทาบลงบนไหล่บางเพื่อถ่ายทอดความมั่นคง คินน์ก้าวออกมาจากเงาสลัวใกล้หน้าต่าง แสงแดดยามบ่ายสะท้อนกรอบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองปกรณ์ราวกับสัตว์ป่ากำลังมองเหยื่อในกำมือ
ชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีราคาหลักแสนที่สวมอยู่ขับเน้นให้รูปร่างสูงสง่าดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นกอง กลิ่นอายความกดดันระดับซูเปอร์ซีอีโอแผ่ซ่านปกคลุมห้องประชุมจนแทบหายใจไม่ออก บรรดาผู้บริหารที่เคยส่งเสียงหัวเราะเยาะเมื่อครู่ต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... แกไอ้คินน์! แกกล้าดียังไงกลับเข้ามาเหยียบที่นี่ รปภ.! รปภ. อยู่ไหนวะ ลากไอ้ตกงานนี่ออกไป!" ปกรณ์แผדเสียงลั่นด้วยความตกใจปนหวาดระแวง แม้ปากจะตะโกนโวยวาย แต่ร่างกายกลับถอยกรูดไปจนติดพนักเก้าอี้
ไม่มีเสียงฝีเท้าของรปภ. ตอบรับ... มีเพียงเสียงหัวeในลำคอเบาๆ ของคินน์ที่ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก
คินน์ควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบการ์ดสีดำสนิททำจากวัสดุไทเทเนียมบริสุทธิ์สะท้อนประกายแสงวิบวับออกมา มันคือ 'The Black Infinite Card' บัตรเครดิตระดับตำนานที่จำกัดยอดใช้จ่ายไว้ที่อนันต์ และมีเพียงมหาเศรษฐีติดอันดับท็อปเท็นของโลกเท่านั้นที่จะถือครองได้
เขายังคงนึกถึงเสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับในหัวที่ดังขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามกดขี่ข่มเหงจากเศษสวะทุนนิยม ระบบอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพื่อ 'ซื้อความยุติธรรม' จำนวน 5,000 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีหลักเรียบร้อยแล้วครับนายท่าน!]
มุมปากของคินน์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังจะพิพากษาบาป
"รปภ. งั้นเหรอคะคุณปกรณ์?" มินนี่เชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "น่าเสียดายจังนะคะที่ตอนนี้... ตึกคริสตัลมีเดียแห่งนี้ รวมทั้งที่ดินรอบข้างอีกสามร้อยไร่ กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเราตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้วเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับป่าช้า ทุกคนเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ปกรณ์หน้าซีดเผือดราวกับคนป่วยใกล้ตาย สติสตางค์หลุดลอยไปชั่วขณะ
"มะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไง! บริษัทนี้มูลค่าเป็นพันล้าน พวกแกมันแค่เด็กจนๆ สองคน จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ!" ปกรณ์แผดเสียงกรีดร้องสติแตก พยายามปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายที่อยู่ตรงหน้า
คินน์ไม่ตอบคำถามโง่ๆ นั้น เขาเพียงแต่ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมช้าๆ วางบัตรไทเทเนียมสีดำสนิทลงบนเอกสารสิทธิ์ขาดของบริษัท เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดัง 'กริ๊ง' เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคน
"เงินซื้อความยุติธรรมไม่ได้หรอกครับ... ถ้าเงินมันยังไม่มากพอ" คินน์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มแต่ชัดเจนทุกพยางค์ "แต่สำหรับผม เงินจำนวนห้าพันล้านบาทนี้... มากพอที่จะซื้อทั้งบริษัท ซื้อปากเน่าๆ ของคุณ และซื้อแม้กระทั่งอนาคตทั้งหมดในชีวิตของคุณให้กลายเป็นศูนย์ในพริบตาเดียว"
ปกรณ์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี เนื้อตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า อำนาจ บารมี และเงินทองที่เขาเคยใช้เหยียบย่ำคนอื่นมาตลอดชีวิต ได้มลายหายไปจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่ถึงนาที
มินธี่ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นทะลักอก ความขมขื่นและความอยุติธรรมที่เธอและคินน์ต้องอดทนอดกลั้นมานานนับปีได้รับการชำระสะสางจนหมดสิ้นในค่ำคืนนี้ และเธอก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความบันเทิงระดับบล็อกบัสเตอร์เท่านั้น
ขณะที่คินน์กำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นเพื่อสั่งการให้ทีมทนายความเข้ายึดทรัพย์สินทั้งหมดของปกรณ์ ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับเดินนํ้าตานองหน้าเข้ามา พร้อมกับชายวัยชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเงินที่ก้าวตามหลังมาติดๆ
"พี่คินน์คะ! หยุดนะ!" เสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนนั้นทำให้คินน์ต้องชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งงัน
ดวงตาของคินน์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน... เธอนั่นเอง คู่หมั้นเก่าผู้หักหลังเขาในวันที่ตกอับที่สุดเพื่อไปแต่งงานกับทายาทเศรษฐีพันล้าน และตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ต่อหน้าเขาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความหวังอันริบหรี่
"คุณหนูไฮโซตระกูลดังผู้เคยทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดี... กลับมาหาผมทำไมกันล่ะครับ?" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น
"พี่คินน์... ช่วยพ่อด้วยนะคะ! บริษัทของพ่อกำลังจะถูกพี่ฮุบซื้อ..." เธอน้ำตาคลอเบ้า ก้าวเข้าไปหมายจะคว้าแขนเขาเหมือนเช่นอดีต
แต่มินนี่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้ได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบที่มุมปาก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มา ณ ที่นี้นะคะ
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 14
เงินคือพระเจ้า
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!