*เคร้ง!*
ประกายไฟสีเงินยวงสาดกระเซ็นตัดผ่านความมืดมิดของหุบเขาพันปี ดุจดั่งดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ ร่างของหลี่มู่เหวินไถลถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกจมลงไปในพื้นหินแกรนิตจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายสุราหมักร้อยปีที่ซึมซับอยู่ในคราบเสื้อผ้าของเขา
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์หรี่ลงมองปลายกระบี่สีนิลที่จ่อตรงเข้ามาจากความมืด
"วิชาดาบเงาทมิฬแห่งพรรคโลหิตโลกันตร์... ดูท่าพวกมันจะไม่ยอมให้พวกเราเดินชมจันทร์กันตามลำพังเสียแล้วล่ะครับแม่นางไป๋" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่สถานการณ์เบื้องหน้าวิกฤตจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ
ไป๋หลินไม่ตอบคำถาม ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะยืนหยัดนิ่งสงบดั่งภูผา เปรมปรีดิ์ด้วยจิตสังหารที่เย็นเยียบจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบกายแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา นางมิได้หันไปมองสหายร่วมทาง ทว่ากระบี่เมฆาเยือกแข็งในมือกลับสั่นระริกส่งเสียงคำรามเบาๆ ตอบรับเจตจำนงแห่งการฆ่าฟันที่ถูกปลุกเร้า
"หุบปากแล้วเตรียมตัวตายเถอะ หลี่มู่เหวิน" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมเชือดเฉือนทุกสรรพสิ่ง "หากเจ้าตายที่นี่ ข้าคงต้องแบกศพเหม็นกลิ่นเหล้าของเจ้าออกไปเอง ซึ่งเป็นภาระที่น่ารำคาญยิ่งนัก"
"ฮ่าๆๆ! วาจายังคงคมคายเช่นเคยสมเป็นศิษย์เอกสำนักเมฆาเยือกแข็ง... เช่นนั้นวันนี้พวกเรามาดูกกันสักตั้ง ว่ากระบี่ของเจ้าหรือดาบของพวกมันจะเร็วกว่ากัน!"
สิ้นเสียงหัวเราะ เงาร่างนับสิบก็ทะยานออกมาจากยอดสนพันปี ราวกับฝูงกาฝรعةที่กระหายเลือด อกเสื้อของมือสังหารทุกนายปักตราสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์สีเลือด บรรยากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม ไอพลังชั่วร้ายแผ่ซ่านกดทับจนลมหายใจติดขัด
นี่คือการลอบโจมตีที่วางแผนมาอย่างรัดกุม เป้าหมายไม่ใช่แค่การขับไล่ แต่คือการ "กวาดล้าง" ไม่ให้เหลือแม้แต่เงา!
*ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!*
ลูกศรอาบยาพิษนับร้อยดอกแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่ดั่งห่าฝน หลี่มู่เหวินสะบัดข้อมือเบาๆ ไหสุราที่เหน็บอยู่ข้างเอวถูกซัดออกไปกระแทกเข้ากับคลื่นพลังปราณ เกิดเป็นม่านพลังหมุนวนปัดป้องลูกศรเหล่านั้นร่วงหล่นกราว
ทว่า นั่นเป็นเพียงแค่การลวงตา!
เงาดาบสายหนึ่งฟาดฟันแหวกม่านอากาศเข้ามาประชิดตัวในพริบตา ความเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ไร้ซุ่มเสียง ไร้ความลังเล เป้าหมายคือจุดตายบริเวณลำคอของหลี่มู่เหวิน
*ฉับพลันนั้นเอง!*
ร่างของไป๋หลินพลันหายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นเพียงภาพติดตา ดาบเล่มนั้นฟันผ่านความว่างเปล่า ขณะเดียวกัน เสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว *เคร้ง!* ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ไป๋หลินปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าหลี่มู่เหวิน ปลายกระบี่ของนางปัดป้องดาบมรณะไว้ได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด
"อย่าประมาท" ไป๋หลินกล่าวเสียงเย็น เย็นเสียจนหลี่มู่เหวินรู้สึกได้ถึงไอหนาวที่แผ่มาจากแผ่นหลังของนาง
"ข้าหาได้ประมาท เพียงแต่กำลังชื่นชมความงดงามยามเจ้าออกกระบวนท่าต่างหากเล่า" หลี่มู่เหวินเอ่ยหยอกเย้า แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด รอยยิ้มกวนประสาทก็ไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าคมคายนั้น
ทว่า ในแววตาคู่คมกลับปรากฏประกายแสงอันแหลมคมดั่งกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
"ดูเหมือนพวกมันจะส่ง ‘ยอดฝีมือสามภพ’ มาต้อนรับพวกเราจริงๆ เสียแล้ว... แม่นางไป๋ เห็นทีพวกเราต้องใช้ ‘เคล็ดวิชาประสานวิญญาณ’ ที่เจ้าเกนักเกหนานั่นแล้วกระมังครับ?" หลี่มู่เหวินกระซิบเสียงเบา ลมหายใจเริ่มติดขัดเนื่องจากแรงกดดันจากปราณรอบด้านที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ไป๋หลินเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวลังเลอยู่ชั่วขณะ เคล็ดวิชาประสานวิญญาณของสำนักเมฆาเยือกแข็งและเคล็ดวิชาดาบไร้ลักษณ์ของหลี่มู่เหวิน แม้จะทรงพลังถึงขั้นพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทว่ามันมีข้อแลกเปลี่ยนที่อันตรายยิ่งยวด นั่นคือการที่ผู้ใช้ทั้งสองต้องเปิดประตูจิตใจให้แก่กันอย่างไร้เงื่อนไข หากมีใครคนใดคนหนึ่งจิตใจหวั่นไหวหรือมีความลับปกปิด ทั้งสองจะถูกพลังปราณย้อนกลับเผาผลาญจนวิญญาณแตกสลาย!
"เจ้ามั่นใจในจิตใจของตนเองแค่ไหน หลี่มู่เหวิน?" นางถามเสียงเครียด สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของชายหนุ่มราวกับจะค้นหาความจริง
"ข้าเป็นเพียงจอมยุทธ์พเนจรผู้ไร้สำนึก เรื่องอื่นอาจไม่แน่ใจ..." หลี่มู่เหวินยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นทั้งจริงใจและทรงเสน่ห์อย่างประหลาด "แต่เรื่องที่จะปกป้องสตรีตรงหน้า... ข้าไม่เคยลังเลแม้แต่น้อยครับ"
หัวใจของไป๋หลินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานนับปีพลันสั่นคลอน
"ก็ได้... หากวันนี้เราต้องตายร่วมกัน ข้าจะยอมให้เจ้าแบกศพข้าไปดองเหล้าแทนก็แล้วกัน!"
สิ้นคำพูดของนาง พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะพันปีและปราณกระบี่สีทองอร่ามก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสาค้ำยันสวรรค์ ความหนาวเหน็บและไอความร้อนหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดเป็นคลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปโดยรอบ รัศมีร้อยลี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ต้นไม้ใบหญ้าต่างปลิวว่อนกลายเป็นจุล
เหล่ามือสังหารพรรคโลหิตโลกันตร์ที่พุ่งเข้ามาต่างใบหน้าถอดสี พวกมันสัมผัสได้ถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ฆ่าพวกมัน! อย่าให้มันร่ายกระบวนท่าสำเร็จ!" หัวหน้ามือสังหารแผדเสียงคำรามลั่น สั่งการให้ลูกน้องทั้งหมดเททะลักเข้าใส่ดั่งคลื่นมหาสมุทร
หลี่มู่เหวินและไป๋หลินประสานสายตากันเป็นครั้งสุดท้าย พลังปราณในร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ ดาบและกระบี่ในมือเปล่งประกายเจิดจ้าจนแสบตา
*ตูมมมม!*
แสงสว่างวาบพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดของหุบเขาพันปี ร่างเงาทั้งสองพุ่งทะลวงผ่านวงล้อมศัตรูราวกับสายฟ้าฟาด ทิ้งไว้เพียงรอยแยกมิติที่กำลังสลายตัวอย่างช้าๆ
ทว่า ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะหลุดพ้นจากเขตแดนสังหารนั้นเอง พื้นดินเบื้องหน้าก็ยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ ม่านพลังสีดำสนิทแผ่ขยายออกปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมดในพริบตา
"คิดจะหนีหรือ... หลานรักของตระกูลหลี่ และลูกสาวคนโตแห่งสำนักเมฆาเยือกแข็ง" น้ำเสียงแหบพร่าดั่งภูตผีปีศาจดังขึ้นจากใต้ผ้าคลุม พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่กดทับลงมาจนกระอักเลือด
หลี่มู่เหวินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาไหววูบเป็นครั้งแรกเมื่อได้ยินประโยคนั้น
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในยุทธภพนี้ด้วยกันนะครับ*
เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา•ตอนที่ 3
รอยร้าวในหุบเขาพันปี
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนึก กับสตรีผู้เด็ดหัวเมฆา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
