"หากแม่นางไป๋ยังคงทำหน้าตาถมึงทึงราวกับแค้นกันมาสามชาติแปดภพเช่นนี้ เกรงว่าสุราในไหของข้าคงจะเปรี้ยวเสียก่อนที่เราจะเดินทางไปถึงหุบเขาอสูรกลืนวิญญาณนะฃครับ"
หลี่มู่เหวินเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ดวงตาเรียวรีพินิจมองสตรีชุดขาวผู้เดินนำหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้บรรยากาศรอบตัวนางจะแผ่ไอเย็นเยือกที่สามารถแช่แข็งลำธารทั้งสายให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตา แต่จอมยุทธ์หนุ่มผู้กวนประสาทกลับทำราวกับตนเองกำลังเดินชมบุปผาในสวนหลังบ้าน
ไป๋หลินหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน นางไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง รัศมีกระบี่รอบกายสั่นระริกจนใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นบนพื้นถูกตัดขาดเป็นจุลจุล ปราณเมฆาเยือกแข็งพวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุหิมะขนาดย่อม
"หลี่มู่เหวิน หากท่านยังเอวาจาเหลวไหลไร้สาระอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะใช้กระบี่เมฆาโลกันตร์ตัดลิ้นท่านเสีย ก่อนจะโยนร่างไร้ค่าของท่านให้สุนัขป่าปราณโลหิตแทะเล่น" เสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยเจตจำนงฆ่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การขู่ขวัญ
หลี่มู่เหวินยกไหสุราขึ้นกระusจิบอึกใหญ่ รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "โหดเหี้ยมสมกับเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักเมฆาเยือกแข็งจริงๆ... แต่ก็น่าเสียดายนะฃครับ ใบหน้างดงามปานล่มเมืองเช่นนี้ หากวันๆ เอาแต่ทำหน้าเหมือนคนท้องผูก ระวังว่าชายหนุ่มคนใดในยุทธภพก็คงไม่กล้าเข้าใกล้เป็นแน่"
ฉับพลัน!
ประกายกระบี่สีครามพุ่งแหวกอากาศเข้าประชิดลำคอของหลี่มู่เหวินด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน ปลายกระบี่คมกริบหยุดอยู่ห่างจากผิวหนังแค่เพียงลมหายใจกั้น ไป๋หลินปรากฏกายเบื้องหน้าเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ แววตาของนางดุจดั่งกระบี่ที่ชักออกจากฝักเต็มไปด้วยความเยียบเย็น
"ท่านคิดว่าข้าล้อเล่นกระนั้นหรือ?" ไป๋หลินเอ่ยกระซิบ เสียงของนางเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำค้างกลางหิมะ
หลี่มู่เหวินไม่หลบเลี่ยง รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากปลายกระบี่เพียงนิดเดียว ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของนางอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าไม่เคยคิดว่าแม่นางล้อเล่น... แต่ข้าแค่มั่นใจว่า สตรีที่แบกความแค้นสิบปีไว้บนบ่า ย่อมไม่มีทางลงมือสังหารผู้ร่วมเดินทางคนเดียวที่จะช่วยให้นางลางสังหรณ์ใจรอดพ้นจากค่ายกลวิญญาณโลหิตเบื้องหน้าหรอก"
ร่างของไป๋หลินชะงักไปเล็กน้อย ประกายในดวงตาไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความว่างเปล่าดังเดิม นางหุบกระบี่เก็บเข้าฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้า สะบัดชายเสื้อหันหลังกลับทันทีโดยไม่เอ่ยคำใดอีก
"เดินต่อสิ ถ้าไม่อยากตายที่นี่" เสียงหวานแต่เย็นเยียบเอ่ยลอยมาตามลม
หลี่มู่เหวินยิ้มบางๆ เขาเดินตามหลังนางไปเว้นระยะห่างพอสมควร สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบกาย ป่าทึบเบื้องหน้าปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบสีเทาปนเขียว กลิ่นอายความตายลอยคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ นี่ไม่ใช่ป่าธรรมดา แต่เป็นเขตแดนรอยต่อระหว่างดินแดนมนุษย์กับหุบเขาอสูรกลืนวิญญาณ จุดหมายปลายทางที่สำนักเมฆาเยือกแข็งและพรรคมารโลหิตกำลังแย่งชิงสมบัติล้ำค่า
การเดินทางร่วมกันระหว่าง "จอมยุทธ์ผู้กวนประสาท" และ "นางเซียนผู้เย็นชา" หาใช่ความบังเอิญ หากแต่เป็นหมากกระดานที่สวรรค์และนรกจงใจขีดเส้นให้มาบรรจบกัน ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและฝีเท้าที่ย่างก้าวไปข้างหน้า สัญชาตญาณดิบของหลี่มู่เหวินกลับส่งเสียงเตือนภัยอย่างรุนแรง
เบื้องหลังหมอกหนาทึบนั้น... มีบางสิ่งกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
และมันไม่ได้มากันแค่เพียงลำพัง...
ฝ่ามือของหลี่มู่เหวินกระชับด้ามดาบไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมปลาบดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อ
ฉับพลัน ท้องนภายามโพล้เพล้ก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทั้งผืนป่าสั่นสะเทือน เลือดสีดำกลุ่มหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินเบื้องหน้า ปิดตายเส้นทางข้างหน้าและข้างหลังของพวกเขาทั้งสองคนในพริบตาเดียว!
"ระวังตัวด้วยนะฃครับแม่นางไป๋... ดูเหมือนแขกไม่速เชิญจะมาต้อนรับเราเร็ieกว่าที่คิดเสียแล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดและกวนประสาทบทนี้ด้วยนะครับ
เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา•ตอนที่ 2
กระบี่เย็นชา ปะทะ กวนประสาท
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
