กลิ่นอายความอับชื้นของคราบเลือดเก่าและกลิ่นเหล้าหมักราคาถูกลอยอบอวลอยู่ทั่วโรงเตี๊ยมร้างปลายทาง สรรพเสียงรอบกายเงียบงันราวกับความตายมาเยือน มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วไหลผ่านหลังคาผุพังลงมากระทบพื้นไม้กระดาน ดังเปาะแปะ... เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนับถอยหลังลมหายใจของคนใกล้ตาย
หลี่มู่เหวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนม้าตัวยาว มือข้างหนึ่งยกไหสุราขึ้นกระดกลงคออย่างไม่รีเวลาร้อนรน นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนเร้นประกายความเกียจคร้านเอาไว้ภายใต้แพขนตาสีเข้ม รอบตัวเขามีร่างของนักฆ่าชุดดำจากพรรคอสรพิษโลหิตนอนแน่นิ่งอยู่สามศพ ทุกรายคอหอยถูกปาดด้วยความเร็วที่แม้แต่ลมยังไม่ทันตั้งตัว เลือดสดๆ ยังคงไหลนองท่วมพื้นไม้ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งชวนคลื่นไส้
"ฝีมือการลอบสังเกตการณ์ของพวกเจ้าต่ำต้อยกว่าฝีมือการชงชาของเฒ่าแก่โรงเตี๊ยมเสียอีก... น่าอนาถแท้"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ ไร้ความเกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของหลี่มู่เหวินเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ทว่าในวินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลันราวกับถูกแช่แข็งในมหาสมุทรพายุหิมะ
*เปรี้ยง!*
บานหน้าต่างไม้เก่าแก่ถูกแรงกดดันมหาศาลซัดจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ พร้อมกับเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพเซียนนางหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่ในมือนาบติดกายวาววับสะท้อนแสงจันทร์ เจตంటฆ่าแผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณจนลมหายใจของหลี่มู่เหวินสะดุดไปชั่วขณะ
"บุรุษมักมากในรสสุรา... เจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงก้าวก่ายเส้นทางของสำนักเมฆาเยือกแข็ง"
สุ้มเสียงเยือกเย็นราวกับหลุดออกมาจากขุมนรกน้ำแข็งดังขึ้น ไป๋หลินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ดวงตาดุจหยกสลักจ้องมองมาที่เขาโดยปราศจากความรู้สึกใดๆ นางถือครองกระบี่เพลิงน้ำแข็ง ศาสตราวุธระดับปฐพีที่ปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมาจนหยดน้ำรอบตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกราว
หลี่มู่เหวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงและใบหน้าอันงดงามล่มเมืองแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้มของสตรีตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่เขากลับยกไหสุราขึ้นจิบรสชาติเผ็ดร้อนอีกครั้งอย่างใจเย็น
"แม่นางไป๋... ใจเย็นก่อนสิครับ การถือกระบี่พุ่งเข้ามาหาบุรุษยามวิกาลเช่นนี้ หากผู้อื่นมาเห็นเข้า เกรงว่าจะเข้าใจผิดคิดว่าแม่นาง... กำลังหลงเสน่ห์ในความหล่อเหลาของข้าจนตัวสั่นเสียอีก"
คำพูดกวนประสาททำให้คิ้วเรียวสวยของไป๋หลินขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางไม่พูดพร่ำทำเพลง ปลายกระบี่ในมือพลันสะบัดออก เกิดเป็นคลื่นกระบี่พายุหิมะพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของหลี่มู่เหวินในพริบตา ความเร็วระดับนี้รวดเร็วจนคนธรรมดาแทบมองไม่ทัน
แต่หลี่มู่เหวินหาใช่คนธรรมดา ร่างกายของเขาเอนไปด้านหลังอย่างงดงามราวกับใบบัวลู่ลม หลบคมกระบี่ที่เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงมิลลิเมตรเดียว ลมปราณเย็นเฉียบกรีดผิวแก้วจนแสบผิว
"วิชาดาบไร้ลักษณ์... หรือว่าเจ้าคือ 'กระบี่วรนุช' หลี่มู่เหวิน!" ไป๋หลินอุทานเบาๆ เมื่อเห็นกระบวนท่าหลบหลีกที่ไร้ร่องรอย
"โอ้ แม่นางรู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของข้าด้วยหรือครับ ช่างเป็นเกียรติแก่ดวงวิญญาณน้อยๆ ของข้าเสียจริง" หลี่มู่เหวินดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีพลังปราณอันดุดันระเบิดออกจากร่างเพื่อต้านทานแรงกดดันจากกระบี่เพลิงน้ำแข็งของนาง "แต่การทักทายด้วยคมกระบี่เช่นนี้ ออกจะรุนแรงเกินไปหน่อยกระมัง?"
"คนของพรรคอสรพิษโลหิตพวกนี้ มีธุระต้องสะสางกับข้า เหตุใดเจ้าจึงลงมือสังเคราะห์พวกมันจนหมดสิ้น?" ไป๋หลินถามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับระแวดระวังอย่างยิ่งยวด นางสัมผัสได้ว่าบุรุษผู้สวมชุดคลุมเก่าคร่ำคร่าผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่คารม ปราณภายในของเขาลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง
"พวกมันบังเอิญขวางทางเดินของสุราดีข้าต่างหากเล่าครับ" หลี่มู่เหวินยิ้มกริ่ม ก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า "อีกอย่าง ข้าไม่ชอบให้สตรีหน้าตาดีเช่นแม่นางต้องมาเปื้อนเลือดมือกับเดนนรกพวกนี้... ยกเว้นเสียแต่ว่า แม่นางจะสนใจมานั่งดื่มสุราแลกเปลี่ยนลมหายใจกับข้าสักจอกก่อน ค่อยว่ากันเรื่องอื่น ดีหรือไม่?"
"ไร้สาระ!" ไป๋หลินตวาดเสียงกร้าว ปราณเมฆาเยือกแข็งแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นไม้ของโรงเตี๊ยมถูกแช่แข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา นางวาดกระบี่เป็นวงกลมกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับร้อยดอกพุ่งตรงเข้าจู่โจมหลี่มู่เหวินทุกทิศทาง ปิดตายทุกเส้นทางหนี
หลี่มู่เหวินหรี่ตาลง รอยยิ้มขี้เล่นเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจัง เขาชักกระบี่เหล็กขึ้นมาจากฝัก เสียงคมเหล็กเสียดสีกับปลอกดัง *กริ๊ง!* กังวานบาดแก้วหู ปราณกระบี่พริ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไร้รูปแบบถูกปลดปล่อยออกมา ปะทะเข้ากับดอกบัวน้ำแข็งอย่างดุเดือดจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เศษไม้และเกล็ดน้ำแข็งกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ
การประมือกันเพียงชั่วพริบตา ทำให้ทั้งสองต่างฝ่ายต่างถอยหลังไปสามก้าว ไป๋หลินมองหลี่มู่เหวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่าจอมยุทธ์พเนจรผู้นี้จะมีฝีมือสูงส่งถึงเพียงนี้
ทว่า ในจังหวะที่ฝุ่นควันจากการปะทะเริ่มจางลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังขึ้นที่ด้านนอกโรงเตี๊ยม พร้อมกับเสียงหัวoาะอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังก้องกังวานทะลุกำแพงเข้ามา
"ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่า ศิษย์เอกสำนักเมฆาเยือกแข็งกับจอมกระบี่ไร้ลักษณ์จะมาสุมหัวกันอยู่ที่นี่... คืนนี้ เจ้าสองคน ไม่ต้องหวังจะได้เห็นตะวันรุ่งขึ้นอีกแล้ว!"
เงาร่างมหึมาของชายชราสวมหน้ากากอสูรโลหิตพังประตูหน้าเข้ามา พร้อมกับพลังปราณกดดันระดับทะลวงขอบเขตขั้นที่แปดที่แผ่พุ่งจนเสาโรงเตี๊ยมสั่นสะเทือน ไป๋หลินหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อตระหนักว่านี่คือ 'ราชันโลหิต' ผู้นำพรรคอสรพิษโลหิตที่นางตามล่ามาแรมเดือน
หลี่มู่เหวินหันไปสบตากับไป๋หลินที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยแม้สถานการณ์จะวิกฤตถึงขีดสุด เขาเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูนา
"ดูท่า... สุราจอกนี้ของข้า คงต้องเปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนลมหายใจกับแม่นางไป๋ เสียแล้วกระมังครับ?"
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของข้าเสมอมาครับ
เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา•ตอนที่ 1
หนึ่งจอกแลกเปลี่ยนลมหายใจ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
