โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 12

หยาดเลือดแลกแผ่นดิน

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นดินปืนที่อบอวลปะปนกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ คือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสทุกส่วนของออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) ให้ตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด ไม่ใช่เสียงไก่ขัน ไม่ใช่แสงอรุณเบิกฟ้า ทว่าคือเสียงคำรามกึกก้องของมหาสงครามที่กำลังบดขยี้แผ่นดินอยุธยาให้แหลกเป็นจุล "ท่านออกญา! คลังเสบียงหลวงที่เพิ่งมอดไหม้ไปเมื่อคืน ทำให้เราเหลือข้าวสารในกองทัพไม่ถึงสามส่วนแล้วขอรับ! แถมกระสุนดินปืนก็... เหลือใช้ได้อีกไม่ถึงสองชั่วโมง!" นายทหารสื่อสารวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานในเต็นท์บัญชาการ ร่างกายของเขามีเขม่าควันดำเปรอะเปื้อนจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นผู้ใด ทัพเงยหน้าขึ้นจากแผนที่ยุทธศาสตร์ ดวงตาคมกริบที่ผ่านการผ่านศึกมาโชกโชนฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ปมในใจเรื่องการสูญเสียครอบครัวจากสงครามครั้งก่อนวาบขึ้นมาในอกราวกับถูกไฟแผดเผา แต่เขากลืนก้อนสะอื้นนั้นลงคออย่างรวดเร็ว ความอ่อนแอเป็นสิ่งที่แม่ทัพผู้กุมชะตากรรมคนนับหมื่นจะแสดงออกมาไม่ได้ *เพลิงไหม้ปริศนาเมื่อคืน... ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน* ทัพคิดในใจพลางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ข้างกายเขา แม่หญิงบัวแก้วกำลังงלוนอยู่กับการจัดการห้ามเลือดให้ทหารบาดเจ็บ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและคราบเลือด แต่นางไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว แม้เสียงปืนใหญ่ของฝ่ายศัตรูจะดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินสั่นสะเทือน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับทัพ ส่งสัญญาณเตือนผ่านสายตาที่แน่วแน่ว่า นางพร้อมสนับสนุนเขาจนถึงลมหายใจสุดท้าย "ถอยไม่ได้เป็นอันขาด" ทัพเอמהเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ชdนให้คนที่ได้ยินรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที "หากเราถอยตอนนี้ อยุธยาจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง ประชาชนนับแสนจะตกเป็นทาส ข้า ยอมตายคาคมดาบ ดีกว่าจะยอมเห็นแผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟโดยไม่สู้ให้ถึงที่สุด" เสียงโห่ร้องก้องกัมปนาทของกองทัพพระเจ้าสุริวงศ์ดังทะลุกำแพงค่ายเข้ามา ทัพคว้าดาบประจำกายขึ้นพาดบ่า ก้าวเดินออกจากเต็นท์บัญชาการเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่กำลังโถมเข้าใส่ สนามรบเบื้องหน้าคือภาพนรกบนดินอย่างแท้จริง เลือดสีแดงฉานนองเต็มท้องทุ่งราวกับสายธาร ทหารกล้าทั้งสองฝ่ายล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ร่างแล้วร่างเล่าทับถมกันจนกลายเป็นกำแพงเนื้อ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ปะปนกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ทัพควบม้าคู่ใจพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางวงล้อม ดาบในมือฟาดฟันศัตรูเบื้องหน้าด้วยความแม่นยำและดุดัน ทุกครั้งที่คมดาบตวัดผ่าน อากาศราวกับถูกกรีดด้วยความโกรธเกรี้ยว ทุกย่างก้าวที่เขาลุยไปข้างหน้า คือการแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเลือดของทหารกล้าที่ยอมพลีชีพเพื่อแผ่นดิน ในขณะเดียวกัน บนเนินเขาสูงเบื้องหน้า พระเจ้าสุริวงศ์ทรงประทับอยู่บนหลังม้าสีหมอก ทอดพระเนตรการสู้รบด้วยพระเนตรที่เยือกเย็นและลุ่มลึก พระองค์ทรงยกกล้องส่องทางไกลขึ้นทอดพระเนตรการรุกคืบของออกญาเสนาภิมุข มุมโอษฐ์ของกษัตริย์ผู้ชาญฉลาดแย้มยิ้มบางเบาด้วยความชื่นชมระคนสมเพช "ออกญาเสนาภิมุข... ท่านช่างเป็นแม่ทัพที่หาญกล้ายิ่งนัก น่าเสียดายที่ความจงรักภักดีของท่าน กำลังจะถูกฝังกลบไว้ ณ ทุ่งทานตะวันแห่งนี้" พระเจ้าสุริวงศ์ตรัสพึมพำกับแม่ทัพข้างกาย ก่อนจะออกคำสั่งเด็ดขาด "ระดมพลปืนใหญ่ทั้งหมด ยิงถล่มแนวหน้าของพวกมันให้ราบคาบ อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" เสียงคำรามของปืนใหญ่ฝ่ายศัตรูแผดเผาท้องฟ้า ลูกเหล็กขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศตกลงมากลางกองทัพของทัพ แรงระเบิดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นตลบอบอวล ทหารกล้าล้มตายลงในพริบตา ทัพถูกแรงระเบิดซัดจนกระเด็นตกจากหลังม้า ร่างกายกระแทกพื้นอย่างแรงจนจุกแน่น เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา "ท่านออกญา!" แม่หญิงบัวแก้วที่คอยดูแลหน่วยแพทย์สนามอยู่ไม่ไกล กรีดร้องสุดเสียง นางพยายามจะวิ่งเข้ามาช่วย แต่ทัพยกมือห้ามไว้ ดวงตาของเขายังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ เขายันกายลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทา มือข้างหนึ่งกุมดาบมั่น เลือดท่วมกายแต่ใจยังคงไม่ยอมแพ้ ทัพมองไปเบื้องหน้า เห็นกองทัพศัตรูที่ยกโขยงเข้ามาประชิดราวกับฝูงตั๊กแตน ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ เสบียงก็หมด ดินปืนก็ร่อยหรอ ชัยชนะดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยในสถานการณ์นี้ ทว่า ท่ามกลางความสิ้นหวังและลมหายใจที่รวยริน ทัพกลับได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าศึกจำนวนมหาศาลควบเข้ามาจากด้านหลัง ทิศทางที่ควรจะเป็นป่าทึบไร้ผู้คน ทัพขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัย หรือว่านี่คือทัพหนุน? แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ ใครกันที่จะกล้าส่งกำลังมาช่วยในสมรภูมิที่พ่ายแพ้แน่นอนแล้ว? ฝุ่นตลบคลุ้งเผยให้เห็นธงรบสีดำสนิทที่ไม่คุ้นตา โบกสะบัดท่ามกลางควันไฟ และผู้นำทัพที่ควบม้าอยู่หน้าสุด คือเงาร่างของบุคคลที่ทัพคิดว่า... ได้ตายตกไปตามระบอบสงครามครั้งก่อนแล้วอย่างแน่นอน! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านสมรภูมิเลือดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%