โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 24

บทที่ 24

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
คราบเลือดบนแผนที่หนังวัวผืนใหญ่แห้งกรังจนกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับรอยแผลเป็นของแผ่นดินที่ไม่เคยสมาน ตัวอักษรภาษาขอมโบราณที่จารึกเส้นทางลำเลียงเสบียงถูกนิ้วมือหนาของออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) กดทับจนข้อต่อขึ้นข้อขาวโพลน ภายในกระโจมบัญชาการรบที่อบอ้าวและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของดินปืนและสมุนไพรสด บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงหยดติ๋ๆ กระทบถาดทองเหลือง "หากเรายังดึงดันจะเคลื่อนทัพผ่านช่องเขาขาดในยามวิกาล เกรงว่ากองระวังหลังของพระเจ้าสุริวงศ์คงต้อนเราเข้าสู่ ‘ถุงเงิน’ เรียบร้อยแล้วขอรับ ท่านออกญา" เสียงทุ้มต่ำของนายกองทัพหน้าดังขึ้น ทำลายความเงียบ ทว่าสายตาของทัพยังคงจดจ้องอยู่ที่จุดยุทธศาสตร์บนแผนที่โดยไม่กะพริบ "ความตายมิได้น่ากลัวเท่ากับการที่เราเดินไปให้ศัตรูหัวเราะเยาะถึงหน้าประตูบ้านหรอกนะท่านทนายความ" ทัพเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววเหนื่อยล้าแต่ทว่าเด็ดเดี่ยว "พระเจ้าสุริวงศ์ไม่ใช่แม่ทัพที่จะปล่อยให้เราตั้งค่ายพักแรมได้ถึงสองราตรีโดยไม่ส่งของขวัญมาทักทาย... บัวแก้ว อาการของคนเจ็บทางปีกขวาเป็นอย่างไรบ้าง" แม่หญิงบัวแก้วเงยหน้าขึ้นจากสำรับยาหม้อใหญ่ที่กำลังเคี่ยวจนส่งกลิ่นฉุน ใบหน้าของนางมอมแมมไปด้วยเขม่าควันและคราบเหงื่อ แต่แววตากลับสุกใสและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชายชาตรี นางวางผ้าชุบน้ำลงบนขันสำฤทธิ์อย่างเบามือ "ยาแก้พิษแผลจากลูกศรอาบยาชาหมดไปครึ่งหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ... พวกมันใช้ยางนองจากป่าลึก ออกฤทธิ์กัดกินเนื้อเยื่อจากภายนอกสู่ภายใน หากท่านทัพคิดจะบุกตีตลบหลังในคืนนี้ ข้าเกรงว่าทหารเจ็บค่อนกองพันจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวระหว่างทาง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมด้วยความเป็นมืออาชีพ นางปรายตามองรอยแผลเป็นบนแขนเสื้อของทัพที่ซึมด้วยคราบโลหิตจางๆ "รวมถึงตัวท่านเองด้วย ออกญา... เลิกฝืนสังขารแล้วนั่งลงให้ข้าดูแผลเสียเถิด" ทัพแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือขึ้นปัดปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจนัก "แผลแค่นี้... ยังไม่เท่าความเจ็บปวดของราษฎรอยุธยาที่ถูกเผาเรือนในยามนี้หดอกแม่หญิง" ในห้วงความคิดของทัพ ภาพเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญบ้านเรือนเมื่อหลายปีก่อนยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงกรีดร้องของมารดาและน้องสาวในกองเพลิงยังคงตามหลอกหลอนทุกคราที่เขากำดาบ มันคือแรงผลักดัน และในขณะเดียวกันก็คือโซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณเขาไว้กับสงครามล้างแค้นครั้งนี้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้ากระโจม ตามด้วยทหารยามวิ่งหน้าตื่นเข้ามากราบลงกับพื้นจนตัวสั่นเทา "กราบเรียนท่านออกญา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... หน่วยสอดแนมของเราที่ส่งไปซุ่มดูเชิงที่ริมแม่น้ำป่าสัก พบ... พบธงชัยของกองทัพหลวงฝ่ายศัตรู แต่ทว่า..." ทหารนายนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พวกมันไม่ได้ยกทัพมาทางบกขอรับ..." ทัพขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนโต๊ะสนามแทบคว่ำ "ว่าอย่างไรนะ? ไม่มาทางบก แล้วมาทางไหน!" "พวกมัน... ล่องแพไม้ไผ่มาตามกระแสน้ำเชี่ยวกรากในยามวิกาล พร้อมกับจุดคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาว ตอนนี้หัวเรือรบของพวกมันอยู่ห่างจากค่ายของเราไม่ถึงสิบลีลาศแล้วขอรับ!" ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วกระโจมบัญชาการ ในขณะที่บัวแก้วรีบคว้าห่อเครื่องมือแพทย์และมีดสั้นคู่ใจเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว ทัพสูดหายใจเข้าลึกระงับความตกใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองแผนที่อีกครั้งด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างโชกโชน "ฉลาดนัก... พระเจ้าสุริวงศ์ใช้กระแสน้ำหลากเป็นเกราะกำบังเสียงฝีเท้า และใช้คบเพลิงลวงตาให้เราคิดว่ามันคือกองทัพใหญ่ แต่แท้จริงแล้ว..." ทัพหันไปออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "จุดพลุสัญญาณเตือนภัยทั้งสี่มุมค่าย! ให้พลธนูเตรียมพร้อมบนเชิงเทินทันที! ใครขยับหนีถือว่าละทิ้งหน้าที่ ตัดหัวเสียบประจาน!" กระแสลมยามวิกาลพัดโชยกลิ่นไอควันไฟและกลิ่นอายความตายเข้ามาประทะนาสิก ทัพก้าวออกมาที่หน้ากระโจม เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามืดมิดที่มีหมู่ดาวพราวแสง ราวกับกำลังท้าทายกับชะตากรรมที่เบื้องบนขีดเขียนไว้ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุขึ้น เสียงกลองศึกฝ่ายตรงข้ามก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ไม่ใช่เสียงกลองจากกองทัพเรืออย่างที่ทหารรายงาน... แต่เป็นเสียงกลองศึกที่ดังมาจาก *ด้านหลัง* ค่ายของพวกเขาเอง! ทัพชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง *ด้านหลัง?*... เป็นไปไม่ได้! ด้านหลังคือหน้าผาสูงชันและป่าทึบที่ไม่มีทางที่กองทัพใดจะยกผ่านด่านมาได้ เว้นเสียแต่ว่า... ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงาไม้ในระยะประชิด แสงไฟจากคบเพลิงวูบไหวสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคาย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของกษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งแดนเหนือ "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... สหายเก่า" พระเจ้าสุริวงศ์ตรัสด้วยพระSuraนุ่มนวล ทรงถือดาบอาญาสิทธิ์ชุ่มโลหิตพาดบ่า ในขณะที่ทหารรักษาพระองค์นับร้อยนายปิดล้อมกระโจมของทัพไว้หมดสิ้นแล้ว ทัพชักดาบออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบฝักดังบาดแก้วหู ดวงตาคู่คมจ้องมองกษัตริย์ศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว แม้รู้ดีว่าเวลานี้... พวกเขาตกอยู่ใน "ถุงเงิน" ของจริงเสียแล้ว ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอันดุเดือดนี้มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%