โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
คมดาบในมือของออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) สั่นระริกโดยไม่ต้องอาศัยแรงปะทะจากภายนอก ความหน็บหนาวไม่ได้มาจากสายลมยามค่ำคืนบนเชิงเทินเมืองพิจิตร หากแต่มาจากน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยพิษสงของชายลึกลับผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า "ไม่ได้พบกันนานนะ... ออกญาเสนาภิมุข" เงาร่างนั้นก้าวพ้นจากความมืดของซุ้มประตูค่าย ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่วับแวมสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคาย รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากไม่ได้สื่อถึงมิตรภาพ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้กุมไพ่เหนือกว่าในสำรับ ทัพหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ใบหน้านั้น... เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหู... ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กะเทาะเปลือกออกทีละน้อย "หลวงราชภักดี..." ทัพเอ่ยนามนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากเชื่อว่าสหายร่วมรบที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าดงกระสุนมาด้วยกัน จะมายืนอยู่ ณ ฝั่งตรงข้ามในฐานะ "ผู้ขายชาติ" "เจ้าคิดว่าศึกนี้มีแค่เจ้ากับไอ้กษัตริย์นั่นหรือ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนขายแผนที่ลับนี้ให้กับทางเหนือตั้งแต่วันแรก" หลวงราชภักดีหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของนายทหารรอบกาย ทัพนิ่งงันไปชั่วขณะ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียทหารหาญนับพันในยุทธภูมิรอบก่อนไหลย้อนกลับมาดั่งกระแสน้ำวน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ทหารยามที่ยืนคุ้มกันต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ความไว้วางใจที่เคยมีต่อกันพังทลายลงในพริบตา ทัพสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะที่พลุ่งพล่าน เขารู้ดีว่าหากขาดสติในเวลานี้ กองทัพอยุธยาจะพินาศย่อยับด้วยน้ำมือของคนใกล้ตัวยิ่งกว่าศัตรูภายนอก "เจ้าทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด... ศักดิ์ศรีของชายชาติทหาร เจ้าเอาไปแลกกับเศษเงินของพวกมันหรือ" ทัพเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่สนทนา ราวกับจะเฉือนร่างอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ "ศักดิ์ศรีหรือ?" หลวงราชภักดีแค่นAเสียงหัวเราะเยาะ "ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ออกญา... ในแผ่นดินที่กำลังจะล่มสลายนี้ มีเพียงผู้ที่เลือกข้างถูกเท่านั้นที่จะได้ครอบครองแผ่นดินใหม่ เจ้าต่างหากที่โง่เขลา ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ที่กำลังผุพัง จนมองไม่เห็นว่าอนาคตอยู่หนใด" ในขณะเดียวกัน ที่กระโจมพยาบาลสนามเบื้องล่าง แม่หญิงบัวแก้วกำลังง่วนอยู่กับการทำแผลให้ทหารบาดเจ็บ กลิ่นคาวเลือดและสมุนไพรคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ นางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของกองกำลังภายนอก เสียงฝีเท้าของทหารวิ่งพลุกพล่าน เสียงซุบซิบคุยกันด้วยความตื่นตระหนกทำให้นางสังหรณ์ใจไม่ดี "เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั้น" บัวแก้วเอ่ยถามพลทหารคนหนึ่งที่วิ่งผ่านหน้ากระโจม "ทะ... ฐานะการณ์ไม่สู้ดีครับแม่หญิง มีการหักหลังกันเกิดขึ้นในกองบัญชาการ... หลวงราชภักดีเปิดประตูค่ายรับทัพหน้าของพระเจ้าสุริวงศ์เข้ามาแล้ว!" พลทหารละล่ำละลักตอบด้วยใบหน้าซีดเผือด หัวใจของบัวแก้วกระตุกวูบ นางวางผ้าพันแผลในมือลงทันที มือเรียวบางคว้ามีดสั้นประจำตัวขึ้นมาซ่อนไว้ใต้ชายพก นางรู้ดีว่าหากทัพพลาดท่าในเกมการเมืองนี้ ทุกคนในค่ายแห่งนี้จะไม่รอดแม้แต่คนเดียว ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ กลับมาที่เชิงเทิน การเผชิญหน้าดำเนินมาถึงจุดแตกหัก หลวงราชภักดีไม่ได้มาเพียงลำพัง ด้านหลังของเขาปรากฏเงาร่างของทหารรับจ้างนับร้อยในชุดเกราะสีดำสนิท พร้อมที่จะเข้าจู่โจมทุกเมื่อ "เจ้าคิดว่าจะออกจากที่นี่ไปได้จริงๆ หรือ" ทัพถามเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับกระชับด้ามดาบในมือแน่นขึ้น พลังปราณและจิตสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างของแม่ทัพหนุ่มจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ข้าไม่ได้คิดจะหนี... ออกญาเสนาภิมุข" หลวงราชภักดีแสบยิ้มเหี้ยมเกรียม "แต่ข้ามาเพื่อส่งสาส์น... ว่าเกมนี้ เจ้าแพ้แล้ว" สิ้นคำพูดนั้น เสียงแตรศึกของกองทัพฝ่ายเหนือก็ดังสนั่นหวั่นไหวผ่าความเงียบยามวิกาลขึ้น พร้อมๆ กับเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นจากคลังเสบียงหลักของกองทัพอยุธยา แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ทัพเบิกเนือกว้างด้วยความตกใจ แผนการทั้งหมดถูกล่วงรู้... ไม่ใช่แค่เรื่องแผนที่ แต่รวมถึงจุดยุทธศาสตร์สำคัญทุกแห่ง ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะดิ่งลงสู่เหวลึก เสียงฝีเท้าหนักแน่นรอบทิศทางก็ดังขึ้น พร้อมกับธงศึกของกองกำลังปริศนาที่ชูขึ้นตัดกับแสงเพลิง สีหน้าของหลวงราชภักดีเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนผืนธงนั้น... มันไม่ใช่กองกำลังของพระเจ้าสุริวงศ์ และไม่ใช่ทหารของอยุธยา! "นั่นมัน... ธงของใครกัน?" หลวงราชภักดีพึมพำด้วยความตื่นตระหนก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ทัพหันไปมองตามสัญชาตญาณ และที่เบื้องหน้าท่ามกลางควันไฟและฝุ่นตลบ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มควัน สวมเกราะทองคำอร่ามตา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทัพคุ้นเคยดีกว่าใคร... พระเจ้าสุริวงศ์ทรงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง แต่ทว่า... พระองค์ไม่ได้มาเพื่อสมทบกับหลวงราชภักดี ทว่ากลับชี้ปลายหอกเข้าใส่หน้าของคนทรยศผู้นั้นโดยตรง! "ข้าไม่ชอบคนทรยศ... ยิ่งเป็นสุนัขที่ทรยศแม้กระทั่งมิตรของมันเอง ข้าก็ยิ่งไม่1ไว้ใจ" พระเจ้าสุริวงศ์ตรัสด้วยพระสุรเสียงกังวาน ทรงทอดพระเนตรมองหลวงราชภักดีด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะหันมาสบตากับทัพที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ไม่ไกล "ออกญาเสนาภหมุข... เรามาตกลงกันใหม่ดีกว่า ว่าหัวของสุนัขตัวนี้ สมควรจะเป็นของใครก่อนดี" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%