"ไมค์พวกนี้จะยัดเยียดเข้ามารuกุราพื่นที่ส่วนตัวของฉันเกินไปแล้วนะยะ! ถอยออกไปสิยะ! รู้ไหมว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นของฉันใบนี้ราคาเท่าไหร่ ถ้ามันเปื้อนน้ำลายพวกแก... พวกแกทั้งกองบรรณาธิการก็ทำงานทั้งชีวิตก็ชดใช้ไม่หมดหรอก!"
เสียงแหลมปรี๊ดของไฮโซสาวตระกูลดังที่เคยเหยียบย่ำคินน์ในอดีตดังแหวกลมหนาวท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดกระหน่ำราวกับงานแจกรางวัลอскар แต่ในเวลานี้ ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นด้วยความหยิ่งยโสกลับเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและรอยยับย่นของเครื่องสำอางราคาแพง หล่อนไม่ได้มาในฐานะผู้ล่าอีกต่อไป หากแต่เป็น "เหยื่อ" ที่ถูกฝูงไฮยีน่าแห่งวงการสื่อรุมทึ้งหลังจากข่าวฉาวเรื่องการทุจริตในบริษัทถูกแฉแบบม้วนเดียวจบ
มินนี่กอดแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตมองภาพความอลหม่านเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสะใจ หวาดหวั่น และโล่งใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือทางเข้าอาคารสำนักงานใหญ่ที่ตอนนี้ถูกปิดตายด้วยฝูงนักข่าวหลายชีวิตที่พยายามตะโกนคำถามจี้จุดดำมืด
"คุณคินน์คะ! มีรายงานว่าระบบ AI ของคุณสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของตระกูลวรโชติได้ทั้งหมด จริงหรือเปล่าคะที่พวกเขายักยอกเงินสามพันล้านบาท!"
"แล้วข่าวลือที่ว่าคุณเคยถูกไล่ออกจากบริษัทนี้ด้วยเงินเดือนห้าพันบาท จริงไหมครับที่วันนี้คุณกลับมาเพื่อกว้านซื้อหุ้นทั้งหมด?"
คำถามนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาเหมือนห่าฝน คินน์ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน เขาสวมแว่นตากันแดดสีชาอำพรางสายตา แต่รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยกลับทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพรถถังเสียอีก มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของมินนี่ไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคง ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่กำลังบ้าคลั่ง
"อยากรู้ความจริงกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ..."
เสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและทรงอำนาจดังขึ้นเพียงประโยคเดียว ฝูงชนที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวเมื่อครู่กลับเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกมนต์สะกด ทุกสายตาหันขวับมามองชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำว่าเป็นแค่ "ไอ้ขี้แพ้ก้นครัว"
คินน์ไม่ได้รีบร้อนตอบคำถาม เขาหันไปมองหน้ามินนี่ที่ส่งยิ้มบางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่บอกว่า *'ฉันอยู่ตรงนี้... ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร'*
"สำนักข่าว *Global News* ต้องการข่าวใหญ่ใช่ไหมครับ..." คินน์ปรายตามองหัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวบันเทิงและเศรษฐกิจที่อ้าปากค้าง "สำนักข่าว *Daily Spotlight* อยากได้ยอดวิวทะลุร้อยล้านสินะ... ดี งั้นผมจะจัดให้พวกคุณจดจำวันนี้ไปจนวันตาย"
นิ้วเรียวยาวควักกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบการ์ดโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟแฟลชวาววับออกมา มันคือบัตรเครดิตพรีเมียมวงเงินไม่จำกัดที่ระบบอัจฉริยะมอบให้เป็นรางวัลจากการล้างบางบอร์ดบริหารหน้าเงินเมื่อสัปดาห์ก่อน
"นี่คือบัตร Black Obsidian จากธนาคารกลางสวิส..." คินน์ชูบัตรขึ้นช้าๆ ให้กล้องทุกตัวได้ซูมภาพชัดๆ "ผมขอซื้อ 'เวลา' และ 'ความเงียบ' ของพวกคุณทั้งหมด ณ ตอนนี้... สำนักข่าวไหนที่ยอมเก็บไมค์แล้วไสหัวไปให้พ้นจากสายตาผมภายในสามวินาทีนี้ ผมจะโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทของพวกเขาสนับสนุนสำนักข่าวละสิบล้านบาททันที!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด บรรดานักข่าวต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง บางคนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก สิบล้านบาท! สำหรับสำนักข่าวออนไลน์ยุคนี้มันคือเงินทุนหมุนเวียนที่จะทำให้พวกเขารอดตายไปได้เป็นปี!
"คุณ... คุณพูดจริงเหรอคะคุณคินน์!" นักข่าวสาวจากช่องดังกรี๊ดลั่นด้วยความเนื้อเต้น
"เงินในบัญชีผมมีมากกว่าที่พวกคุณจดจำเลขศูนย์หมดด้วยซ้ำ... หนึ่ง..." คินน์เริ่มนับถอยหลัง น้ำเสียงราบเรียบทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย
*แชะ! แชะ! แชะ!*
เสียงรัวชัตเตอร์ดังขึ้นครั้งสุดท้าย ก่อนที่นักข่าวกลุ่มใหญ่จะเริ่มกรูเข้ามาพร้อมกับยื่นเครื่องบันทึกเสียงและสมาร์ตโฟนเข้ามาประชิดตัวเพื่อขอเลขที่บัญชี บรรยากาศความวุ่นวายเปลี่ยนเป็นความอลหม่านในรูปแบบใหม่ที่น่าขันสิ้นดี ไฮโซสาวที่เคยกรรโชกใส่พวกเขาก่อนหน้านี้ตอนนี้ถูกเบียดกระเด็นจนล้มไปกองกับพื้นอย่างไร้ค่า ไม่มีใครสนใจเสียงกรีดร้องโหยหวนของหล่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะเงินสดในอากาศมันหอมหวานเสียยิ่งกว่า
มินนี่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นบรรดาเหยี่ยวข่าวที่เคยปากกล้าต่างพากันก้มหัวโค้งคำนับคินน์ราวกับเขานั้นเป็นพระเจ้าเดินดิน
"คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ นะคะ" มินนี่กระซิบเบาๆ พลางอมยิ้ม "ใช้เงินฟาดหัวพวกเขามันสะใจแบบนี้นี่เอง ฉันเพิ่งเข้าใจก็วันนี้แหละค่ะ"
"สำหรับคุณ ผมยอมจ่ายแพงกว่านั้นได้อีกหลายเท่าตัว มินนี่..." คินน์ก้มลงกระซิบข้างหูของหญิงสาว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยเข้าจมูกช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าทั้งหมดลงได้เป็นปลิดทิ้ง "แต่ตอนนี้... เรายังมี 'ธุระด่วน' ที่ต้องจัดการข้างในตึกนั้น"
ว่าแล้วคินน์ก็คว้ามือเล็กๆ ของมินนี่ให้เดินก้าวผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างนอบน้อม ประตูบานกระจกนิรภัยของสำนักงานใหญ่เปิดออกอัตโนมัติด้วยระบบสแกนใบหน้าใหม่ล่าสุดที่แสดงผลชื่อของเขาขึ้นมาตัวเบ้อเริ่ม: **[ประธานกรรมการบริหารสูงสุด: คินน์ วรวัฒน์]**
เบื้องหลังโต๊ะทำงานหรูหราอลังการที่เคยเป็นของประธานคนเก่า ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลในอดีตกำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นเจ้าของคนใหม่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต
"นาย... นายทำลายฉันหมดตัวแล้ว..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างหมดอาตายายาก
คินน์ปล่อยมือจากมินนี่ เดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานอย่างสบายอารมณ์ เขาสบตากับอดีตนาย
"ผมยังไม่ได้ทำลายอะไรเลยครับท่านประธานเก่า..." คินน์ยิ้มเย็นเยียบ "ผมแค่กำลัง... ทวงคืนทุกอย่างที่พวกคุณเคยปล้นไปจากแม่ของผมต่างหาก"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่บนผนังห้องก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต บัญชีลับนอกประเทศทั้งหมดของตระกูลวรโชติถูกอายัดและโอนถ่ายเข้าสู่กองทุนส่วนบุคคลของคินน์แบบเรียลไทม์ และที่มุมขวาของจอภาพ มีภาพถ่ายใบหน้าของใครบางคนกำลังปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงกริ่งลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้น "ติ๊ง..." บ่งบอกว่าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังขึ้นมาถึงชั้นบนสุดแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตบหน้าพวกปากดีไปด้วยกันกับ "เมล่อนโซดา" ในตอนนี้นะคะ
เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ•ตอนที่ 20
ตบหน้าให้หายซ่า
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลิฟซีเคร็ทเดดไลน์หัวใจยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!