กลิ่นคาวเลือดและควันดินปืนยังไม่ทันจางหายจากทุ่งโลหะ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมราวกับยมทูตกำลังเดินตรวจแถว
ร่างที่ก้าวลงมาจากหลังม้าท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าทหารหาญ ไม่ใช่ผีสางเทวดาที่ไหน หากแต่เป็น "ออกหลวงเดชอุดม" นายกองผู้เคยร่วมรบเคบ่าเคียงไหล่ แต่วันนี้ ใบหน้าครึ่งซีกของเขากลับมีรอยแผลเป็นลากยาวน่ากลัวจากหน้าผากจรดคาง ดวงตาข้างหนึ่งขุ่นมัวราวกับผ่านนรกมาแล้วทั้งเป็น
"แปลกใจอันใดกันหรือท่านทัพ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงมีดกรีดกระจก "คิดว่าข้าฝังอยู่ใต้ซากวัดพระศรีสรรเพชญ์ไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อคราวก่อนโน้นแล้วกระนั้นหรือ"
ออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) ยืนนิ่งอยู่บนหลังม้า มือที่กำด้ามดาบชุ่มเหงือกจนลื่น แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยแผลฉกรรจ์จากศึกหน่วงเหนี่ยวเมื่อยามดึก แต่อะดรีนาลีนในตัวกลับพุ่งพล่านยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สมองอันเฉียบคมของแม่ทัพหนุ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า กองกำลังเสริมที่เพิ่งยกมาหาใช่กองทัพกู้ชาติอย่างที่ภาวนาไม่ แต่มันคือหมากกลของพระเจ้าสุริวงศ์ที่ส่งมาปิดบัญชีโดยแท้
"ข้าเพียงแต่เสียดาย..." ทัพตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ลมหายใจจะติดขัดด้วยพิษบาดแผลที่สีข้าง "คนตายไปแล้ว เหตุใดไม่ยอมนอนให้สนิท ไยต้องฟื้นคืนชีพมาเป็นสุนัขรับใช้ให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูล"
รอยแผลบนหน้าของออกหลวงเดชอุดมกระตุกวูบด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกมือขึ้นลูบรอยแผลนั้นช้าๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างน่าขนพองสเกล้า "เกียรติงั้นหรือ? เกียรติมันกินไม่ได้ท่านทัพ... พระเจ้าสุริวงศ์ทรงมอบชีวิตใหม่และแผ่นดินผืนใหม่ให้ข้า มากกว่าที่เจ้าพระยาอยุธยาเคยให้เสียอีก จงวางอาวุธลงเสียเถิด สภาพของเจ้าในยามนี้ แม้แต่เด็กถือดาบก็ปลิดชีพได้ ไม่ต้องเปลืองแรงข้าหดอก"
รอบกายทัพ ทหารในสังกัดที่เหลือรอดเพียงหยิบมือต่างหันมามองหน้ากัน ความหวังที่เคยเรืองรองเมื่อครู่มอดดับลงราวกับเทียนถูกลมพัด ทว่า ไม่มีใครถอยหลังสักก้าวเดียว แววตาสนับสนุนและภักดีฉายชัดในความมืดมิด ทหารเอกผู้หนึ่งพยายามจะก้าวออกมารับหน้าแทน แต่ทัพยกมือห้ามไว้เงียบๆ
ดวงตาคมกริบของทัพกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว พื้นที่ตรงนี้เป็นคอขวดระหว่างเนินดินกับซากกำแพงเมืองเก่า ทางหนีถูกตัดขาด กองกำลังของเดชอุดมมีจำนวนมากกว่าอย่างน้อยสามเท่าตัว การปะทะตรงๆ มีแต่ตายกับตาย ไร้หนทางชนะ
*แต่ทว่า... สงครามไม่ได้ตัดสินด้วยกำลังพลฝ่ายเดียวเสมอไป*
ทัพสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เริ่มฉีกขาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของแม่ทัพหนุ่ม เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้ออกหลวงเดชอุดมถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความระแวง
"เจ้าหัวเราะอันใด?" เดชอุดมถามเสียงเข้ม
"ข้าหัวเราะความโง่เขลาของเจ้าต่างหากเล่าเดชอุดม" ทัพกล่าวพร้อมกับค่อยๆ ลงจากหลังม้าอย่างช้าๆ ท่าทีสง่างามราวกับไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางปากเหวแห่งความตาย "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า พระเจ้าสุริวงศ์ผู้เจ้าเล่ห์ จะไว้ใจคนที่เคยทรุดเข่าต่อหน้าบัลลังก์อยุธยาอย่างเจ้า? การที่พระองค์ส่งเจ้ามาในแนวหน้าเช่นนี้... ไม่ใช่เพราะไว้ใจ แต่มันคือการส่งเจ้ามา 'ตายแทน' ต่างหากเล่า!"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าเป้าอย่างจัง ออกหลวงเดชอุดมชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาขุ่นมัวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แม้เขาจะเก็บอาการได้รวดเร็ว แต่ความลังเลชั่วเสี้ยววินัผลิตนั้นก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของทัพ
"อย่ามาพูดจายุแยง!" เดชอุดมคำราม ลั่นกระบี่ออกจากฝัก แสงจันทร์สะท้อนคมดาบวับวาว "ฆ่ามัน! เอาหัวมันมาสังเวยศึกนี้!"
สิ้นคำสั่ง กองโจรรับจ้างและทหารเดนตายพรูเข้าใส่ราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหาย
"ตั้งรับ!" ทัพตะโกนก้อง เสียงคำรามดุดันปลุกเร้าขวัญกำลังใจทหารที่เหลือให้ฮึดสู้เป็นครั้งสุดท้าย
การดวลเดือดถึงพริกถึงขิงระเบิดขึ้นท่ามกลางความมืด ทัพใช้ทักษะเชิงดาบอันเป็นเลิศและการอ่านทางการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ แม้ร่างกายจะบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลซึมย้อมอาภรณ์จนชุ่ม แต่ทุกย่างก้าวและการวัดดาบของเขากลับเฉียบคมและแม่นยำราวจับวาง เขาปัดป้องการโจมตีของทหารหน้าหอด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างซัดมีดสั้นเข้าปักอกศัตรูที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างไม่พลาดเป้า
ฝุ่นตลบอบอวล เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แม่หญิงบัวแก้วที่หลบอยู่แนวหลังพยายามเร่งมือทำแผลให้ทหารที่เจ็บหนัก พร้อมกับสอดส่องสายหาช่องทางหนีทีไล่ นางเห็นทัพกำลังตกเป็นเป้าโจมตีของยอดฝีมือถึงสามคนพร้อมกัน หัวใจของนางหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ทางด้านออกหลวงเดชอุดม ทนเห็นทัพยืนหยัดอยู่ไม่ได้ เขาพุ่งทะยานเข้าหาแม่ทัพหนุ่มด้วยตัวเอง คมกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่จุดตายหมายปลิดชีพในดาบเดียว
*เคร้ง!*
ประกายไฟสาดกระเซ็นเมื่อดาบประจำตัวของทัพรับแรงกระแทกไว้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้ทัพเซถอยหลังไปสามก้าว กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
เดชอุดมยิ้มเยาะ ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ "หมดฤทธิ์แล้วสินะ ออกญาเสนาภิมุขผู้เกรียงไกร ลาโลกนี้ไปเสียเถิด!"
เขายกกระบี่ขึ้นสูง หมายจะฟันลงมาปลิดชีพ
ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ทัพไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นกลับประกายแสงวับวาวด้วยความเจ้าเล่ห์ ทัพแสร้งทำเป็นหมดแรง ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งราวกับพ่ายแพ้ แต่อาศัยจังหวะที่เดชอุดมก้าวเข้ามาประชิดตัวเพื่อเผด็จศึก ทัพใช้มือข้างที่ซ่อนไว้คว้าถุงผ้าใบน้อยที่บรรจุ 'ผงพริกผสมกำมะถัน' ซึ่งแม่หญิงบัวแก้วเตรียมไว้สำหรับยามฉุกเฉิน ปาเข้าใส่ใบหน้าของเดชอุดมเต็มแรง!
"อ้ะ! แสบตา!" เดชอุดมร้องลั่น สะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูด เอามือกุมใบหน้าด้วยความเจ็บปวดจากฤทธิ์ผงยาที่เข้าตาและแผลเป็น
ไม่รอให้โอกาสหลุดมือ ทัพรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นจากพื้น คมดาบพาดผ่านลำคอของออกหลวงเดชอุดมอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
ร่างของเดชอุดมแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะทรุดฮวบลงแทบเท้าของแม่ทัพหนุ่ม โลหิตสีแดงฉานไหลนองพื้นดินกลบเกลื่อนรอยเท้า
ทัพยืนหอบหายใจโยน ทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใช้ดาบยันร่างไม่ให้ล้มลง ทหารของเดชอุดมเมื่อเห็นแม่ทัพของตนสิ้นชื่อ ต่างพากันแตกตื่นขวัญหนีดีฝ่อ ถอยร่นไม่เป็นขบวน
ชัยชนะตกเป็นของฝ่ายทัพอย่างหวุดหวิด ท่ามกลางความตายและความเหนื่อยล้าเกินบรรยาย
ทัพหอบหายใจแรง พยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อจัดระเบียบทหาร ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งกำลังควบม้าเข้ามาใกล้จากเนินเขาเบื้องบน ร่างนั้นสวมชุดเกราะทองคำประดับลวดลายวิจิตร งดงามแต่ทรงอำนาจ
ม้าศึกหยุดยืนสงบนิ่ง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอดี
บุคคลบนหลังม้าค่อยๆ ถอดหมวกเหล็กออก เปิดเผยใบหน้าคมคาย รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตานิ่งสงบที่เปี่ยมด้วยความชื่นชมและเหยียดหยามในเวลาเดียวกัน ปรากฏชัดเจน
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่... ท่านออกญา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
ทัพเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวด
นั่นคือพระเจ้าสุริวงศ์... พระองค์เสด็จมาด้วยพระองค์เอง!
และก่อนที่ทัพจะได้ทันขยับตัว ตั้งรับหรือหยิบอาวุธ ธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกก็ถูกง้างขึ้นจากเหล่าทหารเงาที่ซุ่มอยู่รอบด้าน ปิดตายทุกเส้นทางหนี และปลายลูกศรทุกดอกล้วนพุ่งตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคมดาบและหอคอยแห่งความตายมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 16
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!