"ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายไปเอาสูทตัดมือราคาหลักล้านนี่มาจากไหน ยืมเพื่อนเซเลบมาใส่ตบตาคนอื่น หรือไปเช่ามาจากร้านโหลแถวหลังห้างกันแน่... แต่คนอย่างนาย คินน์ ชายหนุ่มที่เคยใส่เสื้อยืดขาดๆ ยืนแจกใบปลิวหน้าสถานีรถไฟฟ้าเมื่อสามเดือนก่อน ต่อให้เอาเปลือกทองคำมาเคลือบทั้งตัว กลิ่นอายความจนมันก็ยังโชยออกมาจนน่าสะอิดสะเอียนอยู่ดีค่ะ"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของ ‘คุณชายกรณ์’ ทายาทอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านดังลั่นขึ้น ท่ามกลางห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาว แสงไฟคริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าของกลุ่มไฮโซแถวหน้าของเมืองหลวงที่กำลังล้อมวงจ้องมองมายังบุคคลทั้งสองด้วยสายตาสมเพชเวทนา
มินนี่ ที่ยืนเคียงข้างคินน์มาตลอดทาง มือเรียวเล็กของเธอชื้นเหงื่อด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตานับร้อยคู่ที่กำลังตัดสินพวกเขาทั้งเป็น รัศมีแห่งความดูแคลนแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ทว่า... คินน์กลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาสสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาเพียงแค่ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนเมื่อครู่เป็นเพียงสายลมบางเบาที่พัดผ่านใบหูเท่านั้น
"พูดจบหรือยังคะคุณกรณ์" มินนี่รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวออกมาบังหน้าคินน์ไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ขาของเธอจะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่แววตาของหญิงสาวกลับเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าคำพูดพวกนี้กลั่นออกมาจากสมองที่ว่างเปล่าของพวกคุณ ทางที่ดีควรเก็บไว้ใช้ตอนไปพบจิตแพทย์นะคะ จะมีประโยชน์กับสังคมมากกว่าการมายืนเหยียดคนอื่นอย่างไรมารยาทในงานเลี้ยงแบบนี้"
"อุ๊ย! ดูปากยัยเด็กพาร์ทไทม์นี่สิคะ กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับคุณกรณ์?" เสียงแหลมสูงของ 'คุณหนูพราว' ดาราสาวชื่อดังคู่ควงของกรณ์กรีดร้องขึ้นด้วยความไม่พอใจ เธอใช้พัดขนนกบังปากแล้วหัวเราะคิกคัก "ก็จริงอย่างที่คุณกรณ์ว่านั่นแหละค่ะ สมัยนี้พวกเกาะผู้ชายรวยไต่เต้ามันมีเยอะ เด็กเสิร์ฟคาเฟ่กับพนักงานกระจอกๆ สองคนนี้ คงแอบย่องเบาเข้าไปขโมยบัตรเชิญ VIP ของใครมาแหงๆ ถึงได้หน้าด้านยืนเสนอหน้าอยู่ในงานกาลาการกุศลระดับประเทศแบบนี้ได้!"
เสียงซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่วบริเวณ ทุกสายตาเริ่มมองคินน์และมินนี่ด้วยความสงสัยเคลือบแคลง บัตรเชิญเข้างานนี้มีราคาสูงลิบลิ่วและจำกัดเฉพาะบุคคลระดับท็อปเท็นของประเทศเท่านั้น คนระดับคินน์ไม่มีทางหามาได้ด้วยวิธีสุจริตอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งที่ทุกคนปักใจเชื่อ
คินน์วางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดี เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ แต่กลับดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อย กลิ่นอายความดุดันและทรงอำนาจบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาโดยไม่รู้ตัว จนคุณชายกรณ์ที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ถึงกับผะเผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"สงสัยเหรอครับ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มไฮโซปากดีทีละคน ช้าๆ ชัดๆ "ว่าผมเอาเงินที่ไหนมาซื้อชุดสูทตัวนี้... เอาปัญญาที่ไหนมาเหยียบยืนอยู่บนพื้นที่เดียวกับพวกคุณ..."
"ก็ใช่น่ะสิฟะ! หรือว่าแกไปปล้นธนาคารมา?" คุณกรณ์เค้นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในอก "อย่ามาทำเป็นเก๊กขรึมหน่อยเลยคินน์ แกมันก็แค่ไอ้ลูกจ้างกระจอกที่โดนฉันเขี่ยทิ้งเหมือนเศษขยะ! อย่าคิดว่าใส่สูทราคาแพงแล้วจะยกระดับชาติกำเนิดปลอมๆ ของแกขึ้นมาได้นะเว้ย!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของคินน์ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาท
[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการดูถูกเหียดหยามจากบุคคลระดับล่างทางสังคม ระบบเปิดใช้งานโหมด 'ตบหน้าเศรษฐี' อัตโนมัติ!]
[เงื่อนไข: ทำลายความมั่นใจและสถานะทางสังคมของเป้าหมาย (กรณ์) ภายใน 3 นาที]
[รางวัล: กรรมสิทธิ์โรงแรมหรูแห่งนี้ 100% และเงินสดในบัญชีสำรอง 5,000 ล้านบาท!]
[คุณต้องการดำเนินการทันทีหรือไม่? (ใช่ / ไม่)]
มุมปากของคินน์กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นไม่ได้อบอุ่น แต่มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ
เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพง หยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์บริสุทธิ์ ขอบทองคำแท้สลักลวดลายวิจิตรบรรจง ซึ่งไม่มีแถบแม่เหล็กและไม่มีชื่อธนาคารใดๆ ปรากฏอยู่ แต่มันคือ 'Black Centurion Card' ไร้ขีดจำกัดวงเงินที่มีเพียงมหาเศรษฐีระดับโลกไม่ถึงสิบคนเท่านั้นที่ครอบครอง
"พวกคุณพูดถูกอย่างหนึ่ง..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบกริบตั้งใจฟัง "ชาติกำเนิดของผมมันอาจจะไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่เกิดเหมือนพวกคุณ..."
เขาโบกการ์ดสีดำในมือเบาๆ สะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ
"...แต่ในขณะที่พวกคุณกำลังเอาเงินของพ่อแม่มาผลาญเล่นในงานเลี้ยงหรูเพื่ออวดรวยไปวันๆ รู้ไหมครับว่า... เมื่อกี้ตอนที่ผมก้าวขาเข้ามาในโรงแรมแห่งนี้..."
คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนกของคุณชายกรณ์
"...ผมเพิ่งจะเซ็นสัญญาซื้อกิจการของโรงแรมแห่งนี้ทั้งหมด รวมถึงเครืออสังหาริมทรัพย์ในเครือ 'K-Group' ของครอบครัวนาย... มาเป็นของผมเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ดูเหมือนจะดับวูบลงไปในความรู้สึก มินนี่หันขวับมามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มข้างกายด้วยความตกใจยิ่งกว่าใคร หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"บ... บ้าน่า! แกพูดบ้าอะไรวะ! โฮเต็ลนี้มูลค่าเป็นหมื่นล้าน! พ่อฉันถือหุ้นใหญ่ตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์! แกไม่มีทาง... แกไม่มีทางซื้อได้หรอกไอ้คินน์!" คุณชายกรณ์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เสียงตะโกนเริ่มสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วของกลุ่มชายชุดสูทสีดำนับสิบคนก็แหวกฝูงชนเข้ามา ผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมในชุดสูทเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเหงื่อท่วมตัว เขาพุ่งตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของคินน์ ก่อนจะโค้งคำนับลงต่ำสุดตัวจนศีรษะแทบจะชิดพื้น สร้างความตกตะลึงให้แขกเหรื่อในงานจนแทบหยุดหายใจ
"ท่านประธานครับ... ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเอกสารการโอนกิจการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วครับ ทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ... ยินดีต้อนรับท่านประธานใหม่อย่างเป็นทางการครับ!"
คินน์รับแท็บเล็ตจากมือผู้จัดการ ปลายเรียวยาวกดหน้าจอเพียงครั้งเดียวเพื่อยืนยันคำสั่ง
ทันใดนั้น หน้าจอยักษ์กลางห้องจัดเลี้ยงที่เคยฉายภาพโลโก้เดิมของโรงแรม ก็ดับวูบลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพตราสัญลักษณ์ใหม่ และข้อความประกาศิตตัวโตที่สั่นประสาททุกลมหายใจ: **"ประกาศจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่: ยกเลิกสิทธิพิเศษทั้งหมดของคุณกรณ์ และขับไล่บุคคลไม่พึงประสงค์ออกจากอาคารภายใน 3 นาที"**
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด คุณชายกรณ์เข่าอ่อนทรุดฮวบคราบลงไปกองกับพื้นหน้าโต๊ะอาหารทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความช็อกตาค้าง ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ ส่วนคุณหนูพราวถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจจนเป็นลมล้มพับคาอ้อมแขนเพื่อนสนิท
มินนี่อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตมองภาพตรงหน้าสลับกับใบหน้าที่นิ่งสงบของคินน์ สมองของเธอกำลังประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันเร็วยิ่งกว่าติดจรวด ชายหนุ่มที่เธอเคยคอยปลอบใจในวันที่เขาล้มละลายเมื่อสามเดือนก่อน บัดนี้... เขากลายเป็นเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านที่สามารถชี้ชะตาชีวิตของพวกไฮโซจอมปลอมเหล่านี้ได้ด้วยปลายนิ้วแล้วจริงๆ หรือ?
คินน์หันกลับมามองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงยืนอึ้ง ดวงตาคมดุที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น ฝ่ามือที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมาถึงหัวใจของเธอ
"กลับกันเถอะครับ มินนี่..." คินน์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของเธอ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนมุมปาก "ผมยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกเยอะ ที่อยากจะบอกคุณเป็นคนแรก..."
ก่อนที่มินนี่จะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่บินวนอยู่บนดาดฟ้ากระหึ่มก้องเข้ามาในอาคาร พร้อมกับร่างของชายชุดสูทลึกลับในเงามืดที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารลับสุดยอดในมือ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เมล่อนโซดา" มา ณ ที่นี้นะคะ
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 12
ความลับเริ่มถูกเปิดเผย
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!