สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 16

ปาร์ตี้ปิดงวดงานเฟสแรก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้ามึงยังรินเบียร์ให้ไอ้ทิวแก้วนี้อีกแก้วเดียว กูจะเอาถังน้ำแข็งฟาดหน้ามึงแน่ไอ้กรณ์" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ทำให้วิศวกรหนุ่มจอมกะล่อนสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย กรณ์เพียงแต่หัวเราะร่าในลำคอ ยกแก้วเบียร์ชนกับโต๊ะพลาสติกชั่วคราวกลางไซต์งานที่ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานปาร์ตี้ขนาดย่อม แสงไฟนีออนดวงเปลือยที่โยงสายระโยงระยางสาดส่องกระทบฟองเบียร์สีอำพัน ยิ่งขับให้บรรยากาศการฉลองปิดงวดงานเฟสแรกคึกครื้นจนแทบจะกลEนเสียงเพลงจากลำโพงบลูทูธราคาถูก "โหย สถาปนิกภูวดลครับ เบาได้เบา นี่งานฉลองนะเว้ย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่งandงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ... น้องทิวเขาเป็นผู้รับเหมาหลัก เขากระดกไปสามเหยือกแล้ว จะหวงอะไรนักหนาวะ หรือกลัวว่าเมาแล้วจะลากกลับคอนโดไม่ไหว?" กรณียิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาเจ้าเล่ห์มองสลับระหว่างเพื่อนสนิทที่นั่งหน้าแดงแจ๋เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กับสถาปนิกหนุ่มมา A-list ผู้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง แต่ใบหน้ากลับบึ้งตึงราวกับอมส้วมมาทั้งโครงการ ทิวาที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะคικคัก มือเรียวผลักไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จนดูเย้ายวนอย่างประหลาด ริมฝีปากที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ ตอนนี้เผยอขึ้นเล็กน้อย ปลายจมูกรั้นรั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ "ไอ้กรณ์... มึงอย่าไปแซวคุณภูเขามากเลย ดูหน้าดิ คิ้วจะผูกกันเป็นโบอยู่แล้ว" ทิวาเอ่ยกลั้วหัวเราะ เสียงแหบพร่าเล็กน้อยจากการใช้เสียงมาทั้งวัน มือบางเอื้อมไปคว้าแก้วเบียร์ตรงหน้าจะยกซดต่อ แต่ทว่า... พรึบ! ฝ่าหนาของภูวดลไวกว่าความคิด เขาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้ทิวาต้องชะงัก ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนจนคนโดนจับสะดุ้งเฮือก "พอได้แล้วทิว" ภูวดลเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบมองนิ่งที่ใบหน้าหวาน "นายดื่มไปเท่าไหร่แล้ว รู้ตัวไหม" "เรื่องของผม..." ทิวาเบะปากนิดๆ พยายามบิดข้อมือออกแต่ไม่สำเร็จ "งานเสร็จแล้ว เงินงวดแรกเข้าบัญชีแล้ว ผมจะฉลองให้ตับพังมันก็เรื่องของผม คุณเป็นสถาปนิกคุมงานนะ ไม่ใช่พ่อ" "แต่ฉันเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของนายในไซต์นี้" ภูวดลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนกรณ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องแกล้งทำเป็นยกมือยอมแพ้แล้วขยับตัวถอยออกไปหาโต๊ะอื่น ปล่อยให้สองคนนี้เคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกันเอง บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกตัดขาดจากเสียงเพลงและเสียงหัวเราะรอบข้าง โต๊ะไม้ตัวสั้นๆ และขวดเบียร์เกลื่อนกลาดกลายเป็นฉากหลังของแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งคู่ขยับเข้าหากันทีละนิด สัมผัสจากฝ่ามือที่ยังกุมข้อมือกันอยู่ส่งผ่านความร้อนระอุเข้าสู่หัวใจ ทิวาชะงักไปเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาคมกริบคู่นั้นไม่มีความโกรธเจืออยู่เลย มีเพียงประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนใจแข็งอย่างเขาต้องหลบตา ความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อวานซืนที่บันไดหนีไฟแวบเข้ามาในหัว ฝ่ามือที่ประสานกันแน่นท่ามกลางความโกลาหล... ความเงียบงันที่มีความหมายยิ่งกว่าคำพูดเป็นร้อยพันคำ "มองอะไรหน้าผมเล่า..." ทิวาพึมพำเบาๆ เสียงอ้อมแอ้มไม่เป็นตัวของตัวเอง หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "มองคนดื้อ" ภูวดลตอบเสียงนุ่มลงอย่างไม่น่าเชื่อ ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่จงใจมอบให้คนตรงหน้าคนเดียว "ดื้อตั้งแต่ตอนตอกเสาเข็ม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกดื้อ" "ผมไม่ได้ดื้อ เขาเรียกว่ายืนหยัดในหลักการต่างหาก" ทิวายังคงเถียงเสียงอ่อย แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำไม่ได้ช่วยให้คำแก้ตัวดูน่าเชื่อถือขึ้นเลยสักนิด "ครับ... หลักการเก่ง" ภูวดลถอนหายใจยาว ยอมปล่อยมือบางเป็นอิสระ แต่เปลี่ยนเป็นขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกันแทน "งั้นในฐานะที่ดื้อเก่งนัก คืนนี้กลับยังไง" "ก็... นั่งแท็กซี่มั้งครับ" "แท็กซี่อะไร ดึกดื่นแบบนี้ นายเมาขนาดนี้จะปล่อยให้นั่งรถคนเดียวได้ยังไง" ภูวดลขมวดคิ้วมุ่นทันที "เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งที่คอนโดนาย" "ไม่ต้องเลยนะ! รถคุณจอดอยู่ฝั่งโน้น เดี๋ยวคุณก็ต้องวนกลับมาเอารถอีก วุ่นวายเปล่าๆ ผมกลับเองได้..." ทิวาทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านทำให้ขาเรียวเซถลาไปด้านข้างชั่ววูบ พรึบ! วงแขนแข็งแกร่งของภูวดลไวกว่าแสง เขารวบเอวบางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้ร่างโปร่งของทิวาล้มลงมานั่งแปะอยู่บนตักแกร่งพอดิบพอดี! ความเงียบชั่วขณะหนึ่งเกิดขึ้นบริเวณโต๊ะมุมอับ เสียงเพลงรอบข้างเหมือนถูกกดปุ่มปิดไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งคู่ปะทะกันจนรู้สึกได้ ทิวาเบิกตากว้าง มือเรียวเผลอวางทับลงบนอกแกร่งตามสัญชาตญาณ สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามไม่แพ้กัน ส่วนภูวดล... สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและควบคุมตัวเองได้เสมอ ตอนนี้กลับนิ่งค้างไปชั่ววินาทีเมื่อร่างนุ่มนิ่มมาเกยอยู่บนตัก แถมกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของนายเอกตัวแสบยังทำเอาสติกระเจิดกระเจิง "เอ่อ... คือ..." ทิวาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู "ถ้าขยับอีกนิดเดียว..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนทิวาขนลุกซู่ "ฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ไม่พาไปส่งที่คอนโดนาย... แต่จะลากขึ้นรถแล้วพาเข้าห้องฉันแทน" คำพูดกำกวมและสายตาร้อนแรงที่มองตรงมาทำเอาทิวาแทบหยุดหายใจ ปากที่เคยจัดจ้านตอนนี้อ้าพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด และสายตาทั้งคู่กำลังสื่อความหมายลึกซึ้งเกินเลย... Rrrrrr! เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อของภูวดลก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบกริบอย่างไม่รู้กาลเทศะ ภูวดลขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขายังไม่ยอมละสายตาจากริมฝีปากบางที่เผยอน้อยๆ ของคนบนตัก มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหาย ทิวาหน้าแดงก่ำรีบดันอกแกร่งแล้วผุดลุกขึ้นยืนเซถลาถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยความกระวนกระวายใจ ระหว่างที่ภูวดลควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพื่อจะกดตัดสายด้วยความรำคาญ แต่ทว่า... แค่เพียงกวาดสายตาไปเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเรืองแสง ใบหน้าคมคายที่เคยผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอบอุ่นเมื่อครู่ ก็พลันเปลี่ยนเป็นเรียบตึง เยียบเย็น และดวงตาก็กระตุกวูบอย่างน่ากลัว ทิวาชะงักเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น เขามองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน "ใครโทรมาเหรอครับ..." ทิวาเอถามด้วยความสงสัยระคนระแวง ภูวดลเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เจ้าตัวจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา "ว่าไง..." ผ่านไปเพียงสามวินาทีที่เงียบงัน ภูวดลก็เอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของทิวาเย็นเฉียบลงทันที "ผมกำลังจะกลับ... ไม่ต้องมารอที่ไซต์งานหรอกครับ คุณ... พลอย" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางความฟินนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%