สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา•ตอนที่ 14

แผนดินไหวจำลองของหัวใจ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงตะโกน "ระวัง!" ของกรณ์ดังลั่นสะท้อนก้องโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสามของไซต์งาน จนแทบกลบเสียงเครื่องมือช่างทุกชนิดในบริเวณนั้น ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายที่เศษคานไม้เนื้อแข็งน้ำหนักร่วมร้อยกิโลกรัมกำลังร่วงหล่นลงมาจากรอกยกของด้านบน ทิวากลับไม่ได้ยินเสียงเตือนนั้นด้วยซ้ำ สมาธิทั้งหมดของเขากำลังจดจ่ออยู่กับการตรวจแนวท่อประปาหน้างาน จนกระทั่งเงาดำทึบขนาดใหญ่ทาบทับลงมาพร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ลำตัว ร่างของสถาปนิกหนุ่มผู้เนียบกริบอย่างภูวดลไม่ได้ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ อย่างที่เคยเป็น เขาทิ้งศักดิ์ศรีและความถือดีทุกอย่างในฐานะหัวหน้าสถาปนิก พุ่งทะยานเข้ามาด้วยสัญชาตญาณดิบล้วนๆ สองแขนแข็งแกร่งคว้าเอวบางของทิวากระชากหลุดจากรัศมีอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงจากการพุ่งตัวทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งไปบนพื้นปูนขัดมัน ฝุ่นผงปูนซีเมนต์ฟุ้งกระจายตลบอบอวล ท่ามกลางเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวเมื่อคานไม้กระแทกพื้นเข้าอย่างจังห่างจากจุดที่พวกเขานั่งอยู่ไม่ถึงคืบ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก ทิวารู้สึกได้ถึงความเจ็บแปล๊บที่ข้อศอกจากการครูดกับพื้น แต่ความเจ็บนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสัมผัสแน่นหนาที่โอบรอบเอวของเขาอยู่ ภูวดลทาบทับร่างลงมาครึ่งตัว แขนอีกข้างใช้ยันพื้นปูนไว้เพื่อแบ่งเบาน้ำหนักไม่ให้ทับลงมาเต็มแรง ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์ปั้น อยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวาดผวา ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันตามสไตล์ปากแข็งของเจ้าตัว "นายมันซุ่มซ่ามหรือสมองเสื่อมกันแน่ฮะทิวา! หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินเสียงคนตะโกนเตือน!" เสียงทุ้มต่ำตวาดแหวใส่ทันทีที่สติกลับคืนมา แต่เสียงนั้นสั่นพร่ากว่าปกติเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็คงไม่ทันสังเกต ทิวาย่นคิ้วด้วยความเจ็บใจ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้จากอุบัติเหตุเฉียดตาย แต่ปากเจ้ากรรมก็ไม่เคยยอมลงให้ใครอยู่แล้ว ผู้รับเหมาหนุ่มสวนกลับทันควันโดยไม่สนว่าท่าทางของพวกเขาตอนนี้จะแนบชิดกันขนาดไหน "แล้วใครใช้ให้คุณพุ่งมาทับผมเล่า! ถึงไม่มีคุณ ผมก็หลบพ้นน่า..." ทิวาเถียงเสียงแข็ง พร้อมกับพยายามดิ้นขัดขืนเพื่อจะดันอกอีกฝ่ายให้ออกไป แต่ยิ่งดิ้น แขนที่โอบรอบเอวของภูวดลก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก "หลบพ้น? ปากดีจริงๆ นะนายเนี่ย ตาโตเท่าไข่ห่านแต่ไม่ยอมมองข้างบนเลยหรือไง ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียว หัวนายคงแบะไปรวมกับเศษปูนตรงนั้นแล้ว!" ภูวดลเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหปนหวาดเสียว ระดับความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของกันและกัน กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นน้ำหอมจางๆ และกลิ่นอายฝุ่นผงก่อสร้างกลายเป็นบรรยากาศประหลาดที่ทำให้สติของคนทั้งคู่เริ่มพร่าเลือน ไม่ใช่แค่ความโกรธ... แต่มันมีบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนยิ่งกว่ากำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบงันนี้ ดวงตาของภูวดลเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของคนใต้ร่างโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นอย่างอวดดี ทิวาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าคำว่า 'เจ้านายกับผู้รับเหมา' หรือแม้แต่คำว่า 'คู่กัด' ไปไกลโข ร่างกายที่แนบชิดกันทุกสัดส่วนทำให้เขารับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่รัวเร็วไม่แพ้กัน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่การโต้เถียง ริมฝีปากที่เคยเปิดฉากปะทะคารมกันมานับครั้งไม่ถ้วน ตอนนี้กลับเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสายตาประสานกันนิ่งนาน บรรยากาศรอบข้างที่ควรจะวุ่นวายด้วยเสียงคนงานวิ่งเข้ามาดู กลับราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียงลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน ภูวดลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่วางอยู่บนพื้นเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้มา Adherent ความเนียบและฟอร์มจัดมาตลอดหลายเดือนกำลังจะพังทลายลงในพริบตา เขาก้มหน้าลงไปอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างบางเบาราวกับกระดาษแผ่นเดียว ทิวากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระֹดกระเด็นออกมานอกอก ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาถึงใบและใบหู ความรู้สึกต่อต้านหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกโหยหาประหลาดที่ดึงดูดให้เขารอคอย... รอคอยว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรต่อไป "เอ่อ... ะ... ภู... ทิว! พวกนายเป็นอะไรกันหรือเปล่าฟะ!" เสียงตะโกนแหบห้าวของกรณ์ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงปนฝุ่นปูนลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ กรณ์วิ่งหน้าตื่นถือประแจเลื่อนวิ่งเข้ามาในรัศมีสายตา พร้อมกับหยุดชะงักกึกอ้าปากค้างจนแทบกลืนกำปั้นลงไปได้ เมื่อเห็นสภาพของสถาปนิกหนุ่มสุดเนียบกำลังคร่อมทับผู้รับเหมาปากจัดอยู่บนพื้นกองเศษปูน ภูวดลสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความลนลาน ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาและหยิบสมุดแพลนงานขึ้นมาถือกลบเกลื่อนแทบไม่ทัน "อะ... ฉันไม่ได้เป็นอะไร! มองอะไรเล่ากรณ์ ทำงานกันต่อได้แล้วไซต์งานนะเว้ย ไม่ใช่สนามเด็กเล่น!" ภูวดลตวาดกลบเกลื่อนเสียงดังลั่น พยายามเดินหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนพิรุธ ทิวานั่งยันตัวลุกขึ้นตามมา ใบหน้าร้อนผ่าวไม่แพ้กัน เขายกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองแก้เก้อ พยายามซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมาที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้แผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินหนีไป "ไอ้ทิว... หน้าแดงแจ๋เลยนะมึง โดนคานไม้หล่นทับหัวหรือโดนอะไรทับวะเนี่ย หน้าตาแปลกๆ นะเรา" กรณ์หรี่ตามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับยื่นมือเข้าไปดึงเพื่อนให้ลุกขึ้นยืน "พูดมากน่าไอ้กรณ์ ไปเช็คดูรอกยกของโน่นเลย มันเกือบทำคนตายห่าอยู่แล้ว!" ทิวาแหวใส่กลบเกลื่อนความเขินอาย ก่อนจะหันไปมองทางที่ภูวดลเดินหนีไป ทว่า ในจังหวะที่ทิวากำลังจะก้าวเท้าเดินกลับไปจัดการงานตรงหน้า สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแปลนงานฉบับแก้ไขล่าสุดที่หล่นตกอยู่ใกล้กับกองเศษปูนที่เพิ่งร่วงลงมา มันไม่ใช่แปลนโครงสร้างทั่วไป แต่เป็นกระดาษบันทึกข้อความเขียนด้วยลายมือคุ้นตาของภูวดลที่มีโน้ตข้อความจดไว้ด้วยหมึกสีแดงอย่างประณีต และข้อความในนั้น... ไม่ใช่เรื่องการคำนวณโครงสร้างหรือวัสดุก่อสร้างอย่างที่ควรจะเป็น *...ต้องหาทางย้ายทิวาออกจากโซนเสี่ยงอันตรายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัวและไม่ต้องเสียฟอร์ม...* ทิวานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำเต้นรัวขึ้นมาอีกระลอกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่ออ่านข้อความบรรทัดถัดไปที่เขียนย้ำตัวโตๆ ไว้ริมกระดาษ *...เพราะถ้าไอ้หมอนี่เป็นอะไรไป... ฉันคงไม่มีวันทนเห็นไซต์นี้เสร็จสมบูรณ์ได้แน่...* ยังไม่ทันที่ทิวาจะได้ตั้งสติจากความลับที่ถูกเปิดเผยผ่านกระดาษแผ่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินในเวลานี้และสถานที่นี้ "แปลนฉบับนั้น... นายไม่ควรหยิบขึ้นมาอ่านเล่นนะ, คุณผู้รับเหมา" ทิวาสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียงทันที และพบว่าไม่ใช่แค่ภูวดลที่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่ยังมีร่างสูงโปรสง่าของชายหนุ่มอีกคนในชุดสูทเนียบกริบ—คนที่พวกเขาคิดว่าน่าจะอยู่ต่างประเทศในเวลานี้—กำลังยืนกอดอกยิ้มมุมปากส่งมาให้พวกเขาด้วยแววตาพราวระยับราวกับกำลังสนุกกับละครฉากใหญ่ —ไม่ใช่กรณ์... แต่เป็นคนที่พวกเขาคาดไม่เคยถึงที่สุด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้รับเหมาปากหมา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%