สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 17

เกมกระชับมิตรที่เลยเถิด

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้ามึงกล้าจั่วใบนี้ มึงต้องตอบตามความจริงแบบไม่มีข้อแม้... ห้ามตลบแตลง ห้ามเลี่ยงบาลี และที่สำคัญ... ห้ามโกหก" เสียงของกรณ์ดังแทรกเสียงเพลงเบสต่ำจากลำโพงบลูทูธในห้องนั่งเล่นของไซต์งาน โต๊ะไม้กลางห้องตอนนี้เกลื่อนไปด้วยกระป๋องเบียร์ที่ถูกดื่มจนหมดเกลี้ยงและกับแกล้มที่เหลือเพียงถั่วลิสงครึ่งจาน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และความคึกคะนองของเหล่าคนงานกับทีมงานวิศวกรที่มาร่วมวงสังสรรค์กันหลังเคลียร์งวดงานใหญ่ผ่านไปได้ด้วยดี ทิวากวาดสายตามองการ์ดคำถามคว่ำหน้ากองอยู่ตรงกลาง เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเหลือบมองคนตัวสูงที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าขรึมอยู่ฝั่งตรงข้าม ภูวดล สถาปนิกหน้าตายผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ร่วมกับความไร้สาระของใครในโลกใบนี้ แต่คืนนี้กลับนั่งจิบเบียร์เงียบๆ อยู่ในวงด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวอ้างว่า "ต้องมาตรวจความเรียบร้อยของรายงานสรุปวัสดุ" ทั้งที่ความจริงเลยเวลาเลิกงานมาสามชั่วโมงแล้ว "เกมปัญญาอ่อนอะไรของมึงไอ้กรณ์" ทิวาเอ่ยกลั้วหัวเราะ มือเรียวยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบแก้กระหาย "กูเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว จะตอบอะไรก็เรื่องของกู" "ปากดีไอ้ทิว ระวังจะเจอคำถามที่ทำให้มึงตอบไม่ออกก็แล้วกัน" กรณ์ยักคิ้วกวนประสาท พลางผายมือเชิญให้ทิวาเป็นคนจั่วการ์ดใบแรกของรอบตัดสิน ทิวามองหน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่ยี่ห่าว ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบการ์ดแผ่นสีดำสนิทขึ้นมาพลิกดู ดวงตาคมกวาดอ่านตัวหนังสือสีเงินที่พิมพ์อยู่บนนั้นช้าๆ ทันทีที่สมองประมวลผลเสร็จ ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าขึ้นเพื่อแซวกลับก็พลันเม้มเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งแผ่ขยายเข้ามาแทนที่เสียงเพลงรอบตัว เมื่อสมองฉายภาพเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายลอยวาบเข้ามาในหัว—คำพูดตัดเยื่อใยที่เขาเพิ่งส่งผ่านข้อความไปหาใครบางคน... *“ผมกำลังจะกลับ... ไม่ต้องมารอที่ไซต์งานหรอกครับ คุณ... พลอย”* "อ้าวเฮ้ย เงียบไปเลย คำถามว่าไงวะ อ่านออกเสียงให้โลกรู้ดิ!" กรณ์ชะโงกหน้าเข้ามาหมายจะแย่งการ์ดในมือ แต่ทิวาไวกว่า เขาขยับมือหลบแล้วคว่ำการ์ดลงกับโต๊ะทันที "ผ่าน... กูขอข้ามข้อนี้" ทิวาเสียงแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเริ่มมีริ้วรอยความประหม่าฉายชัดขึ้น แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ปกติที่สุดก็ตาม "เฮ้ยๆๆ กติกามันบอกว่าห้ามข้าม! ถ้าข้ามต้องดื่มหมดแก้วสองรอบติด!" เสียงโห่ร้องจากรอบวงดังขึ้นอย่างสนุกสนาน กรณ์รีบเทเบียร์ลงในแก้วใบใหญ่จนฟองฟูฟ่องแล้วเลื่อนไปตรงหน้าเพื่อนรัก "ว่ามา... มึงได้คำถามว่าอะไร หรือว่าความลับมันสะกิดต่อมมึงวะ?" ทิวากัดฟันกรอด เขากวาดสายตามองรอบวงก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มฝั่งตรงข้าม ภูวดลยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันนิ่งสนิท ทว่ากลับมีความกดดันบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องลึก ราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากปากเขาเช่นกัน "กูไม่ได้กลัว..." ทิวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ยื่นมือไปหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาเตรียมกระดกเพื่อหนีปัญหา แต่เสียงทุ้มต่ำและเรียบนิ่งของคนตรงข้ามก็ดังขึ้นตัดจังหวะเสียก่อน "ถ้ามีความกล้าพอที่จะทำตัวเป็นเด็กดื้อใส่คนอื่น... ก็ควรมีความกล้าพอที่จะยอมรับผลลัพธ์ของมันด้วยสิครับ คุณผู้รับเหมา" ภูวดลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก ดวงตาคู่คมจ้องมองตรงมาที่ทิวาอย่างมีความหมาย นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของเขาชัดเจน ชวนให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในอกอย่างประหลาด ทิวาสะارتอารมณ์ขึ้นมาทันที ความกรุ่นโกรธผสมปนเปกับความอึดอัดในใจถูกจุดประกายขึ้นด้วยประโยคสั้นๆ ประโยคเดียว เขาวางแก้วเบียร์ลงกระแทกกับโต๊ะเสียงดังสนั่นจนของเหลวข้างในกระฉลอก "คุณหมายความว่ายังไง ภูวดล?" ทิวาจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ไม่ยอมหลบสายตา "คิดว่าผมกลัวคำถามแค่นี้เหรอ?" "ถ้าไม่กลัว... ก็อ่านออกเสียงให้ทุกคนในที่นี้ฟังซิครับ ว่าการ์ดในมือคุณมันเขียนว่าอะไร" ภูวดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นจางๆ นั้นช่างกวนประสาทและท้าทายในเวลาเดียวกัน "หรือว่า... มันเป็นเรื่องที่คุณกำลังปิดบังใครบางคนอยู่... เรื่องของผม กับคุณ... หรือเรื่องที่คุณแอบไปส่งข้อความตัดพ้อใครตอนบ่ายกันแน่ล่ะครับ?" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะก็พลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันขวับมามองหน้าภูวดลสลับกับทิวาอย่างงุนงง กรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหรี่ตาลงด้วยความสงสัยในเคมีแปลกประหลาดที่พุ่งปะทะกันกลางวง ทิวาสะبัดหน้าหนีเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับกลองเพล ความลับในใจที่พยายามกดทับไว้แทบเอาไม่อยู่ เมื่อถูกสายตาคู่นั้นจี้จุดเข้าอย่างจัง คำพูดที่ว่า *'คุณมาสนใจผมทำไมเล่า'* เกือบจะหลุดรอดจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "ผมไม่ได้ปิดบังอะไรทั้งนั้น..." ทิวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีกลับมา มือเรียวกำยึดขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "แล้วเรื่องข้อความบ้าบออะไรนั่น คุณเอาเอามาจากไหน อย่ามาใส่ร้ายผมนะ!" "ผมไม่ได้ใส่ร้าย..." ภูวดลขยับตัวโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนทิวารับรู้ได้ถึงไออุ่นระอุจากตัวอีกฝ่าย สายตาคู่นั้นคมปลาบและจริงจังจนน่ากลัว "เพราะถ้าคุณกล้าพอ... ก็หงายการ์ดใบนั้นขึ้นมาสิครับ ให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่า คำถามข้อไหนที่ทำให้คนปากเก่งอย่างคุณถึงกับไปไม่เป็นแบบนี้" ทิวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความอารมณ์เสียและปั่นป่วนในเวลาเดียวกัน เขากำลังยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการรักษาฟอร์มของตัวเอง กับการปล่อยให้ความรู้สึกที่เก็บงำไว้พรั่งพรูออกมาต่อหน้าคนอื่นๆ ในจังหวะที่ทิวามือสั่นกำลังจะเอื้อมไปพลิกการ์ดขึ้นมาตามคำท้าทาย เพื่อพิสูจน์ให้สถาปนิกหน้าตายเห็นว่าเขาไม่เคยกลัวอะไรทั้งสิ้น... *แอ๊ด—!* เสียงเปิดประตูกระจกห้องนั่งเล่นดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในวง "อ้าว ทุกคนยังอยู่กันครบเลยเหรอคะ? ดีจัง... พอดีพลอยเอาเอกสารสรุปงวดงานสุดท้ายมาให้ดูค่ะ พี่ภู... คุณทิวา ประชุมเรื่องนี้กันหน่อยไหมคะ?" ทิวานิ่งค้างไปทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเลยผ่านไหล่ของหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ ไปสบเข้ากับสายตาของภูวดลที่ตอนนี้กลับมาเรียบสนิทและเยียบเย็นดังเดิมอย่างรวดเร็ว —โปรดติดตามตอนต่อไป— ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%