สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 7

โชว์รูมกระเบื้องเดือด

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณเอาแกรนิตโต้ลายหินอ่อนจีนเกรดสามนี่ปูพื้นห้องรับแขก ผมเอาหัวโขกผนังโชว์รูมให้ดูตรงนี้เลยนะคุณภูวดล!" เสียงกระแทกแฟ้มตัวอย่างกระเบื้องลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังปัง จนพนักงานขายของโชว์รูมกระเบื้องนำเข้าแถวหน้าสะดุ้งโหยง หันขวับมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว ทิวายืนเท้าโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววเอาเรื่อง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยจากความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องในรถยนต์คันนั้น ระยะห่างระหว่างเขากับสถาปนิกหนุ่มผู้เนียบกริบถูกแทนที่ด้วยความระอุของอารมณ์ ในขณะที่ภูวดลยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีครีม ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้น สถาปนิกหนุ่มปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบแผ่นกระเบื้องเซรามิกสีเทาเข้มขัดเงาสวยงามขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาชื่นชม "เกรดสามอะไรของคุณทิวา ตาพังหรือเปล่า นี่มันแกรนิตโต้พอร์ซเลนนำเข้าจากอิตาลี ลวดลายสอดไส้เข้าไปในเนื้อกระเบื้อง ทนรอยขีดข่วนระดับแปด ความชื้นเป็นศูนย์ และที่สำคัญ..." ภูวดลเงยหน้าขึ้นสบตา กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น "มันเข้ากับคอนเซปต์ 'Modern Brutalism' ของบ้านหลังนั้นมากกว่ากระเบื้องยางลายไม้เกรดประหยัดที่คุณไปคัดมาจากร้านขายส่งหลังวัดร้อยเท่า" "เฮ้ย! พูดให้มันดีๆ นะคุณ ประหยัดบ้านป้าคุณสิ นั่นมันไม้สักอัดกันน้ำเกรดเอ เกรดเดียวกับที่โรงแรมห้าดาวเขาใช้กัน!" ทิวาฟิวส์ขาดผึง ดีดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ชี้นิ้วคาดโทษ "คุณเป็นสถาปนิก หน้าที่คุณคือออกแบบให้มันอยู่ได้จริง ไม่ใช่จินตนาการวิมานในอากาศ บ้านหลังนั้นงบจำกัด คุณเข้าใจคำว่า 'งบประมาณ' ไหมครับท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง?!" "ผมเข้าใจดีกว่าที่คุณคิด และเพราะผมเข้าใจ ผมถึงไม่อยากให้บ้านที่ผมออกแบบต้องมาพังเพราะรสนิยมการเลือกวัสดุแบบ... ขอโทษนะ เชยสะบัด" "คุณว่าใครเชยนะ?!" ทิวากัดฟันกรอด กำปั้นทุบลงบนโต๊ะจนแก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือน บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความเดือดดาล สองคนนี้เวลาอยู่ร่วมห้องกันไม่ต่างอะไรกับน้ำมันกับประกายไฟ ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทว่าเบื้องหลังความเกรี้ยวกราดนั้น กลับมีความดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ทำให้พนักงานในร้านถึงกับไม่กล้าเดินเข้ามาห้าม ภูวดลถอนหายใจยาว วางแผ่นกระเบื้องลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงถอนหายใจนั้นไม่ได้แสดงถึงความเบื่อหน่าย แต่มันคือความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เผลอเอื้อมมือไปดึงคนที่กำลังยืนทำหน้าฮึดฮัดตรงหน้าเข้ามาเขย่าให้หายดื้อ ใบเนียนใสที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ และริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อน... ให้ตายเถอะ ภูวดลคิดในใจว่าทำไมผู้รับเหมาคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลต่อระบบประสาทของเขาขนาดนี้ ตั้งแต่เหตุการณ์บนรถเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้จนเกือบจะข้ามเส้นศีลธรรมทางวิชาชีพ ความรู้สึกบางอย่างก็ตีรวนอยู่ในอกจนเขาต้องหลบเลี่ยงการเจอหน้าไปหลายวัน และพอมาเจอวันนี้ ภูวดลก็พบว่าตัวเองแพ้ทางความดื้อรั้นของอีกฝ่ายราบคาบ แต่ปากเจ้ากรรมนี่สิ... มันดันรักความสมบูรณ์แบบมากกว่าหัวใจตัวเองเสียอีก "ถ้าคุณยืนยันจะใช้กระเบื้องลายไม้ห่วยๆ นั่น ผมก็จะเขียนในบันทึกควบคุมงานว่า 'ผู้รับเหติดสินใจใช้วัสดุที่ต่ำกว่ามาตรฐานวิศวกรรมโดยพละการ' แล้วส่งตรงให้เจ้าของบ้านเซ็นรับทราบ" ภูวดลเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบมองตรงมาที่ดวงตาสีเข้มของทิวาแบบไม่หลบเลี่ยง "คุณภูวดล! นี่คุณขู่ผมเหรอ?!" ทิวาก้าวเข้าไปประชิดตัวโซฟาที่ภูวดลนั่งอยู่ ความโกรธพุ่งทะยานจนลืมตัวว่าพื้นที่ตรงนี้มันแคบแค่ไหน "คุณมันเผด็จการ! จอมบงการ! เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง! ถ้าเก่งนักก็สร้างบ้านด้วยกระดาษทิชชูเองเลยไป๊ ไม่ต้องจ้างผม!" "ถ้าจ้างคุณแล้วมันทำให้ผมปวดหัวแบบนี้..." ภูวดลลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างกะทันหัน ความสูงที่มากกว่าทำให้ทิวาต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของทิวาชนเข้ากับชั้นวางตัวอย่างกระเบื้องด้านหลัง "ผมก็อาจจะคิดผิดจริงๆ... แต่ไม่ใช่เพราะงาน แต่มันเป็นเพราะอย่างอื่นต่างหาก" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปลี่ยนโทนกะทันหัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา ความเดือดดาลเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด ลมหายใจอุ่นๆ ของภูวดลปะทะเข้ากับพวงแก้มของทิวาที่ยืนนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องราคาวัสดุก่อสร้างสะดุดกึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังทะลุออกมานอกอก ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มรวนเร "คุณ... ถอยไปเลยนะ" ทิวาพยายามดันอกแกร่งของอีกฝ่าย แต่มือกลับสั่นเทาอย่างน่าประหลาด "พูดจาไม่รู้เรื่อง... ถอยออกไป ไม่งั้นผมต่อยจริงๆ ด้วย" "ต่อยสิครับ" ภูวดลกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย มือหนายื่นไปวางทาบลงบนชั้นวางกระเบื้องด้านหลัง ปิดตายทางหนีของอีกฝ่ายไว้โดยสมบูรณ์ "ลองดูสิว่าหมัดของคุณจะแรงเท่าปากหรือเปล่า... คุณทิวา" บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ความโกรธกลายเป็นความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง ทิวารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ แววตาของภูวดลที่มองมาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย ซึ่งมันชัดเจนเสียจนทำให้เข่าของทิวาแทบทรุด *กริ๊งงงง!* เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับประตูโชว์รูมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ทำลายมนต์สะกดในพื้นที่แคบนั้นลงในเสี้ยววินาที "ไอ้ทิว! อยู่ไหนวะ! กูเอาสเปกท่อประปามาให้มึง... อ้าว เฮ้ย!" เสียงตะโกนคุ้นเคยของกรณ์ดังลั่นโชว์รูม วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทชะתงักกึกทันทีที่ก้าวเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่สถาปนิกหนุ่มสุดเนียบกำลังยืนกักตัวผู้รับเหมาปากจัดไว้แนบชั้นวางกระเบื้อง โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบเดียวเท่านั้น ทิวาสดุ้งสุดตัว ผลักอกภูวดลเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าเนียนแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความลนลาน ภูวดลขบกรามแน่นด้วยความขัดเคือง ปรายตามองเพื่อนสนิทของนายเอกที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้อย่างพอดิบพอดี ดวงตาคมฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด กรณ์กะพริบตาปริบๆ มองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับสถาปนิกหนุ่มหน้าตายที่ตอนนี้กำลังยืนจัดปกเสื้อตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยปากแซวด้วยรอยยولกวนประสาท "อุ๊ย... กูมาขัดจังหวะเลือกกระเบื้อง หรือกูมาขัดจังหวะอะไรอย่างอื่นวะเนี่ย?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเดือดดาลและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%