"ถ้าคุณยังตรวจงานด้วยสายตาจับผิดแบบเอ็กซ์เรย์โครงสร้างเหล็กแบบนี้อีกแค่จุดเดียว ผมจะเทปูนปิดทับหน้าสำนักงานสถาปนิกของคุณด้วยตัวเองแน่ครับ คุณภูวดล"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหُงิดอย่างชัดเจนดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นผงซีเมนต์และเสียงเครื่องมือก่อสร้าง ทิวายืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปรดักส์เปอร์เฟกต์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ที่ตอนนี้กำลังก้มๆ เงยๆ เอาตลับเมตรจี้วัดมุมผนังคอนกรีตด้วยความพิถีพิถันเกินมนุษย์
ภูวดลค่อยๆ ยืดตัวขึ้นช้าๆ ปรายตามองผู้รับเหมาหนุ่มที่หน้าตาบึ้งตึงราวกับอมยาขมผ่านกรอบแว่นสายตากรอบโลหะบางเฉียบ สถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความกวนประสาทถูกยกขึ้นอย่างเยือกเย็น
"หน้างานก่อสร้างนะครับคุณทิวา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ความสมบูรณ์แบบคือหน้าที่ของผม ส่วนความเรียบร้อยที่ได้มาตรฐาน คือหน้าที่ของคุณ... ซึ่งดูจากผลงานหน้าผนังโซน B นี่แล้ว ผมเกรงว่าคำว่า 'ผ่านมาตรฐาน' คงเป็นเรื่องไกลเกินฝันไปหน่อย"
"เกินฝันพ่อง...!" ทิวาพึมพำลอดไรฟันด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เขาก้าวฉับๆ ไปหยิบแก้วกาแฟกระดาษสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสนาม บรรจงยื่นส่งให้สถาปนิกหนุ่มด้วยรอยยิ้มการค้าที่ปลอมเปลือกที่สุดในสามโลก
"อ่ะ! อากาศร้อนๆ ฝุ่นเยอะๆ แบบนี้ เชิญดื่มกาแฟเย็นชื่นใจให้สมองปลอดโปร่งแล้วค่อยมาตรวจงานต่อเถอะครับ ฐานที่คุณบอกว่าเอียงเนี่ย เผื่อดื่มเข้าไปแล้วสมองจะแล่น มองเห็นโลกในแง่บวกขึ้นมาบ้าง"
ภูวดลหรี่ตามองแก้วกาแฟในมือของอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้รอบคอบบอกว่านี่ไม่ใช่ความหวังดีแน่นอน รอยยิ้มหวานหยดแบบผิดวิสัยของนายเอกคนนี้มันซ่อนพิษสงไว้เกินกว่าจะไว้วางใจ แต่ด้วยความกระหายคาเฟอีนหลังจากตรวจงานกลางแดดมาครึ่งค่อนวัน เขากรับคว้าแก้วนั้นมาถือไว้
ทิวากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวด้วยความสะใจล่วงหน้า
*ดื่มเข้าไปสิไอ้คุณสถาปนิกหน้าตาย! กาแฟสูตรพิเศษที่เขาบอกให้น้องฝึกงานอัดไซรัปคาราเมลและนมข้นหวานเข้าไปแบบคูณสาม รับรองว่าหวานจนตัดขา เบาหวานขึ้นตาจนต้องหามส่งโรงพยาบาลแน่!*
ภูวดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายหลอดพลาสติกถูกดูดเข้าปากเพื่อทดลองชิมรสชาติ...
พรวด!
สถาปนิกหนุ่มเกือบพ่นกาแฟใส่หน้าผู้รับเหมา รสชาติหวานเจี๊ยบจนแสบไส้ทะลักเข้าคੋจนสำลักออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองคนตัวเล็กกว่าทันทีด้วยความคาดโทษ
"นี่คุณใส่ท่อส่งน้ำตาลแดงลงไปในกาแฟหรือไง? หวานขนาดนี้ เอาไปฉาบผนังแทนปูนปลาสเตอร์ได้เลยมั้ง!"
"อ้าว! ก็เห็นคุณหน้าบึ้งเครียดตลอดเวลา นึกว่าขาดความหวานในชีวิต ผมก็เลยจัดให้แบบจัดเต็มไงครับ บริการเสริมพิเศษเฉพาะลูกค้า V.I.P. อย่างคุณเลยนะเนี่ย" ทิวายักคิ้วกวนประสาท ยืนกอดอกหัวเราะในลำคออย่างสะใจที่แผนการแก้เผ็ดสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ภูวดลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น แววตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้กลับพะเนียงประกายความดุดันและเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
"หวังดีประสงค์ร้ายสินะครับ... งั้นเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจอันล้นเหลือของคุณทิวา ในเมื่อกาแฟแก้วนี้มัน 'หวาน' มากนัก ผมคงต้องขออนุญาตตรวจงานแบบ 'ละเอียดทุกซอกทุกมุม' เพื่อให้สมกับพลังงานที่คุณอัดแน่นมาในแก้วนี้ก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูด ภูวดลก็หมุนตัวเดินกลับไปยังโซนโครงสร้างหลักทันที ทิ้งให้ทิวายืนหน้าเหวอค้างกลางอากาศ
"เฮ้ย! คุณภู! เดี๋ยวสิ! บอกว่าตรวจพอหอมปากหอมคอไง ทำไมเดินไปโซนบันไดวนล่ะนั่น!" ทิวารีบสาวเท้าก้าวตามไปติดๆ ด้วยความร้อนใจ
งานนี้ไม่ใช่แค่การตรวจงานธรรมดาเสียแล้ว เมื่อสถาปนิกหนุ่มจอมเนียบเริ่มก้มลงใช้ไม้บรรทัดเหล็กวัดระยะขั้นบันไดทีละขั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุกซอกทุกมุมที่ปกติไม่เคยมีใครก้มลงมองถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตำหนิด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมที่เถียงไม่ออก
ทิวายืนเท้าสะเอวหายใจฮึดฮัดอยู่ด้านหลัง มองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนทึ่งลึกๆ
*ให้ตายเถอะ... ผู้ชายบ้าอะไร ทำงานจริงจังแล้วดูมีเสน่ห์ชะมัด*
ความคิดนั้นแล่นผ่านหัวสมองของนายเอกหนุ่มจนเจ้าตัวต้องรีบสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านออกไปทันที เขาเตือนตัวเองว่าคนตรงหน้าคือคู่ปรับตัวฉกาจ ไม่ใช่เป้าหมายให้มานั่งใจเต้นแรงใส่เสียหน่อย
"คุณทิวา... ขยับเข้ามาดูตรงนี้หน่อยสิครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกกะทันหัน
"อะไรอีกเล่า! บันไดขั้นไหนมันเอียงอีกรึไง!" ทิวาเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปประชิดตัวด้วยความหงุดหงิด
ภูวดลไม่ได้ขยับตัวออก เขายังคงนั่งยองๆ อยู่ตรงมุมอับใต้บันได ซึ่งเป็นพื้นที่แคบและมืดสลัว ทิวาที่ก้าวเข้ามาด้วยความเร็วเบรกไม่อยู่จึงเซถลาไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ร่างเพรียวบางเสียหลักพุ่งชนแผ่นหลังหนาของสถาปนิกหนุ่มเต็มแรง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ไหล่กว้างเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มคว่ำ
"อุ๊บ!"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภูวดลหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็วเพื่อรับร่างที่กำลังล้มลง ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานกลางแดด
ดวงตาคมกริบของภูวดลที่มองลอดผ่านกรอบแว่นลงมานั้น ไม่มีแววเย้าแหย่หรือกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความลึกซึ้งบางอย่างที่สะท้อนเงาของทิวาอยู่ภายในนั้นอย่างชัดเจน จนคนถูกมองถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
"ระวังหน่อยสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบข้างหู "ตัวก็แค่นี้ ทำไมซุ่มซ่ามจัง... หรือว่าแกล้งหาเรื่องเข้าใกล้ผมกันแน่ หื้ม?"
"ใคร! ใครอยากเข้าใกล้คุณ! หลบไปเลยนะไอ้สถาปนิกหน้ามึน!" ทิวาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอายปนโมโห มือเล็กผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อจะผละถอยหลัง แต่ทว่า...
แกร๊ก... เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาในโซนโครงสร้างอย่างเร่งรีบ
"พี่ทิว! พี่ภู! อยู่แถวนี้ไหมครับ วิศวกรคุมงานฝ่ายใหญ่โทรมาแจ้งด่วนเลย..."
เสียงตะโกนของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทและวิศวกรประจำไซต์งานดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเงาร่างที่กำลังเดินเลี้ยวเข้ามาใกล้จุดอับสายตาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่ทำให้เรื่องวุ่น
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!