โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 42

บทที่ 42

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"หากเจ้าก้าวมาอีกเพียงก้าวเดียว คอของสหายรักเจ้าจะมิได้อยู่บนบ่าเป็นแน่ ออกญาเสนาภิมุข" สุ้มเสียงของพระเจ้าสุริวงศ์ทรงกังวานเย็นเยียบดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผ่นน้ำแข็ง ท่ามกลางเสียงโหยหวนของเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินค่ายหลวงฝั่งตะวันออก ทัพหยุดฝีเท้าลงทันควัน สองมือที่กำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ เบื้องหน้าของเขา... 'หมื่นขุนศึก' เพื่อนร่วมสาบานที่โตมาด้วยกันตั้งแต่ครั้งยังเป็นเพียงเด็กวัด ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า ปลายดาบอาบเลือดของพระเจ้าสุริวงศ์กดลึกลงบนผิวเนื้อบริเวณลำคอจนโลหิตสีชาดรินไหลเป็นทาง "ท่านกษัตริย์..." ทัพเค้นเสียงผ่านไรฟัน สายตาของเขามุ่งตรงไปที่ดวงตาคู่คมของศัตรูคู่อาฆาต "เล่นสงครามด้วยการจับตัวประกันเช่นนี้ หรือนี่คือวิถีแห่งวีรบุรุษที่ท่านเคยพร่ำสอนข้า" พระเจ้าสุริวงศ์แค่นหัวเราะ รอยยิ้มนั้นมิใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่เห็นกระดานหมากกระจ่างแจ้งจนถึงจุดจบ "วีรบุรุษคือผู้ที่เขียนประวัติศาสตร์ด้วยชัยชนะ ทัพเอ๋ย เจ้าเป็นแม่ทัพที่ฉลาดล้ำ แต่เจ้าพลาดไปเรื่องหนึ่ง... เจ้าเชื่อใจคนมากเกินไป จนลืมไปว่าในสนามรบ หัวใจที่อ่อนไหวคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด" ทัพจ้องมองเพื่อนรักที่สบตาเขากลับมา แม้ร่างของหมื่นขุนศึกจะสะบักสะบอมเพียงใด แต่แววตานั้นกลับสื่อสารชัดเจน—*อย่าสนข้า จงลงมือ* "ปล่อยเขาเสีย" ทัพกล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสกดดันมหาศาล "หากท่านต้องการหัวของข้า ก็จงเอาดาบของท่านมาแลก ไม่ใช่ใช้ชีวิตของชายผู้ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นเกราะป้องกันความขี้ขลาดของท่าน" "ขี้ขลาดหรือ?" พระเจ้าสุริวงศ์เลิกคิ้วสูง ก่อนจะตวัดดาบในมือกรีดลงบนแขนของหมื่นขุนศึกอย่างโหดเหี้ยม เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดของเพื่อนรักเปรียบดั่งมีดนับพันเล่มที่แทงลงกลางใจทัพ "ข้าเพียงแต่ต้องการให้เจ้าได้สัมผัสรสชาติของการสูญเสีย... สัมผัสความรู้สึกเดียวกับที่เจ้าเคยทำลายขวัญทัพของข้าในคืนที่แม่น้ำลพบุรีเดือดพล่านด้วยเลือด" ในจังหวะนั้นเอง ทัพสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ กองทหารข้างกายพระเจ้าสุริวงศ์ไม่ได้จ้องมองมาที่เขา แต่กลับเหลียวมองไปทางป่าละเมาะด้านหลังค่ายหลวงอย่างระแวดระวัง ราวกับกำลังรอคอยคำสั่งลับบางประการ *หรือว่านี่ไม่ใช่แผนการสังหาร? แต่เป็นการล่อให้เขาออกมาจากป้อมเพื่อเปิดทางให้บางสิ่ง?* ทัพพยายามรวบรวมสมาธิ สายตาเหลือบเห็นเงาร่างบางที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบอยู่บนยอดหอคอยที่พังทลาย—แม่หญิงบัวแก้ว เธอไม่ได้หนีไปตามที่เขาเคยสั่ง แต่เธอกำลังย่องเข้าใกล้จุดที่มือธนูของศัตรูแอบซุ่มอยู่ "ทัพ..." บัวแก้วกระซิบผ่านสายลม เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ทัพรับรู้ได้ทันทีว่าเธอเตรียมการบางอย่างไว้ที่คลังดินปืนใต้ดิน เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะปล่อยดาบในมือลงกับพื้นดิน เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารศัตรู "ท่านต้องการให้ข้าสยบยอมใช่หรือไม่? ได้... หากการที่ข้าก้มหัวลงจะช่วยรักษาชีวิตเพื่อนข้าได้ ข้าจะทำ" ทัพค่อยๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางดูอ่อนน้อมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน พระเจ้าสุริวงศ์ผ่อนลมหายใจอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ทรงก้าวเท้าเข้ามาหาทัพหมายจะใช้ดาบปลิดชีพแม่ทัพหนุ่มที่ไร้ทางสู้ในจังหวะที่ก้มหัวลง "เจ้าเลือกทางเดินได้ดีแล้ว ทัพ... ความตายของเจ้าจะเป็นตำนานที่ข้าจะจารึกไว้ในพงศาวดารแห่งกุงศรีอยุธยา" ทัพรอจังหวะนั้น... จังหวะที่พระเจ้าสุริวงศ์ก้าวเข้ามาในระยะที่เท้าของเขากระทบกับหินที่บัวแก้วทำเครื่องหมายไว้ เขาไม่ได้ก้มลงเพื่อยอมจำนน แต่เขากำเศษดินทรายและเถ้าถ่านซัดใส่ดวงตาของกษัตริย์ศัตรูด้วยความเร็วเหนือชั้น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าชาร์จด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า! "บัวแก้ว! เดี๋ยวนี้!" สิ้นเสียงคำราม แรงระเบิดมหาศาลจากคลังดินปืนใต้ดินก็ปะทุขึ้นราวกับแผ่นดินแยก พื้นดินใต้เท้าของพระเจ้าสุริวงศ์ทรุดฮวบลง ทัพไม่รอช้า พุ่งเข้าคว้าตัวหมื่นขุนศึกแล้วกระโจนหลบเข้าซอกกำแพงในเสี้ยววินาทีที่เปลวเพลิงสีส้มฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลืนกินทหารรายล้อมของศัตรูหายไปในกองเพลิง ความวุ่นวายโกลาหลเข้าครอบคลุมค่ายหลวง ทัพกอดสหายไว้แน่นในความมืดมิดของซากปรักหักพัง เสียงการต่อสู้เริ่มแผ่วลงเหลือเพียงเสียงไฟที่ปะทุ เขาหอบหายใจถี่ สายตามองหาพระเจ้าสุริวงศ์ในฝุ่นควัน แต่สิ่งที่พบกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ไม่ใช่ร่างของพระเจ้าสุริวงศ์ที่ปรากฏตัวขึ้นจากกลุ่มควัน... แต่เป็นกลุ่มทหารองครักษ์ชุดดำสนิทที่ไม่ใช่ทหารของพระเจ้าสุริวงศ์ และชายผู้เดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้น คือ 'ขุนศึกผู้ทรยศ' ที่ทัพเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในศึกป้อมปืนใหญ่เมื่อสามปีก่อน "ไม่ได้พบกันนานนะ... ออกญาเสนาภิมุข" ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ทัพต้องเย็นวาบไปถึงสันหลัง "เจ้าคิดว่าศึกนี้มีแค่เจ้ากับไอ้กษัตริย์นั่นหรือ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนขายแผนที่ลับนี้ให้กับทางเหนือตั้งแต่วันแรก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%