“ดูท่า... ความชัดเจนที่คุณอยากให้ผมเห็นวันนี้ จะมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไปนะครับคุณภูวดล”
เสียงทุ้มต่ำของทิวาดังขึ้นตัดผ่านเสียงอึกทึกครึกโครมของเครื่องจักรหน้าไซต์งานคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประโยคทิ้งท้ายจากค่ำคืนก่อนยังคงลอยวนอยู่ในห้วงความคิดของสถาปนิกหนุ่ม แต่ในความเป็นจริงยามบ่ายนี้ ปัญหาตรงหน้ากลับร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิกลางแดดเดือนเมษายนเสียอีก
กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมน้ำหมาดๆ และเสียงตะโกนสั่งงานดังระงมบริเวณชั้นแปด โครงสร้างเสาหลักโซนทิศใต้เกิดรอยร้าวเฉียงผิดรูปอย่างน่ากลัว น้ำหนักของคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ถูกเททับก่อนกำหนดเนื่องจากความผิดพลาดในการประสานงาน ทำให้แนวคานเกิดการแอ่งตัวจนน่าตกใจ วิศวกรหน้างานอย่างกรณ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาพวกเขาด้วยเหงื่อท่วมตัว
“ภู! ทิว! แย่แล้ววะ น้ำหนักโหลดเกิน แนวคานตรงนี้ทรุดตัวลงมาสามเซ็นต์แล้ว ถ้าค้ำยันไม่รับแรงตอนนี้ มีหวังพังลงมาทั้งยวงแน่!”
กรณ์ละล่ำละลักบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แว่นตาหนาเตอะฝ้าขึ้นด้วยไอความเครียด ภูวดลในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสวมหมวกนิรภัยสีขาวก้าวฉับเข้าไปประชิดเสาต้นปัญหาทันที ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นกวาดมองรอยปริแยกของปูนด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคม สมองประมวลผลคำนวณโครงสร้างอย่างรวดเร็ว สีหน้าของสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม
“ไม่ได้การ... ถ้าสั่งรื้อตอนนี้โครงสร้างข้างเคียงจะรับแรงดึงไม่ไหว เสียเวลาไปอีกสามเดือนแถมงบพุ่งแน่” ภูวดลพึมพำกับตัวเองด้วยความหัวเสีย นิ้วเรียวผลักกรอบแว่นขึ้นอย่างกระวนกระวายใจเล็กน้อย
“รื้อบ้าอะไรเล่าคุณ! ถ้ามัวแต่คำนวณทฤษฎีซังกะบะตอนนี้ ตึกได้ถล่มทับหัวคนงานตายห่าพอดี!”
เสียงห้าวห้วนที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาทันที ทิวาก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนาของสถาปนิกหนุ่มและผู้รับเหมาปากหมาเกือบจะชนกันบนพื้นผิวปูนที่ยังไม่แห้งดี ทิวาถอดหมวกนิรภัยออกปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองรอยร้าวแล้วหันมาสบตาภูวดลนิ่ง ไม่มีแววหวาดกลัว มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและความเชื่อมั่นที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น
ภูวดลชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น แม้จะอยากเถียงกลับใจจะขาดเพราะอีกฝ่ายชอบขัดคอเขาอยู่เรื่อย แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เขากลับรู้ดีว่า... มีเพียงผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่อ่านใจและตามความคิดของเขาได้ทัน
“แล้วคุณจะเอายังไงล่ะครับผู้รับเหมามือหนึ่ง” ภูวดลเค้นเสียงถามลอดไรฟัน พยายามซ่อนความหวั่นไหวที่ถูกกระตุ้นด้วยความใกล้ชิดอันกะทันหัน
“ไม่ต้องพูดมาก ทำตามที่ผมสั่งก็พอ” ทิวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มกวนประสาทที่มักทำให้ภูวดลอยากจะฟาดย้อนสักที แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทิวากลับส่งสัญญาณมือให้คนงานเตรียมแม่แรงไฮดรอลิกขนาดใหญ่สี่ตัวเข้าประชิดจุดวิกฤตทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำสั่งซ้ำซ้อน
“กรณ์! ไปเอาเหล็ก H-Beam มาสองท่อน เสียบเข้ามุมรับแรงเฉือนตรงฐานเสาเดี๋ยวนี้!” ทิวาออกคำสั่งเสียงดังฟังชัด
“รับทราบ!” กรณ์พยักหน้ารัวๆ แล้วหันไปตะโกนสั่งลูกน้องทันที
ภูวดลมองการตัดสินใจของทิวาก็เข้าใจแผนงานได้ในพริบตาเดียว การเสริมเหล็ก H-Beam เพื่อกระจายน้ำหนักร่วมกับแม่แรงไฮดรอลิกค้ำยันชั่วคราว คือวิธีที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดในการหยุดยั้งการทรุดตัว โดยที่สถาปนิกหนุ่มไม่ต้องเอปากอธิบายแผนสองให้เสียเวลาเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งคู่ประสานงานกันราวกับซักซ้อมกันมาเป็นร้อยรอบ ทิวารับหน้าที่สั่งการหน้างานและควบคุมแรงงานด้วยความเด็ดเดี่ยว ส่วนภูวดลใช้ตลับเมตรและแท็บเล็ตคำนวณพิกัดจุดรับน้ำหนักที่แม่นยำส่งสัญญาณมือบอกตำแหน่งให้ทิวาปรับระดับแม่แรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ซ้ายอีกสองมิลลิเมตร!” ภูวดลตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องจักร
ทิวาพยักหน้ารับ สั่งคนงานหมุนแม่แรงปรับระดับตามคำบอกอย่างแม่นยำ ไม่มีความลังเล ไม่มีความผิดพลาด เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคายของทั้งสองคน เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยฝุ่นปูนและหยดเหงื่อ แต่ไม่มีใครถอยหลังหนีออกจากจุดอันตรายเลยแม้แต่ก้าวเดียว
ผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานราวกับสิบชั่วโมง เสียงลั่นเปรี๊ยะของโครงสร้างปูนก็หยุดลง น้ำหนักถูกถ่ายเทลงสู่เหล็ก H-Beam และแม่แรงไฮดรอลิกอย่างมั่นคง รอยร้าวหยุดขยายตัวอย่างสิ้นเชิง
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วบริเวณ บรรดาคนงานต่างพากันปาดเหงื่อและส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ กรณ์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างหมดแรง
กลางความวุ่นวายของการเคลียร์พื้นที่ ทิวาหันกลับมามองหน้าภูวดล ระยะห่างระหว่างพวกเขามีเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ทิวายกมือขึ้นปาดคราบฝุ่นปูนที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มใสของสถาปนิกหนุ่มออกให้อย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสผิวเนียนแผ่วเบา ทำเอาภูวดลสะดุ้งเฮือก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
“ทำงานร่วมกัน... รู้ใจขนาดนี้... ไม่คิดจะเปลี่ยนใจมาเป็นแฟนผมจริงๆ เหรอครับคุณสถาปนิก” ทิวากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาล้อเลียนแต่แฝงความจริงจังไว้อย่างเต็มเปี่ยม
ภูวดลหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู มือเรียวปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างเก้อเขิน ปากแข็งตามนิสัยเดิมทันที “เพ้อเจ้ออะไรของคุณครับ หน้างานเพิ่งรอดพ้นจากหายนะนะ!”
“ปากแข็งไปเถอะครับ ระวังเถอะ... สักวันผมจะทำให้คุณยอมสารภาพออกมาเอง” ทิวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
ก่อนที่ภูวดลจะทันได้ตอกกลับคำพูดกวนประสาทนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงปรบมือแปะๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของโครงสร้างเสา
“ยอดเยี่ยมมากครับ... แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้สมบูรณ์แบบสมกับที่เป็นทีมงานเกรดพรีเมียมของโครงการนี้”
ทั้งคู่ชะงัก หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องเหยื่อ
“คุณธน ธีรภัทร...!” ภูวดลอุทานชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจระคนแปลกใจ
ธน นักลงทุนรายใหญ่และเจ้าของโปรเจกต์ร้อยล้านคนนี้ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาสีเข้มกวาดมองรอยร้าวที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ใบหน้าของภูวดลด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
“พอดีผมแวะมาตรวจไซต์งานกะทันหัน... และดูเหมือนผมจะมาทันเห็น ‘ฉากรักร่วมใจ’ ของพวกคุณพอดีสินะครับ” ธนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบ “แต่ปัญหาร้ายแรงระดับนี้... เกิดจากความประมาทในการคำนวณหรือจงใจปกปิดข้อมูลกันแน่ครับ คุณภูวดล?”
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงทันที ภูวดลหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าความลับเรื่องความผิดพลาดของการส่งมอบแบบแปลนกำลังจะถูกขุดคุ้ย ทิวาขยับตัวเข้ามาบังหน้าสถาปนิกหนุ่มไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังนักลงทุนหนุ่มผู้มาใหม่ทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังไต่ระดับความเดือดร้อนนี้ด้วยกันนะครับ!
สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 10
ประลองฝีมือหน้างานจริง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!