"ถ้าคุณยังเอามือมาก่ายหน้าผากผมอีกรอบ ผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาส"
เสียงแหบพร่าติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่เปลือกตาสีมุกขยับไหว ภูวดลชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปปัดไรผมชื้นเหงื่อให้อีกฝ่ายอย่างลืมตัว สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและมาดนิ่งขรึม สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบดึงมือกลับไปไขว้หลัง ทำทีเป็นมองสำรวจรอยร้าวบนผนังปูนเปลือยของห้องพักคนงานชั่วคราวอย่างสนใจเสียเต็มประดา ทั้งที่ความจริงแล้วหัวใจในอกข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก
ทิวายันตัวลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาว ใบหน้าคมคายยับยู่ยี่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลือจากค่ำคืนก่อนหน้า ผู้รับเหมาหนุ่มกวาดสายตามองสภาพตัวเองที่ห่มทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของอีกฝ่าย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาทตามนิสัย
"ไงครับ ท่านสถาปนิก... หรือว่าแอบมองผมตอนนอนมาทั้งคืนแล้ว หน้าแดงเชียวนะครับ เป็นไข้หรือเปล่า หรือว่าแพ้ฝุ่นปูน?"
"พูดมากน่าทิวา" ภูวดลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทพยายามเก็บอาการรวนเรของหัวใจให้มิดชิดที่สุด "ผมแค่มารอตรวจหน้าไซต์งานแต่เช้า แล้วบังเอิญเห็นคุณนอนขวางทางเดินจนหมามันจะเดินข้ามหัวอยู่แล้ว ก็แค่นั้น"
"หมาตัวไหนครับ หน้าตาเหมือนคุณหรือเปล่าล่ะ" ทิวายกยิ้มมุมปาก ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้หัวจะยังมึนๆ อยู่บ้าง แต่ฝีปากไม่ได้ดรอปลงเลยแม้แต่น้อย "ขอบคุณสำหรับเสื้อแจ็คเก็ตนะครับ แต่อย่าคิดว่าทำดีด้วยแล้วผมจะยอมลดราคาค่าวัสดุโครงสร้างเหล็กให้ล่ะ"
"ผมไม่เคยขอให้คุณลดราคา ผมขอแค่คุณทำงานให้มันตรงตามแบบและไม่พังลงมาทับหัวคนงานก็พอ"
บทสนทนาเชือดเฉือนที่คุ้นเคยดำเนินไปราวกับเป็นกิจวัตร แต่สำหรับภูวดลแล้ว เช้าวันนี้มันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สายตาของเขาเผลอไล่สำรวจใบหน้าของคนตรงข้าม ความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับมาฉายชัดในหัว ภาพที่ทิวานั่งกอดเข่าระบายความอัดอั้นเรื่องงบประมาณและปัญหาหน้างานด้วยดวงตาแดงก่ำ ภาพที่อีกฝ่ายเผลอซบศีรษะลงมาบนไหล่ของเขาอย่างไร้การป้องกันตัว และสัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือตอนที่พวกเขากุมกันไว้โดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบของความเห็นใจ แต่มันคือความชัดเจนบางอย่างที่สลักลงไปในความรู้สึกของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ
เขาไม่อยากให้ทิวาเป็นแค่ "ผู้รับเหมา" ที่ต้องร่วมงานกันจนจบโปรเจกต์แล้วแยกย้าย
ความคิดนั้นหนักแน่นเสียจนภูวดลต้องเม้มปากแน่น เขาไม่ใช่คนหวานเลี่ยนที่จะมาบอกรักโต้งๆ หรือทำอะไรชวนเลี่ยน แต่เขารู้ว่าตัวเองทนไม่ได้หากวันหนึ่งจะต้องมองดูรอยยิ้มกวนๆ นี้ไปเป็นของคนอื่น
"วันนี้ตอนเที่ยง ผมจะเลี้ยงข้าว" ภูวดลเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้คนที่กำลังก้มหน้าเก็บเครื่องมือช่างถึงกับชะงัก
ทิวาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ ดวงตาสองสีทอประกายระแวดระวัง "คุณเนี่ยนะจะเลี้ยงข้าวผม? โดนเหล้าเมื่อคืนตกค้างในสมองหรือไง ถึงได้ใจดีแปลกๆ"
"ผมพูดคำไหนคำนั้น เลิกงานตอนเที่ยง เจอกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย ห้ามเบี้ยว" สั่งเสร็จ ภูวดลก็หมุนตัวเดินหนีทันที ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนยืนพรีเซนต์งานให้ลูกค้ารายใหญ่เสียอีก
ทิวายืนมองแผ่นหลังกว้างที่เดินลับตาไปอย่างงุนงง มือเรียวยกขึ้นเกาหัวตัวเองเบาๆ "เป็นบ้าอะไรของเขาอีกวะ..." มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงช่วงสาย เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสนามของกรณ์ดังขึ้น วิศวกรหนุ่มกดรับสายพรางตอกะเกลือสำรวจแบบแปลนไปด้วย แต่ไม่ทันที่กรณ์จะได้เอ่ยปากทักทาย ปลายสายก็สวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนผิดวิสัย
"ไอ้กรณ์! มึงอยู่ไหนวะ หน้าไซต์งานเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ทิวาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเพื่อนสนิท
"เกิดอะไรขึ้นวะไอ้กร หน้าตาตื่นมาเชียว" ทิวารีบถาม น้ำเสียงเริ่มตึงเครียดตาม
กรณ์วางโทรศัพท์มือถือลง สีหน้าย่ำแย่จนปิดไม่มิด "ผู้ลงทุนรายใหญ่... คนที่ถือหุ้นใหญ่สุดของโปรเจกต์นี้ เขาบินตรงมาจากต่างประเทศแบบไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ตอนนี้... ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าสำนักงานสนามของเราแล้ว!"
ทิวานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่สมองจะประมวลผลได้ว่านั่นหมายถึงหายนะขนาดไหนสำหรับผู้รับเหมาหน้าใหม่แบบเขา แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าออกจากห้องทำงานเพื่อไปรับหน้าบุคคลสำคัญ เสียงเคาะประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลสั่งตัดเนี๊ยบกริบ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที และเมื่อทิวาเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของนักลงทุนรายใหญ่... แต่เป็นเพราะใบหน้านั้นเขาคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าใคร
"สวัสดีครับคุณทิวา... หวังว่าผลงานของคุณ จะสมบูรณ์แบบสมราคาคุยเหมือนที่สถาปนิกส่วนตัวของผมรายงานไว้นะครับ"
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ
สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 18
เช้าวันใหม่กับความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้น
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!