เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 5

บริษัทเก่าต้องสั่นสะเทือน

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
"ตรวจสอบเอกสารบัญชีสำี่ยงเลี่ยงภาษีและเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปีให้ละเอียดค่ะท่านสารวัตร! ทุกตารางนิ้วของบริษัทนี้ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด!" เสียงประกาศกร้าวของเจ้าหน้าที่ ปปง. หญิงดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงต้อนรับของ 'โกลบอล เทคโนโลยี' บริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคินน์จนไม่เหลือชิ้นดี ภาพของพนักงานระดับสูงและผู้บริหารที่เคยเชิดหน้าชูตา ตอนนี้ต่างหน้าซีดเผือก ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ บางคนทรุดฮวบนั่งกองกับพื้นพรมราคาแพงระยับอย่างไร้มาด ขณะที่เอกสารลับ กองโตถูกเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบทยอยยึดอายัดทีละแฟ้มทีละลังอย่างเป็นระบบ มินนี่ที่ยืนกุมมือคินน์ไว้แน่น แอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นเต้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับยามมองภาพความพินาศตรงหน้า เธอกระชับเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งของคินน์แน่นขึ้นอีกนิด ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นและความภักดีทั้งหมดที่มีให้ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของที่นี่ไว้ในกำมือ "คุณคินน์คะ..." เสียงหวานเอ่ยกระซิบเบาๆ ริมหูของเขา "พวกเขากำลังมองมาที่เรากันหมดแล้วค่ะ" คินน์ไม่ได้หันไปมองมินนี่ทันที สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ดุจผืนน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ส้นรองเท้าหนังแท้ขัดมันเงาวับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นหินอ่อนสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก เปรี้ยง! เสียงประตูห้องกระจกนิรภัยชั้นผู้บริหารเปิดกระแทกอย่างแรงจนแทบหลุดจากวงกบ ร่างท้วมของ 'ประธานกิตติ' อดีตเจ้านายผู้เคยเซ็นใบไล่ออกใส่หน้าคินน์ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก้าวออกมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เสื้อสูทราคาแพงยับยู่ยี่เนคไทหลุดลุ่ยไม่เหลือคราบนักบริหารมือทอง "นะ... นี่มันหมายความว่ายังไง!" กิตติแผดเสียงลั่น พยายามพยุงร่างอ้วนท้วมของตัวเองให้ทรงตัวได้ ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของคินน์ที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ สมองของเขาก็แทบหยุดทำงาน "แก! ไอ้คินน์! แกเข้ามาในนี้ได้ยังไงวะ! รปภ.! ใครก็ได้ลากคอมมันออกไป!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวในชั่วพริบตา พนักงานทุกคนต่างหันขวับมามองต้นเสียง รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยมีให้คินน์ในอดีตถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวและคำถามนับร้อยในหัว คินน์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้อสูทร้านตัดเย็บชื่อดังระดับโลก ก่อนจะปรายตามองอดีตเจ้านายราวกับมองเศษฝุ่นผงใต้รองเท้า "ไล่ออกเหรอครับ... อ้อ ไม่สิ ตอนนั้นคุณใช้คำว่า 'ไสหัวออกไป' ต่างหากล่ะครับ ท่านประธานกิตติ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเฉียบคมบาดลึกบาดใจดังขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ "น่าเสียดายนะครับ ที่วันนี้ผมไม่ได้มาในฐานะ 'ลูกจ้างต๊อกต๋อย' ที่คุณจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้" กิตติหน้าถอดสี รีบกวาดตามองชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของคินน์และกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ยืนล้อมรอบตัวชายหนุ่มราวกับบอดี้การ์ดส่วนตัว ความตื่นตระหนกแล่นพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ สมองเริ่มประมวลผลถึงความเป็นไปได้ที่น่าสะพรึงกลัว "แก... แกทำอะไรบริษัทของฉัน! ไอ้สวะอย่างแกไม่มีทาง..." "ไม่มีทางทำอะไรได้นอกจากก้มหน้ารับกรรมใช่ไหมครับ?" คินน์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เขาสบตากับกิตติโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "น่าเสียดายที่โลกใบนี้หมุนเร็วกว่าที่คุณคิด สามปีที่คุณกดขี่ข่มเหงและโกงเงินบริษัทเพื่อไปปรนเปรอเมียน้อย มันหมดเวลาสนุกแล้วล่ะครับ" "คุณคินน์คะ..." มินนี่กระตุกชายเสื้อของเขาเบาๆ พร้อมส่งสายตาเตือนสติ แม้เธอจะสะใจไม่แพ้กัน แต่สถานการณ์รอบตัวเริ่มมีผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ เดินเข้ามามุงดูด้วยสีหน้าเอาเรื่อง กิตติกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขาชี้หน้าคินน์ด้วยมือที่สั่นเทา "แกมันก็แค่เด็กเส้นกะโหลกะลา! ต่อให้บริษัทกำลังโดนตรวจสอบ แกก็ไม่มีปัญญาซื้อหรอกโกลบอล เทคโนโลยีมีมูลค่าเป็นหมื่นล้าน! ฝันไปเถอะไอ้..." ยังไม่ทันที่กิตติจะพ่นคำดูถูกเหียดหยามจบ เสียงกริ๊งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของทนายความประจำบริษัทก็ดังแทรกขึ้นมา ทนายความวัยกลางคนผู้ถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้รีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ ขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น "ทะ... ท่านประธานครับ..." เสียงของทนายความสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "หุ้น... หุ้นของเราในตลาดหลักทรัพย์..." "หุ้นทำไมวะ! บอกมาสิโว้ย!" กิตติหันไปตะคอกใส่ทนายด้วยความโมโห "ถูก... ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบนาทีครับ!" ทนายความกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้าคินน์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับเห็นปีศาจ "ตอนนี้... ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่และเจ้าของกรรมสิทธิ์แท้จริงของโกลบอล เทคโนโลยี ได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ..." บรรยากาศในโถงต้อนรับเงียบกริบลงทันที เสียงลมหายใจของทุกคนแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทุกสายตาต่างเบนกลับมามองคินน์เป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน คินน์แย้มยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความสะใจอย่างแท้จริง เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากชิปสีทองอร่ามออกAมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียวยาว "ยินดีต้อนรับสู่ 'บริษัทใหม่' ของผมนะครับ... อดีตท่านประธาน" คินน์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ กิตติเบิกตาโพลง อ้าปากค้างจนแทบกรามค้าง สมองหยุดทำงานสนิทเมื่อเห็นบัตรเครดิตในมือของคินน์—บัตรโลหะไร้วงเงินที่ใช้ได้เฉพาะมหาเศรษฐีระดับท็อปเทนของโลกเท่านั้น! "เป็นไปไม่ได้..." กิตติพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เข่าอ่อนยวบจนต้องเอื้อมมือไปคว้าจับเคาน์เตอร์ต้อนรับไว้เพื่อพยุงร่าง มินนี่อมยิ้มกริ่มอย่างหมั่นไส้ เธอแอบขยับเข้าไปใกล้คินน์อีกนิด จนไหล่แนบชิดกัน ความอบอุ่นจากกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ทำให้เธอรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากที่ผ่านมาทั้งหมด... มันคุ้มค่าเหลือเกินแล้ว คินน์ไม่ได้สนใจอดีตเจ้านายที่กำลังจะล้มละลายอีกต่อไป เขาสบตากับมินนี่ด้วยสายตากรุ้มกริ่มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "กลับบ้านกันเถอะครับ คุณเลขาฯ คนเก่ง... ผมยังมี 'สัญญาใจ' อีกฉบับที่ต้องเคลียร์กับคุณยาวๆ ทั้งคืนเลยนะ" มินนี่หน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู เธอค้อนใส่เขาเบาๆ วงหน้าหวานงุดลงซบกับไหล่กว้างเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอาย ท่ามกลางเสียงโวยวายและเสียงร้องคร่ำครวญของเหล่าผู้บริหารที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัว ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงเอะอะโ니โยกนั้นเอง จู่ๆ ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่ควรจะใช้งานไม่ได้เพราะระบบถูกอล็อกโดย ปปง. กลับส่งเสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้นอย่างกะทันหัน! ประตูโลหะสีเงินค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมชั้น ำ แว่นตากันแดดสีชาถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมปลาบที่จ้องตรงมาที่คินน์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เซอร์ไพรส์ค่ะคุณสามี... ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะใจร้อนซื้อบริษัทขยะนี่ทิ้ง ก่อนที่เราจะหย่ากันอย่างเป็นทางการเสียอีก!" หัวใจของมินนี่กระตุกวาบ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'สามี' และ 'ภรรยา' ที่หลุดออกมาจากปากของแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่น่ารักและคอยสนับสนุน "เมล่อนโซดา" เสมอมานะคะ เลิฟยูว์ค่ะ!)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%