เสียงเกรียงเหล็กกระทบพื้นปูนดิบเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท
ทิวายืนจังก้าอยู่กลางพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นปูนขาว แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น ความกดดันจากโครงสร้างที่เอียงตัวผิดองศาแค่สองมิลลิเมตรตามที่สถาปนิกหนุ่มจอมเนียบชี้เป้า กำลังเผาไหม้สติสัมปชัญญะของเขาจนแทบเป็นจุล
สองมิลลิเมตร... สำหรับคนทั่วไปมันคือความว่างเปล่า แต่มันคือความเป็นความตายสำหรับโปรเจกต์รีสอร์ทริมผานี้ และมันคือข้อหาหย่อนยานที่ภูวดลตั้งใจเอามาตบหน้าเขาฉาดใหญ่
"ถ้าคุณคิดว่าฝีมือผมมันห่วยแตกจนต้องมานั่งแก้โครงสร้างฐานรากใหม่หมดเพราะเรื่องแค่นี้ ทำไมไม่เอาแบบไปให้ทีมอื่นทำตั้งแต่แรกวะครับคุณสถาปนิก!" ทิวาตวาดกร้าว น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังพอจะกลบเสียงเครื่องมือช่างรอบไซต์งานให้เงียบกริบ
ภูวดลไม่สะทกสะท้าน ชายหนุ่มในชุดเสื้อเช็ทพับแขนจนถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูปยังคงยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยราดรดน้ำมันลงบนกองไฟในใจของนายเอก แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนตัวเล็กกว่าอย่างพิจารณา
"ถ้าผมเลือกทีมอื่น ป่านนี้คงได้ซากปรักหะพังมาทำรีสอร์ท ไม่ใช่โครงสร้างที่เกือบจะสมบูรณ์แบบแต่ดันตกม้าตายเพราะความมักง่ายเรื่องเกรดของปูนผสมเสร็จ" ภูวดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบประสาท ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมชนิดที่บาดลึกถึงกระดูกดำ "งานของผมต้องไร้ที่ติ และผมไม่อนุญาตให้ใครมาลดมาตรฐานโปรเจกต์นี้ลงเพื่อแลกกับการประหยัดเวลาสามวันของพวกคุณ"
"มักง่ายเหรอ!" ทิวาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนจากตัวสถาปนิกหนุ่ม "คุณรู้ไหมว่าผมยืนคุมหน้างานนี้มากี่ชั่วโมงโดยไม่ได้นอน คุณแค่นั่งตากแอร์อยู่ในออฟฟิศ ขีดเส้นด้วยปากกาแพงๆ บนกระดาษ แล้วก็มาสั่งๆๆ ให้คนอื่นแก้โน่นแก้นี่โดยไม่รู้เลยว่าข้างล่างนี้มันนรกแค่ไหน!"
ภูวดลชะงักไปนิดเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยที่แดงก่ำด้วยความโกรธพุ่งสบตาเขาตรงๆ ระยะประชิดนี้ทำให้เขาเห็นรอยเปื้อนฝุ่นบนแก้มใสและหยดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคายนั้น หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นคำพูดบางอย่างที่เกือบจะหลุดปากออกไป—คำพูดที่อยากจะบอกว่า *'ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย และผมก็คอยมองคุณอยู่ตลอด'*
แต่ทิฐิและมาดของสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบมันค้ำคออยู่
"ถ้าเหนื่อยนักก็ลาออกไปนอนซะสิครับ" ภูวดลเค้นเสียงลอดไรฟัน แกล้งทำเป็นมองข้ามความน่าเอ็นดูที่ซ่อนอยู่หลังความดื้อรั้นนั้น "อย่ามาพาลใส่ผม แค่เพราะคุณเลือกใช้คอนกรีตผสมมือที่ไม่ได้มาตรฐานเพื่อลดต้นทุน"
"ไอ้...!" ทิวายกกำปั้นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเดือดดาลจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นราวกับมีประกายไฟสпарส์ออกมาจากผิวหนัง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่หมัดเฉียดผ่านปลายจมูกโด่งเป็นสันของภูวดลไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตากลับเหลือบไปเห็นรายละเอียดงานโครงสร้างบริเวณคานรับน้ำหนักที่อยู่ด้านหลังของสถาปนิกหนุ่มพอดิบพอดี
ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดมอดดับลงในพริบตา เหลือเพียงความตะลึงงัน
รอยต่อของคานคอนกรีตที่ภูวดลเพิ่งใช้มือถือเปิดแฟลชส่องตรวจเมื่อครู่... มันถูกแก้ไขด้วยเทคนิคการเสริมเหล็กข้ออ้อยพิเศษแบบเฉียง 45 องศา ซึ่งเป็นวิธีโบราณแต่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายน้ำหนักโดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างเดิมทิ้งทั้งหมด
ทิวาลดมือลงช้าๆ สมองที่ประมวลผลเรื่องงานก่อสร้างมาอย่างโชกโชนตระหนักได้ทันทีว่า วิธีนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กจบใหม่หรือสถาปนิกสายเนียบในห้องแอร์จะคิดออก มันต้องเป็นคนที่ผ่านหน้างานจริงมานับไม่ถ้วนและเข้าใจฟิสิกส์ของวัสดุอย่างลึกซึ้งเท่านั้นถึงจะกล้าเสนอทางออกนี้ออกมาโดยไม่ทำลายความสวยงามของแบบเดิม
ชายหนุ่มหันขวับกลับมามองหน้าภูวดลอีกครั้ง คราวนี้แววตาไม่ได้มีแค่ความเคืองโกรธ แต่เจือด้วยความทึ่งที่ปิดไม่มิด
"คุณ..." ทิวากลืนน้ำลายลงคออึ้งๆ "คุณเป็นคนร่างวิธีแก้ปัญหานี้ในแท็บเล็ตเมื่อคืนนี้เองเหรอ?"
ภูวดลหลบสายตาดื้อรั้นคู่นั้นวูบหนึ่ง ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมา ปากหนายังคงแข็งกระด้างตามนิสัยเดิม
"ผมก็แค่ไม่อยากให้งานมันล่าช้าไปมากกว่านี้เพราะความไร้ประสิทธิภาพของผู้รับเหมาบางคนก็เท่านั้นแหละครับ" ภูวดลตอบเสียงเรียบ พยายามก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย "อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมช่วยคุณนะ ทิวา"
ทิวายืนนิ่งอึ้ง ปากอ้าพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออกเมื่อหลักฐานความอัจฉริยะมันคาอยู่ตรงหน้า แม้ปากจะหมาและกวนประสาทชวนให้อยากเอาอิฐฟาดหัวสักก้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีมือและสายตาในการมองงานของสถาปนิกคนนี้มันเฉียบขาดจนน่าขนลุก
ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังเปลี่ยนจากสงครามน้ำลายมาเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาด—กระแสความยอมรับนับถือที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจทีละน้อย
"ฮัลໂລ! คุณสถาปนิกคนเก่งกับผู้รับเหมาหน้าหล่อ! เลิกจ้องกันจนตาเยิ้มแล้วมาดูนี่หน่อยเร้ว!"
เสียงตะโกนแหบห้าวของกรณ์ วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทของทิวาดังแทรกขึ้นมาจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งตึงๆ ขึ้นมาบนบันไดปูนเปลือย
ทิวาและภูวดลสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
"มีอะไรวะไอ้กรณ์!" ทิวารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ตะโกนกลับไปกลบเกลื่อนความพิรุธ
กรณ์วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาถึงชั้นบน สีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด เอกสารในมือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวยื่นมันให้กับภูวดลและทิวาที่ยืนเว้นระยะห่างกันพอสมควร
"แย่แล้วครับคุณภู... ไอ้งานฐานรากที่เราเพิ่งเถียงกันเมื่อกี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดแล้วล่ะ..." กรณ์กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ "ผลตรวจดินล่าสุดเพิ่งส่งมา... ใต้พื้นที่ก่อสร้างโซน C ที่เรากำลังเทปูนทับลงไป มันมีโพรงน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในรายงานสำรวจตอนแรกกำลังยุบตัวลงมาครับ!"
ภูวดลคว้ากระดาษผลตรวจในมือกรณ์มาพิจารณาอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่เคยเรียบเฉยและมั่นอกมั่นใจมาตลอดสลายหายไปในพริบตา ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นตัวเลขพิกัดการทรุดตัว
ทิวารemย חขยิบตาเข้ามาดูใกล้ๆ ลมหายใจสะดุดกึกทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า หากโพรงนั้นยุบตัวลงมาตอนนี้ โครงสร้างทั้งหมดที่เขารับผิดชอบจะพังครืนลงมาฝังกลบคนงานนับสิบชีวิตในพริบตาเดียว!
ภูวดลเงยหน้าขึ้นสบตากับทิวา สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขารีบคว้าข้อมือของคนตัวเล็กกว่าไว้แน่นโดยไม่ทันคิด
"หนีออกจากไซต์งานเดี๋ยวนี้! โครงสร้างกำลังจะวิกฤต!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาติดกับดักความซึนของสถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมาด้วยกันนะครับ!
สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 2
สงครามน้ำลายฉบับคนเนียบกับคนดิบ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!