กลิ่นคาวเลือด คลุกเคล้ากับเขม่าดินปืน และกลิ่นไหม้เกรียมของเนื้อไม้ที่ถูกเผาไหม้จนดำเป็นตอตะโก คือบรรยากาศเดียวที่โอบล้อมทุ่งกว้างหน้าค่ายหลวงในยามนี้
"ท่านออกญา! ค่ายกลปีกกาที่เราวางไว้ถูกเจาะแตกเป็นเสี่ยงแล้วครับ!"
เสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกของนายกองทหารม้าดังแทรกเสียงคำรามของสรรพอาวุธ แต่ออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกตามทหารใต้บังคับบัญชาแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกเหล็กยังคงจดจ้องไปยังผืนธงรบสีดำสนิทที่โบกสะบัดอยู่ลิบๆ ท่ามกลางกลุ่มควันทึบ
ธงผืนนั้น... ไม่มีสัญลักษณ์ใดนอกจากรอยเปื้อนสีแดงคล้ายคราบโลหิต ประหนึ่งเงาสยดสยองที่หลุดออกมาจากขุมนรก
"ข้ารู้แล้ว ถอยไปตั้งรับที่แนวคูเมืองชั้นที่สองซะ" ทัพเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนคนฟังรู้สึกสงบลงได้บ้าง มือหนายังคงกำด้ามดาบคาบศิลาแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด ภาพเงาร่างบนหลังม้าตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าธงดำนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา แม้เวลาจะล่วงเลยมานานนับปี แต่วิญญาณที่ควรจะจมอยู่ใต้ก้นบึ้งของแม่น้ำสาละวินในสงครามครั้งก่อน กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นอย่างเย้ยหยัน
*มันยังไม่ตาย...*
ความคิดนั้นวิ่งวนอยู่ในหัวอกของแม่ทัพหนุ่ม มันคือความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความแค้น ความประหลาดใจ และความจริงอันโหดร้ายที่ว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงแผ่นดิน แต่มันคือการชำระสะงอกที่ยังค้างคา
ในเต็นท์กองบัญชาการสนามที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว กลิ่นอายของสมุนไพรและคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่น แม่หญิงบัวแก้วกำลังง่วนอยู่กับการทำแผลให้แก่พลทหารที่ถูกสะเก็ดระเบิด ใบหน้าหวานเลอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดินและหยดเหงื่อ แต่แววตาของนางเด็ดเดี่ยวและนิ่งสงบอย่างยิ่งในยามวิกฤตนี้
"ท่านทัพ..." บัวแก้วเงยหน้าขึ้นทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในเต็นท์ "ข้าได้ยินข่าวเรื่องธงดำ... จริงหรือที่ว่า..."
"จริง" ทัพตัดบทด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่นั้นทอดมองไปยังร่างของผู้บาดเจ็บนับร้อยที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้น "พระเจ้าสุริวงศ์ไม่ได้มาแค่ลำพัง พระองค์ทรงนำกองกำลังทหารรับจ้างจากแดนไกลที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดเข้ามาหนุนเสริม กำลังของเราตอนนี้... เหลือไม่ถึงครึ่งของพวกมันแล้ว"
บรรยากาศภายในเต็นท์เงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของทหารบาดเจ็บและเสียงฝนที่เริ่มปรอยลงมาด้านนอก ความหวังที่เคยเรืองรองราวกับเทียนไขยามใกล้รุ่ง บัดนี้กำลังถูกสายลมแห่งความพ่ายแพ้พัดจนริบหรี่เต็มที
ทัพเดินออกมายืนรับละอองฝนที่หน้าเต็นท์ สายตาคมกวาดมองไปทั่วค่ายหลวงที่บัดนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงร้องระงมของคนเจ็บ เสียงฝีม้า และเสียงคำรามสั่งการของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามที่ดังใกล้เข้ามาทุกที
การรบพุ่งในครั้งนี้ไม่ใช่การสู้รบตามธรรมเนียมพิธีอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อแลกกับความอยู่รอดของอยุธยา ทว่า เมื่อข้าศึกมีกำลังเสริมเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับผีดิบที่ผุดขึ้นจากพื้นดินเช่นนี้ ยุทธศาสตร์ทบต้นทบดอกที่ทัพวางแผนไว้ทั้งหมดจึงกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ
"ท่านออกญาครับ! หน่วยสอดแนมรายงานว่า กองทัพหน้าของข้าศึกกำลังเคลื่อนพลเข้าประชิดแนวคูเมืองชั้นที่สามแล้วครับ พวกมันไม่ได้ใช้กลยุทธ์ล้อมกรอบ แต่ใช้กำลังพลมหาศาลบดขยี้เข้ามาตรงๆ แบบไม่คิดชีวิต!" นายกองคนเดิมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทูลรายงาน
ทัพหันกลับมา ชั่วขณะหนึ่งที่ความเหนื่อยล้ากัดกินหัวใจจนเกือบจะเซถลา แต่สัญชาตญาณของแม่ทัพและภาพความทรงจำของครอบครัวที่สูญเสียไปในอดีตกลับลุกโชนขึ้นมาทดแทน เขาดึงหน้ากากเหล็กประจำตำแหน่งขึ้นสวมปิดบังใบหน้า ปรากฏเพียงดวงตาคมปลาบที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จนมุม
"บอกให้ทหารทุกนายเตรียมพร้อมรับมือ... ถ้าเราจะต้องตายในวันนี้ ผืนแผ่นดินนี้ก็จะต้องชุ่มไปด้วยเลือดของพวกมันเช่นกัน"
ทัพสะบัดผ้าคลุมสีดำสนิท หันหลังให้เต็นท์บัญชาการแล้วก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับพายุแห่งความตายที่กำลังโหมกระหน่ำ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวขึ้นหลังม้าศึกคู่ชีพ เสียงฝีม้าควบตะบึงอย่างบ้าคลั่งจากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงของทหารยามที่ประจำการอยู่หอรบชั้นนอก
"ท่านออกญา! เกิดเหตุอัศจรรย์... ทางด้านทิศเหนือ... กองกำลังธงแดงของหัวเมืองเหนือ... กำลังตีตลบหลังข้าศึกครับ!"
ทัพชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตึงเครียดพลันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เขาหันขวับกลับไปมองทางทิศเหนือ ท่ามกลางม่านหมอกฝนและควันไฟที่พวยพุ่ง ผืนธงรบรูปพยัคฆ์คำรามสีแดงสดผืนใหญ่กำลังแหวกฝ่าความมืดมิดเข้ามา พร้อมกับเสียงโห่ร้องก้องกังวานของกองทัพเสริมที่ไม่คาดคิดว่าจะมาถึงในยามนี้—และนำหน้ามาด้วยเงาร่างของบุคคลที่ทัพคิดว่าไม่มีวันได้พบหน้าอีกแล้วตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่ากระแสโลหิตและควันไฟแห่งอยุธยามาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้ครับ
โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 13
เงาสีดำของความพ่ายแพ้
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!